วันอังคารที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2553

Nokia N900 Video Review

Nokia N900 Video Review Nokia N900 Video Review & Focus
สำหรับโทรศัพท์มือถือที่เรานำมารีวิวให้ทุกท่านได้ชมกันในวันนี้ก็ได้แก่ Nokia N900 มือถือตัวท็อป ซึ่งเป็นมือถือรุ่นแรกที่ทางโนเกียได้นำระบบปฏิบัติการที่ชื่อว่า Maemo มาใช้งาน โดย Maemo OS นั้นก็เป็นระบบปฏิบัติการที่มีพื้นฐานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Linux โดยโนเกียนั้นตั้งใจจะผลักดันให้ Maemo ไปจับตลาดบนแทน Symbian และอาจจะเรียกได้ว่า N900 นั้นเป็นมือถือประเภท Mobile Computer ซึ่งเป็นระดับที่สูงขึ้นไปอีก ไม่ได้เรียกว่าเป็น Smartphone เหมือนกับ Symbian อีกต่อไป

Nokia N900 Video Review : Part 2

Nokia N900 Video Review

วันจันทร์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2553

Intel เพิ่มความแรงไปแล้วในควอเตอร์แรก ยังพร้อมส่ง dual-core Atom ใหม่ในควอเตอร์ที่สอง

Intel เพิ่มความแรงไปแล้วในควอเตอร์แรก ยังพร้อมส่ง dual-core Atom ใหม่ในควอเตอร์ที่สอง Android สนับสนุน Moorestown ซึ่งคงพอจะเรียกได้เลยว่ามันได้ทำกำไรเพิ่มขึ้น 288 เปอร์เซ็นต์ จึงเป็นไตรมาสแรกที่ดีที่สุดตามรายงาน โดยทาง CEO ของอินเทล นายพอล โอเทลินี กล่าวว่า นวัตกรรมที่จะออกถัดมาในไตรมาสที่สองนี้จะเป็น Atom dual-core ที่พร้อมใช้งานสำหรับเน็ตท๊อป ซึ่งเข้าใจว่าเขาคงอ้างอิงมาจากลักษณะเฉพาะของเน็ตบุ๊ก และยังรวมถึงสิ่งที่เราได้ยินมาอย่างการนำโปรเซสเซอร์ D510 มาทำใหม่ในซีรี่ย์ N500 สำหรับเน็ตบุ๊ก เพราะฉะนั้นเราเดาว่าในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้คงจะได้เห็นอะไรใหม่ๆที่ใช้งานกับเน็ตบุ๊กอีกแน่นอน

