
เมื่อไปถึงห้องที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบศพ น.ส.ศศิธร อ่อนวิมล อายุ 28 ปี หรือปิ๊ก อยู่บ้านเลขที่ 22 ซอยสุรนารายณ์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา เบื้องต้นทราบว่าผู้ตายเป็นนางแบบเอฟเอชเอ็มปี 2008 ได้รับรางวัลขวัญใจช่างภาพ เข้ารอบ 1 ใน 10 ของการประกวด "Gril Next Door" ของนิตยสารเอฟเอชเอ็ม อีกทั้งยังเคยชนะรางวัลการประกวดอีกหลายเวที และยังเป็นนางแบบโฆษณาหลายชิ้นด้วยกัน โดยผู้ตายนอนเสียชีวิตอยู่บนเตียงนอน สวมชุดนอนสีดำบางๆ มีผ้าห่มคลุมจนถึงหน้าอก ส่วนที่บริเวณข้อศอกขวา พบอาวุธปืนลูกโม่ ขนาด .38 ตกอยู่ 1 กระบอก จากการตรวจสอบพบบริเวณขมับขวาของผู้ตายมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 จำนวน 1 นัด ตรวจสอบภายในห้องไม่พบร่องรอยการรื้อค้นแต่อย่างใด เบื้องต้นคาดว่าผู้ตายหน้าจะเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 3-4 วัน โดยภายในห้องนอนยังคงเปิดแอร์อยู่ด้วย
จากการสอบปากนางรัตนา แค้วนบ้านเจ้า อายุ 41 ปี แม่บ้านของคอนโดดังกล่าว ระบุว่า ก่อนพบศพนางแบบเซ็กซี่รายนี้ ผู้เช่าที่อยู่ห้องติดกันได้มาบอกว่า ห้องด้านข้างมีกลิ่นเหม็นโชยออกมาเป็นระยะๆ ดังนั้นจึงประสานงานไปยังช่างทำกุญแจ เพื่อให้มาเปิดห้อง ทั้งนี้เมื่อเปิดประตูเข้าไปในห้องถึงกับผงะ เนื่องจากได้กลิ่นเหม็นเน่าอย่างรุนแรง ต่อมาเมื่อเข้าไปตรวจสอบจึงพบศพผู้ตายนอนอยู่บนเตียง จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ
ด้าน พล.ต.ต.สุเมธกล่าวว่า จากการตรวจสอบสภาพศพผู้ตายพบพิรุธหลายประเด็นด้วยกัน เบื้องต้นจากการวิเคราะห์คล้ายกับการจัดฉาก เพราะหากผู้ตายต้องการจะยิงตัวตายไม่น่าจะมีเขม่าดินปืนติดอยู่ที่ผ้าห่ม แต่จากการตรวจสอบพบเขม่าดินปืนถึง 2 จุดด้วยกัน ซึ่งหากคดีนี้เป็นการฆาตกรรมจริง คาดว่าคนร้ายอาจจะเอาผ้าห่มปิดหน้าผู้ตาย จากนั้นจึงลงมือสังหารเหยื่อ แต่เพื่อความกระจ่างชัดต้องให้นิติวิทยาศาสตร์ตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งว่าเป็นรอยเปื้อย หรือเป็นเขม่าดินปืนกันแน่
พ.ต.ท.จารุภัชร ทองกมล รอง ผกก.สส.สน.ห้วยขวาง กล่าวว่า สาเหตุการเสียชีวิตของผู้ตายเชื่อว่า เป็นการฆาตกรรมอย่างแน่นอนเพราะพบพิรุธหลายจุด โดยเฉพาะบริเวณหน้าท้องมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืน 1 นัด และจากการสอบปากคำแม่บ้านทราบว่า ก่อนหน้านี้ผู้ตายมีปากเสียงกับแฟนหนุ่มบ่อยครั้ง โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาเห็นผู้ตายนั่งร้องไห้ อย่างไรก็ตาม ทราบว่าผู้ตายซื้อรถฮอนด้าฟรีด 1 คัน ป้ายแดงจอดอยู่ชั้นล่างด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งดำเนินการสอบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิตต่อไป
อย่างไรก็ตามในชั้นการสอบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน ซึ่งคงต้องรอให้ตรวจสอบพยานหลักฐานต่างๆ อย่างละเอียดเสียก่อน รวมทั้งตรวจสอบกล่องวงจรปิดด้วย ซึ่งคาดว่าถ้าเป็นการฆาตกรรมจริง กล้องวงจรปิดจะสามารถจับภาพของคนร้ายไว้ได้ แต่ต้องขอตรวจสอบภาพจากกล้องก่อน
