
รมว.วัฒนธรรม กล่าวต่อไปว่า วธ.ได้ทำการสำรวจการรับรู้และทัศนคติที่มีต่อเนื้อหาที่นำเสนอในสื่อมวลชน กรณีศึกษา ในกลุ่มนักเรียน นักศึกษา พ่อแม่ผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไป ทั่วประเทศ จำนวน 3.5 หมื่นคน ในปี 2554 พบประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับกระบวนการจัดเรตติ้ง ดังนี้ ประชาชนรับรู้การจัดเรตติ้ง แต่ไม่รับรู้ถึงสาระของสัญลักษณ์ที่ปรากฎทางหน้าจอโทรทัศน์ ขณะที่สาระของสื่อโทรทัศน์มีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องการจัดเรตติ้งที่มีการแสดงสัญลักษณ์ตัวอักษร ไม่ตรงตามสาระของเนื้อหาละครที่นำเสนอ เช่น ขึ้นเรตติ้ง น.13+ แต่เนื้อหาละคร กลับตรงกับเรตติ้ง น.18 + ที่สำคัญในปัจจุบัน ละครหลายเรื่อง ได้มีฉาก ที่มีเรื่องเพศ ภาษา และความรุนแรงจำนวนมาก ทั้งๆที่ ผู้ประกอบการ ได้มีคู่มือเกี่ยวกับการจัดเรตติ้ง แล้ว แต่กลับจัดเรตติ้งไม่ตรงกับเนื้อหา ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าห่วงต่อการที่เด็กวัยรุ่นซึ่งอยากรู้อยากลอง มีการเปลี่ยนแปลง และความอ่อนไหวทางด้านร่างกายและอารมณ์ อาจเลียนแบบพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของตัวอย่างในละคร ทั้งความก้าวร้าว อารมณ์รุนแรง พฤติกรรมทางเพศที่ไม่เหมาะสม จนเกิดปัญหาสังคมตามมา ทั้งการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร ติดโรคร้าย บางรายผันตัวเป็นสาวบริการจนหมดอนาคตในช่วงชีวิตวัยรุ่น
“จากผลสำรวจ ที่พบว่า ประชาชนมีการรับรู้และเข้าใจกระบวนการจัดเรตติ้งน้อยนั้น ในเรื่องนี้ ผมเห็นว่า เรตติ้งที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอโทรทัศน์ เป็นเพียงแค่สัญลักษณ์ แม้แต่ผู้ปกครองก็ยังไม่รู้ว่าเรตติ้งนั้นคืออะไร แล้วเด็กจะรับรู้ได้ยังไง ดังนั้นจะต้องตำหนิ ทาง กบว. ช่องมากๆ ที่มีความบกพร่อง ไม่มีการพิจารณาเรื่องให้เหมาะสมกับเรตติ้ง และขอให้กบว.ช่อง มีวิจารณญาณในการทำหน้าที่ เพื่อไม่ให้สังคมปั่นป่วน และถ้าผมมีอำนาจ ผมก็จะสั่งปลด กบว.ชุดนี้ให้หมด เพราะถือว่าทำงานบกพร่องแล้ว และอยากให้ผู้บริหารช่องทบทวนการทำหน้าที่ของ กบว.ชุดนี้ด้วย การที่ กบว.ตาบอดสี ก็เพราะธุรกิจล้วนๆ ไม่คิดถึงความรับผิดชอบต่อสังคม แทนที่จะมองเป็นสีขาว ก็กลับมองเป็นสีม่วง และขอให้อย่าโยนความผิดให้กระทรวงวัฒนธรรมเพียงอย่างเดียว เพราะเราไม่ใช่จำเลย เรามีหน้าที่มอนิเตอร์สื่อ จับกระแสวัฒนธรรม และสะท้อนออกไปสู่สังคมเท่านั้น ตอนนี้สังคมได้กดดันละครของคุณ แต่มันไม่ได้เกิดจากสำนึกของผู้ผลิตละคร หรือ กบว.ที่ทำให้คุณยอมเปลี่ยนเรตติ้ง เป็น น.18+” รมว.วัฒนธรรม กล่าว
นายนิพิฏฐ์ กล่าวอีกว่า ต่อจากนี้ วธ. จะดำเนินการตรวจสอบเนื้อหาละครทุกช่องให้มากขึ้น โดยเฉพาะละครที่มีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการส่งต่อไปยังคณะกรรมการตรวจสอบเนื้อหาโทรทัศน์ ซึ่งจะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้ ขณะเดียวกันตนเห็นว่าต่อไปการสร้างละคร ควรจะต้องมีการพิจารณาการให้เรตติ้งอย่างเหมาะสมและถี่ถ้วน อย่าสร้างละคร หรือทำอะไรด้วยความอยากของคน และอย่าสนองความอยากของคน เพราะจะทำให้สังคมก็จะเละเทะอยู่ไม่ได้ สิ่งที่ตนหนักใจอย่างเดียวคือ เมื่อกระทรวงได้ออกมาเตือนแล้ว ขอให้คุณฟังเราหน่อย แต่ที่ผ่านมาดูเหมือนคุณไม่ค่อยฟังเรา ถ้าคุณฟังเราแล้วไปคิด ก็เป็นทำให้สังคมดีขึ้น ถ้าคุณคิดไม่ได้สังคมก็จะต่ำลง ในส่วนนักแสดงที่ออกมาให้ความเห็นว่าละครเรื่องนี้เป็นละครน้ำดี ก็เข้าใจ เพราะทุกอย่างเป็นธุรกิจ และผู้แสดงก็อยากได้กระแสตอบรับที่ดีจากประชาชน ขณะเดียวกันที่นักแสดงออกมาพูดว่า ทุกฉากที่ได้แสดงทุ่มเท เป็นหยาดเหงื่อและต้องใช้พลังสูง นั้น ตนเห็นว่า ถ้าต้องเหนื่อยขนาดนั้นเพื่อเล่นบทที่รุนแรงขนาดนี้ ก็น่าสงสาร แต่อย่าให้เขาต้องลำบากอีกเลย.
ที่มา เดลินิวส์