ที่มา : Engadget.com

ประกาศเลื่อนงาน Comworld 2010 ไปเป็นวันที่ 20-23 พ.ค. 53

ประกาศเลื่อนงาน Comworld 2010 ไปเป็นวันที่ 20-23 พ.ค. 53
เนื่องจากสถานการณ์ ความไม่สงบภายในกรุงเทพมหานครตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา และได้เกิดเหตุการณ์รุนแรงในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัท ดิแอสไพเรอร์สกรุ๊ป จำกัด ผู้จัดงาน “คอมเวิล์ด 2010” ร่วม กับรอยัลพารากอนฮอลล์ โชว์โนลิมิต คอมเกมเมอร์ และบริษัทไอทีที่ร่วมจัดงาน จึงร่วมกันตัดสินใจขอเลื่อนการจัดงาน “คอมเวิล์ด2010” ออกไปราว 20 วัน โดยจะจัดใหม่อีกครั้งในวันที่ 20-23 พฤษภาคม 2553 นี้
นายวิโรจน์ อัศวรังสี รองกรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า “พวกเรารู้สึก เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และหวังใจเป็นอย่างยิ่งว่าทุกฝ่าย จะร่วมกันแก้ไขสถานการณ์ต่างๆ ให้กลับคืนสู่สภาพปกติได้ในเร็ววัน” นายวิโรจน์กล่าวต่อว่า “ขณะนี้สถานการณ์การตลาดของ อุตสาหกรรมไอที ได้หยุดชะงักมาตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทำให้ตลาดคอนซูมเมอร์ไอทีซึ่งมีขนาด80,000 ล้านบาทหยุดนิ่งลง หากสถานการณ์ต่างๆ คลี่คลายสงบลงได้ด้วยดี เราหวังว่างาน “คอมเวิล์ด”ซึ่ง เป็นงานไอทีงานเดียวในไตรมาส 2 นี้ จะเป็นกลไกสำคัญ ที่จะช่วยฟื้นบรรยากาศ และช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมไอทีได้ โดยงานครั้งนี้ แม้ว่าจะเลื่อนกำหนดการออกไปราว 2 อาทิตย์ แต่คอนเซปต์และรูปแบบการจัดงานจะเหมือนเดิม โดยธีมหลักจะเป็นเรื่อง Back to School, Core “i” Notebook, Creato DIY และ PhotoWorldงานครั้งนี้ จะมีการโชว์เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด อาทิ โน้ตบุ๊คตระกูลคอร์ไอ, กล้องดิจิตอลไฮเอ็นด์รุ่นใหม่, การเปิดตัวซีพียูรุ่น 6 คอร์รุ่นใหม่ นอกจากนี้ ยังมีการจำหน่ายคอมพิวเตอร์สำหรับนักเรียนนักศึกษาราคาพิเศษ ราคา 5,900 บาทซึ่งราคาถูกกว่าคอมพิวเตอร์เอื้ออาทร 2 เท่า พร้อมการสอนประกอบคอมพิวเตอร์ในแนว Creative ต่างๆ เช่น คอมพิวเตอร์เพื่อเป็นระบบรักษาความปลอดภัยภายในบ้าน, คอมพิวเตอร์เพื่อความบันเทิงแบบจอ 360 องศาภายใน บ้าน ฯลฯ”

นอกจากนี้ คอมเวิล์ดยังร่วมกับคุณหนุ่ย พงศ์สุข โชว์โนลิมิตและคุณสันติ โหลทอง จากคอมพ์เกมเมอร์ จัดงาน ComWorld LAN Party งานรวมพลคนเล่นเกมแนวใหม่ แนวแลนปาร์ตี้ ซึ่งจะเป็นกิจกรรมพิเศษที่รวมพลคนเล่นเกมจากทั่วประเทศ ทั้งวัยรุ่นและครอบครัวมาร่วมสนุกภายในงาน เพียงหิ้วคอมพิวเตอร์จากบ้านหรือมาซื้อในงาน ก็สามารถร่วมสนุก ร่วมเล่นเน็ตเล่นเกมที่ระดับความเร็วอัลตร้า-ไฮสปีด ความเร็วระดับ 100 เท่าจากเน็ตที่บ้าน ซึ่งบริษัททรูออนไลน์ จะมาสาธิตและจัดโปรโมชั่นภายในงาน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เตรียมไว้เหล่านี้ จะไม่มีประโยชน์เลย หากสถานการณ์บ้านเมืองยังไม่สงบ พวกเราจึงได้แต่เฝ้าหวังว่าทุกฝ่ายจะสามารถแก้ไขและเจรจากัน เพื่อนำความสงบสุขและสันติกลับสู่บ้านเมืองภายในเร็ววัน” นายวิโรจน์กล่าวในตอนท้าย

ZOTAC เปิดตัว ZBOX มินิพีซี รุ่นใหม่ พร้อมความสามารถด้านงานกราฟฟิก และมัลติมีเดียเต็มรูปแบบ