นายภีรพัฒน์ กาญจนสุดา อายุ 28 ปี น้องชายของแฟนหนุ่มผู้เสียชีวิตเดินทางมาพร้อมกับมือเบสวงแคลช กล่าวว่า ทราบว่าปิ๊กเสียชีวิตจึงเดินทางมาที่ สน.ห้วยขวาง ส่วนพี่ชายคือนายณัฐวุฒิ กาญจนสุดา อายุ 31 ปี เคยคบหากับผู้ตายมาประมาณปีกว่า แต่เลิกราประมาณ 1 เดือน จากนั้นไม่ได้ติดต่อกันอีก โดยพี่ชายทำธุรกิจเปิดร้านขายอาหารหลังเซ็นทรัล บางนา
"ผมรู้จักปิ๊กเป็นอย่างดี ซึ่งนิสัยส่วนตัวเขาเป็นคนร่าเริง ดังนั้นเชื่อว่าไม่มีทางที่ปิ๊กจะฆ่าตัวตาย เชื่อว่าเป็นฆาตกรรมอย่างแน่นอน ขณะนี้พี่ชายทราบเรื่องแล้ว แต่ยังเสียใจร้องไห้ มารดายังไม่ให้ออกมา ส่วนแฟนใหม่ของปิ๊กไม่ทราบว่าเป็นใคร ผมรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น" นายภีรพัฒน์กล่าว
ตร.สอบแฟน-เพื่อตั้ง3ปมฆ่านางแบบFHM
เมื่อเวลา 19.00 น.พ.ต.อ.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบก.น.1 เปิดเผยหลังจากทำการเรียกสอบปากคำเพื่อนผู้ตายและนายณัฐวุฒิ กาญจนสุดา อายุ 31ปี แฟนหนุ่มของผู้ตายแล้วว่า เบื้องต้นนายณัฐวุฒิให้การเป็นประโยชน์อย่างมากว่า ไม่ได้พบกับผู้ตายมากว่า 2 อาทิตย์แล้ว เนื่องจากทะเลาะกันสาเหตุเพราะตนชอบไปดื่มเหล้า จึงทำให้แฟนสาวเกิดความน้อยใจ หนีกลับไปอยู่ที่คอนโดฯเพียงลำพัง ส่วนตนก็ไม่ได้ตามไปขอคืนดีที่คอนโดฯเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะต้องช่วยแม่ขายอาหารอยู่ที่ร้านอาหาร ย่านบางนา และพักอยู่กับที่บ้าน แต่จะคุยกันทางโทรศัพท์ตลอดเวลา ซึ่งแฟนสาวก็มีการโต้ตอบกลับมาเป็นข้อความอยู่ ประเด็นนี้จึงไม่น่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้แฟนสาวคิดสั้นฆ่าตัวตายได้
พ.ต.อ.สุรพงษ์ กล่าวอีกว่า ส่วนเพื่อนผู้ตายที่เข้าให้ปากคำ เบื้องต้นยังไม่พบว่ามีใครต้องสงสัย แต่จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของอาคาร ขณะนี้พอจะรู้ตัวผู้ต้องสงสัยแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ตอนนี้กำลังอยู่ในระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียดเพื่อให้มีหลักฐานที่แน่นอนในการมัดตัวคนร้าย และจากการตรวจสอบการใช้โทรศัพท์ของผู้ตายทำให้ทราบว่า เมื่อวันที่ 7 ต.ค.เวลา 19.00 น.ยังพบข้อมูลการใช้โทรศัพท์ของผู้ตายซึ่งโทร.คุยกับเพื่อน จึงคาดว่าช่วงเวลานั้นผู้ตายยังมีชีวิตอยู่ ส่วนคนร้ายคาดว่าน่าจะเป็นคนรู้จักหรือใกล้ชิดกับผู้ตายอย่างแน่นอน ผู้ตายถึงยอมเปิดให้เข้าห้องได้ เนื่องจากภายในคอนโดฯดังกล่าวมีระบบการรักษาความปลอดภัยที่ดี การจะเข้าออกต้องใช้คีย์การ์ด
พ.ต.อ.สุรพงษ์ กล่าวด้วยว่า ดังนั้น เจ้าหน้าที่จึงให้น้ำหนักไปทางการก่อเหตุฆาตกรรมมากกว่าการฆ่าตัวตาย สำหรับประเด็นที่จะนำไปสู่การฆาตกรรมตอนนี้วางไว้อยู่ 3 ประเด็น คือ เรื่องปัญหากับแฟน เรื่องมรดกที่พ่อของผู้ตายเพิ่งเสียชีวิต แล้วทิ้งมรดกไว้ให้ผู้ตายซึ่งผู้ตายมีพี่น้องต่างมารดาอยู่ด้วย และเรื่องหนี้สินของผู้ตายที่ติดค้างอยู่จำนวนหนึ่งแต่ยังไม่สามารถชำระได้ อย่างไรก็ตาม ต้องให้ระยะเวลาในการทำงานกับเจ้าหน้าที่ คาดว่าไม่นานน่าจะได้ตัวคนร้ายรายนี้อย่างแน่นอน
ที่มา komchadluek