ZOTAC เปิดตัว ZBOX มินิพีซี รุ่นใหม่ พร้อมความสามารถด้านงานกราฟฟิก และมัลติมีเดียเต็มรูปแบบ ZOTAC ได้เปิดตัว Mini-Pc เครื่องใหม่ที่จะมาสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ โดยนำ NVIDIA ION เทคโนโลยี มาใช้ด้วย ซึ่งรุ่นนี้มีชื่อว่า ZOTAC ZBOX HD-ID11 เครื่อง Mini-PC มาพร้อมความสุดยอดในงานกราฟฟิก แรมแบบ DDR3 512MB ทั้งยังสนับสนุน CUDA เทคโนโลยี และ PureVideo HD จาก NVIDIA นอกจากนี้ยังมาพร้อมความสามารถในการทำงาน AVC , VC1 และ เครื่องเล่น Blu-ray ให้ภาพคมชัด สมจริง สีสันสดใส ซึ่งต้องขอบคุณ PureVideo เทคโนโลยีจาก NVIDIA ทั้งยังสามารถเชื่อมต่อด้วย HDMI 1.3a ฟังก์ชั่นเพื่องานมัลติมีเดีย ให้ภาพ และเสียงที่มีความละเอียดสูง ทั้งนี้ NVIDIA ยังช่วยได้มากในการทำงานกับ Windows 7 ระบบปฏิบัติการที่มากับตัวเครื่อง ส่วนซีพียูก็เป็นแบบประหยัดพลังงาน Atom D510 ซีพียูแบบ Dual-Core ที่มาพร้อมเทคโนโลยี HyperThreading สำหรับรายละเอียดหลักอื่นๆ ของตัวเครื่อง ก็เริ่มจากฮาร์ดดิสก์ขนาด 2.5 นิ้ว แรมแบบ 200-pin DDR2 SODIMM พร้อมพอร์ต USB 2.0 , eSATA 3.0 Gb/s อีกหนึ่งพอร์ต และการ์ดรีดเดอร์แบบ 6-in-1 ที่อ่านได้ทั้ง SD , SDHC , MMC , MS , MS Pro และ xD หลังจากที่บรรยายสรรพคุณมาเสียนานคิดว่าคงจะตัดสินใจได้บ้างแล้วว่า ZOTAC ZBOX HD-ID11 จะสามารถเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของคุณได้หรือไม่นะครับ

ที่มา : Techpowerup.com

วันศุกร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2553

Honda CR-Z ไฮบริดมาดสปอร์ต



Honda CR-Z ไฮบริดมาดสปอร์ตถ้าพูดถึงระบบไฮบริดแล้ว นิยามของรถยนต์ที่ใช้ระบบนี้มักจะหนีไม่พ้นเรื่องความประหยัดน้ำมัน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่วนเรื่องอื่นๆ แทบจะไม่เกี่ยวข้องกันเลย แต่ทว่าในตอนนี้ ฮอนด้าสามารถทำให้ระบบไฮบริดมีความหมายที่มากขึ้น เมื่อจัดการนำระบบนี้มาใช้กับรถสปอร์ต ด้วยการเปิดตัว CR-Z ออกมา และพร้อมขายในตลาดญี่ปุ่นเป็นแห่งแรกในโลก

คนที่ติดตามข่าวสารคงทราบดีว่า ฮอนด้าพยายามเปิดมิติใหม่ของการนำเทคโนโลยีไฮบริดให้กลายมาเป็นสิ่งที่มีความใกล้ตัวผู้บริโภคมากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของการทำให้ระบบนี้ไม่ใช่ของไฮโซเหมือนกับในอดีตที่ผ่านมา อินไซท์ใหม่ที่เปิดตัวในปี 2008 ถือเป็นก้าวแรกในการดำเนินนโยบายนี้ และด้วยแนวคิดในการพัฒนารถยนต์ไฮบริดที่แชร์พื้นฐานร่วมกับรถยนต์ซับคอมแพ็กต์อย่างฟิต/แจ๊ซ บวกกับรูปแบบของระบบไฮบริดที่ไม่มีความซับซ้อนมากและใช้ร่วมกับของที่มีอยู่แล้วอย่างซีวิค ไฮบริด ทำให้ฮอนด้าสามารถตั้งราคาของอินไซท์ในระดับราคาที่คนทั่วไปสามารถเป็นเจ้าของได้ จนกลายเป็นรถยนต์ไฮบริดที่มีราคาถูกที่สุดในตลาดเมื่อวางขายในตลาดญี่ปุ่นกับราคา 1.89 ล้านเยน หรือ 661,000 บาทเท่านั้น

แต่นั่นยังไม่น่าแปลกใจเท่ากับรายงานของ Nihon Keizei ที่ระบุว่า อินไซท์กลายเป็นรถยนต์ที่มีกำไรต่อหน่วยมากที่สุดของฮอนด้า ซึ่ง 1 คันฮอนด้าได้กำไร 300,000 เยน (110,000 บาท) หรือคิดเป็น 15% ของราคาขาย แม้ตัวเลขเปอร์เซ็นต์ของกำไรจะเท่ากับที่ฮอนด้าได้รับจากแจ็ซหรือฟิตในญี่ปุ่น แต่ด้วยราคาขายของฟิต (1.197-1.865 ล้านเยน) ที่ถูกกว่าอินไซท์ เมื่อคิดออกมาเป็นตัวเลขรายได้จริงๆ ผลคือ กำไรที่ฮอนด้าได้จากฟิตน้อยกว่าที่ได้รับจากอินไซท์

แน่นอนฮอนด้านำแนวคิดนี้มาใช้กับผลผลิตล่าสุดที่อย่าง CR-Z กลายเป็นรถยนต์ไฮบริดรุ่นแรกของโลกที่มากับเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ โดย CR-Z เป็นคำย่อมาจาก Compact Renaissance Zero เปิดตัวในฐานะต้นแบบเมื่อปี 2007 และกลายมาเป็นรุ่นจำหน่ายจริงที่ถูกเปิดตัวครั้งแรกในงานดีทรอยต์ มอเตอร์โชว์ 2010 เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา แต่ทว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศแรกที่ได้ซื้อหามาขับ เพราะฮอนด้าเพิ่งส่งเวอร์ชัน JDM ลงขายในบ้านตัวเองเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ขณะที่ตลาดอเมริกายังต้องรอไปจนถึงปลายปีถึงจะเริ่มขาย

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็น USDM หรือ JDM รวมถึงเวอร์ชันยุโรปหรือ EUDM สปอร์ตรุ่นนี้ไม่ได้มีความแตกต่างอะไรมากมายในเรื่องของรูปลักษณ์โดยรวม จะต่างกันแค่ฝั่งของพวงมาลัย และในส่วนของอุปกรณ์มาตรฐาน เท่านั้น แต่รายละเอียดหลักๆ เหมือนกันหมด โดยสปอร์ตรุ่นนี้ถือเป็นผลผลิตที่มาจากแนวคิดของการเพิ่มมูลค่าแต่ต้นทุนเพิ่มไม่มากตามสไตล์ผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่น คือ เป็นการพัฒนาบนพื้นฐานเดียวกับฟิต/แจ๊ซ และอินไซท์ แต่มีการหั่นระยะฐานล้อให้สั้นลงมาจากระดับ 2,500 มิลลิเมตรลงมาอยู่ที่ 2,435 มิลลิเมตร ขณะที่ระบบช่วงล่างด้านหน้าและหลังคล้ายกัน คือ แม็คเฟอร์สันสตรัท และทอร์ชันบีมแบบ H-Shape

ระบบไฮบริดที่นำมาใช้กับ CR-Z ถูกขยายขนาดเพื่อตอบรับกับรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างจากอินไซท์ โดยเป็นการจับคู่ระหว่างเครื่องยนต์สันดาปภายในแบบเบนซิน 4 สูบ 1500 ซีซี. i-VTEC ที่มีกำลัง 113 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 14.7 กก.-ม. ในรุ่นเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง หรือ CVT และ 114 แรงม้ากับ 14.8 กก.-ม. ในรุ่นเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ กับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 14 แรงม้า ระบบโดยรวมสามารถให้อัตราเร่งเทียบเท่ากับที่ได้จากเครื่องยนต์ 2000 ซีซี. แต่มีความประหยัดน้ำมันมากกว่าเยอะด้วยตัวเลข 25 กิโลเมตรต่อลิตรสำหรับรุ่น CVT และ 22.5 กิโลเมตรต่อลิตรสำหรับรุ่นเกียร์ธรรมดา

นอกจากนั้น ฮอนด้ายังนำลูกเล่นระบบช่วยเหลือผู้ขับในด้านความประหยัดน้ำมันมาใช้กับ CR-Z โดยในตัวรถรุ่นนี้จะมีโหมดการขับให้เลือก 3 แบบ คือ Normal, Sport และ Econ เป็นการปรับระบบการทำงานของตัวรถทั้งในส่วนของลิ้นปีกผีเสื้อของเครื่องยนต์, พวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า หรือระบบปรับอากาศให้สอดคล้องกับรูปแบบการขับ โดยผู้ขับสามารถเลือกใช้งานตามความต้องการ และในระหว่างการขับ จังหวะของการกดคันเร่งจะมีผลต่อสีบนตัวเลขความเร็วที่แสดงผลออกมาระหว่างประหยัด (สีเขียว) และสิ้นเปลือง (สีน้ำเงิน) เพื่อให้ผู้ขับปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการขับของตัวเอง

สำหรับราคาที่ฮอนด้าเปิดออกมา ถือว่าน่าสนใจไม่น้อยเช่นกัน เพราะตั้งเอาไว้ที่ 2.268-2.498 ล้านเยน หรือ 793,000-874,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นรถสปอร์ตไฮบริดที่มีราคาถูกมาก และในตอนนี้ก็ยังไม่มีคู่แข่งแบบชัดเจนในตลาด โดยทางฮอนด้าตั้งเป้าการขายเอาไว้ที่ 1,000 คันต่อเดือนในตลาดญี่ปุ่น แต่แน่นอนว่าในเรื่องของภาพรวมแล้ว CR-Z จะต้องผนึกกำลังกับอินไซท์ในการพาฮอนด้าไปสู่เป้าหมายที่วางเอาไว้คือ การทำยอดขายรถยนต์ไฮบริดรวมทั่วโลกให้อยู่ในระดับ 500,000 คันต่อปีภายในช่วงทศวรรษที่จะถึงนี้

ที่มาโดย ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์

วันพฤหัสบดีที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2553

เปิดตัวมาสด้า 3 โฉมใหม่

เปิดตัวมาสด้า 3 โฉมใหม่ใครเป็นแฟนมาสด้า 3 เตรียมตัวเตรียมใจ เตรียมเงินเอาไว้ได้เลย

เพราะใกล้คลอดเต็มแก่แล้วสำหรับมาสด้า 3 ใหม่ ซึ่งจะมีทั้งรุ่น 4 ประตูซีดาน 5 ประตู แฮทช์แบค

มีข่าวแว่วออกมาอีกว่าในอนาคตจะเพิ่มรุ่นสเตชั่นแวกอนเป็นอีกหนึ่งทางเลือก มาสด้าบอกว่า เจนเนอเรชั่น 2 ของ 3 จะเน้นในด้านต่างๆที่เป็นจุดเด่น โดยเฉพาะอารมณ์สปอร์ต และความสามารถในการขับขี่ รวมไปถึงความปลอดภัย และการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่จัดอยู่ในระดับท็อปคลาส

แนวทางการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมนั้น มาจากการพัฒนาในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์ รวมถึงการลดน้ำหนักเครื่องยนต์ลง และการออกแบบให้มีแอโรไดนามิคที่ดี

เครื่องยนต์เบนซินทุกรุ่นได้ชื่อว่าเป็นครั้งแรกของโลกที่แคททาไลติค (ตัวกรองมลพิษจากไอเสีย) นั้นใช้ ซิงเกิล นาโนเทคโนโลยี ซึ่งทำให้มาสด้านั้นสามารถลดการใช้วัตถุดิบหายาก อย่างเช่น แพลทินัม หรือว่า แพลเลเดียมลงไปได้มากทีเดียว

นอกจากนี้มาสด้ายังพัฒนา เครื่องยนต์ตัวใหม่ ดีเซล 2.2 ลิตร เทอร์โบ ซึ่งติดตั้งในมาสด้า 6 ด้วยเช่นกัน ทำให้ 3 ใหม่มีเครื่องยนต์ทั้งเบนซิน 1.6 ลิตร 2.0 ลิตร และเทอร์โบดีเซล 1.6 และ 2.2 ลิตร ซึ่ง 2.2 เทอร์โบดีเซล ใหม่นี้ มี 2 เวอร์ชั่นคือ 185 แรงม้า และ 150 แรงม้า และปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์น้อยกว่ารุ่น 2.0 ลิตร รุ่นที่ขายอยู่ปัจจุบัน

ที่มา โดย : กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์

เปิดตัวรถหรู "นิว นิสสัน คิวบ์"

เปิดตัวรถหรู "นิว นิสสัน คิวบ์"ทีเอสแอล ออโต้ คอร์ปอเรชั่น ผู้นำเข้ายนตกรรมหรูจากต่างประเทศทำเซอร์ไพร์ก่อนใครเปิดตัวรถหรูอย่าง

นิว นิสสัน คิวบ์ รุ่นโฉมใหม่ล่าสุด ในเดือนธันวาคมนี้ก่อนใคร

คุณสุรีย์ภรณ์ อุดมผลวาณิช รองประธานกรรมการบริษัท ที เอส แอล คอร์ปอเรชั่น จำกัดและทีมงาน ได้ไปสัมผัสและรับ นิว นิสสันคิวบ์ ด้วยตนเองถึงประเทสญี่ปุ่น

การกลับมาล่าสุดของรถหรูอย่าง นิว คิวบ์ ที่มาพร้อมกับกระจังหน้าและ ล้ออัลลอยลายใหม่ พร้อมกับการใช้งานอย่างครบถ้วน ภายใต้สมถรรนะของเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ระบบขับเคลื่อน ทั้งแบบขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า และ 4 ล้อ และสีสันสดใสที่มีให้เลือกมากมาย เหมาะกับคนเมืองรุ่นใหม่ที่ชอบรถเล็กกะทัดรัด แต่มีดีไซด์เอกลักษณ์เฉพาะตัว
เปิดตัวรถหรู "นิว นิสสัน คิวบ์"

ที่มาโดย : กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์

รถเล็กยึดเวทีมอเตอร์โชว์31 สมรภูมิการตลาดเพื่อแจ้งเกิด

รถเล็กยึดเวทีมอเตอร์โชว์31 สมรภูมิการตลาดเพื่อแจ้งเกิดเวทีมอเตอร์โชว์ครั้งที่ 31ปีนี้กลายเป็นสมรภูมิแข่งขันของรถยนต์นั่งขนาดเล็ก ตั้งแต่ขนาดซับคอมแพ็กต์ ไปจนถึงรถยนต์ระดับอีโคคาร์ โดยเฉพาะการบุกตลาดครั้งแรกของ นิสสัน มาร์ช อีโคคาร์คันแรกของเมืองไทย ที่มีจุดเด่นด้านราคา และรูปลักษณ์ ด้านฮอนด้า ก็ส่งรถอีโคคาร์ต้นแบบ Honda New Small Concept ออกมาประกอบแม้กำหนดการเปิดตัวจะยาวไปถึงปี 54 อย่างไรก็ตามการส่งแคมเปญลด แลก แจก แถมดันยอดขายในช่วงจัดงาน 26 มีนาคมถึง 6 เมษายน ยังเป็นปัจจัยหนุนให้ตลาดรถยนต์คักคัก ทำให้ผู้จัดหวังยอดจองรถในงานจะพุ่งสูงถึง 2 หมื่นคัน

งานดังกล่าว กรังด์ปรีซ์ กรุ๊ป ในฐานะผู้จัดงาน มั่นใจว่า การแข่งขันในเซ็กเมนท์รถยนต์นั่งขนาดเล็กจะแม่เหล็กสำคัญให้มีผู้เข้าชมสูงกว่า 1.8 ล้านคน เกิดการจองรถ และทำให้มีเงินหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 4.5 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นจำนวนการจองรถมากถึง 20,000 คัน สูงกว่าปี 2552 ที่มียอดจองรถภายในงาน 18,000 คัน ปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานบริหาร บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และประธานจัดงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 31 บอกว่า ไฮไลต์ของงานปีนี้ คือการเปิดตัวนิสสัน อีโคคาร์คันแรกของโลกในประเทศไทย ในชื่อ นิสสัน มาร์ช

ขณะที่ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) เองก็นำรถยนต์ต้นแบบอีโคคาร์ Honda New Small Concept มาแสดง ซึ่งรถรุ่นดังกล่าวจะขึ้นสายการผลิตในเมืองไทยปี 2554 แม้จะล่าช้ากว่าคู่แข่ง แต่การส่งรถต้นแบบตัวอย่างออกมาโชว์ก็สามารถเรียกความสนใจของกลุ่มลุกค้าที่สามารถรอการเข้ามาของฮอนด้า อีโคคาร์ได้ระดับหนึ่ง

แม้แต่การเปิดตัวของ มาสค้า 2 ซีดาน เมื่อสัปดาห์ก่อน ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ผลักดันขายในงานมอเตอร์โชว์ด้วยเช่นกัน โดยมาสด้าคาดว่าจะทำยอดจองในภายในงานกว่า 3,000 คัน และกว่า 50% จะมากจากมาสด้า 2 ทั้งรุ่น 5 ประตู และซีดาน 4 ประตู แต่มาสด้าเองก็ต้องแข่งกัน โตโยต้า วีออส ที่พึ่งปรับโฉมแบบไมเนอร์เชนจ์ไปก่อนหน้านี้ด้วยเช่นกัน ยังไม่รวมการรุกตลาดของค่ายซูซูกิ ด้วยรถยนต์รุ่น สวิฟท์ ในตลาดขนาดซับคอมแพ็กต์ รถยนต์กลุ่มเดียวกับมาสด้า 2, โตโยต้า วีออส และฮอนด้า ซิตี้

ฟอร์ด เองก็นำเฟียสต้า รถยนต์ ในเซ็กเมนท์ซับคอมแพ็กต์ มาแสดง และเปิดรับจองภายในงาน แม้จะยังไม่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ แต่การนำรถมาแสดงในงานเป็นการสร้างกระแสตอบรับ สำหรับรถยนต์โมเดลใหม่ ในตลาดที่เป็นเซ็กเมนท์ใหม่ของฟอร์ด ด้วบเช่นกัน

การเข้าถึงตัวผลิตภัณฑ์ก็เป็นอีกแผนการตลาดหนึ่งที่มีการแข่งขันกันนอกเหนือจากตัวผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะการจัดแคมเปญแจก และให้ของแถม เพื่อดึงดูดความสนใจของลูกค้า เนื่องจากช่วงงานมอเตอร์โชว์ดังกล่าว ได้ชื่อว่าเป็นช่วงที่บริษัทรถยนต์มีเงื่อนไข เกี่ยวกับการให้ของแถมมากกว่าช่วงปกรติ รวมถึงเงื่อนไขด้านการเงิน อาทิเช่น เงินดาวน์ต่ำ หรือดอกเบี้ยเงินผ่อนที่ต่ำกว่าช่วงอื่นๆ

นอกจากนี้สถาบันการเงินที่ให้บริการสินเชื่อรถยนต์หลายๆ แห่งต่างก็อาศัยงานมอเตอร์โชว์ในการขยายฐานลูกค้า ด้วยเงื่อนไขพิเศษ อาทิเช่น ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด ที่เสนอเงื่อนไขสินเชื่อรถยนต์เพื่อเงินสดกสิกรไทย K-CAR to CASH) โดยลูกค้าสามารถใช้รถยนต์มาเป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อเช่าซื้อด้วยดอกเบี้ยคงที่ เพียง 4 %ต่อปี สำหรับรถทุกรุ่น ทุกปี ทุกระยะเวลาผ่อน และสำหรับลูกค้าที่ต้องการซื้อรถใหม่ทุกยี่ห้อชั้นนำหรือเลือกโปรโมชั่น เอารถเก่ามาดาวน์รถใหม่ ไม่ต้องใช้เงินสด

บัตรเครดิตกรุงไทย หรือ เคทีซี ก็เป็นอีกสถาบันการเงินหนึ่งที่เข้าร่วม และมีแคมเปญส่งเสริมการขายร่วมกับผู้จัดงาน ด้วยการให้สิทธิประโยชน์มากมายที่แปลกใหม่ โดยเฉพาะสิทธิซื้อ "เคทีซี ออโต้ แพ็ค" แพ็กที่ให้ครบ อาทิ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ขับขี่ รถยนต์ 1 ปี คูปองล้างรถ 2 ใบ บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance 1 ปี บริการตรวจสอบช่วงล่างรถยนต์ "Suspension Test Lane" โดย Bosch และบริการรถเช่า 1 วันฟรี ที่ Expert Car Rental ฯลฯ ในราคาพิเศษสุดเพียง 699 บาท สำหรับสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี-ออโต้ ทุกประเภท และราคา 899 บาท สำหรับสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีประเภทอื่น จากราคาปกติกว่า 9,000 บาท ซึ่งปัจจุบันเคทีซีมีสมาชิกบัตรเครดิตทั่วประเทศกว่า 1.62 ล้านใบโดยเป็นสมาชิกในกลุ่มออโต้ถึงกว่า 3 แสนใบ

สำหรับการแข่งขันของรถขนาดเล็กนั้น เกีย รถยนต์แบรนด์เกาหลี และทำตลาดโดยกลุ่มยนตรกิจ ก็ใช้งานมอเตอร์โชว์ในการเปิดตัวรถยนต์เกีย โซล ใหม่ รถในกลุ่ม Mini Utitlity Vehicle ที่เน้นความเป็น Active Lifestyles เครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร 124 แรงม้า โดยยนตรกิจคาดหวังจะแจ้งเกิดรถยนต์รุ่นนี้ในงาน และคาดหวังยอดขายถึงเดือนละ 40 คัน หรือปีละ 480 คัน

เปอโยต์ เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่หันมาทำตลาดรถยนต์ขนาดเล็ก ด้วยการเปิดตัว เปอโยต์ บิปเปอร์ เมโทร รถเอนกประสงค์ Mini MPV นำเข้าจากประเทศฝรั่งเศส แบบ 5 ที่นั่ง มาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซลขนาด1.4 ลิตร HDi เทอร์โบ กำลังม้าสูงสุด 70 แรงม้า มีราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 999,000 บาท

ด้านบีเอ็มดับเบิลยู มีการเปิดตัวรถยนต์ บีเอ็มรุ่น X1 หนึ่งในรถที่จะเปิดตัวทั้งหมด 8 รุ่น โดย MBW X1 รถยนต์ในกลุ่มครอสโอเวอร์ ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 2.0 ลิตร 177 แรงม้า โดยรถรุ่นนี้เป็นการเปิดเซ็กเมนท์ใหม่ของบีเอ็มฯในประเทศไทยอีกด้วย


ที่มาโดย ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์

เร้าใจเกินความคาดหมาย ฟอร์ดโฟกัส 1.8 และ2.0 ลิตร

เร้าใจเกินความคาดหมาย ฟอร์ดโฟกัส 1.8 และ2.0 ลิตรมันอาจไม่ใช่ทางเลือกในอันดับต้นๆ ของรถยนต์เซ็กเมนท์คอมแพ็กต์คาร์เมืองไทย แต่มีคนใช้รถไม่น้อยที่บอกว่า ฟอร์ด โฟกัส โฉมปัจจุบันแลดูสวยงามเลยหละ ข้อดีของมันคือ นอกจากรูปลักษณ์ตัวถังที่มีให้เลือกทั้งแบบ1.8 ลิตร "แอมเบี้ยนต์" (Ambiente)และรุ่น "ฟิเนซ" (Finesse) ทั้งแบบ 4 ประตูและ 5 ประตู และเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรในรุ่น "เกีย" (Ghia) แบบ 4 ประตู และรุ่นสปอร์ต (Sport) แบบ 5 ประตู แถมด้วยรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลอีกหนึ่งรุ่นด้วย

โฟกัสที่ผมนำมาทดสอบในครั้งนี้ เป็นรุ่นเครื่องยนต์เบนซินทั้ง 2 ขนาดคือ 1.8 ลิตร 125 แรงม้ากับแรงบิดสูงสุด 122 นิวตันเมตร และ 2.0 ลิตร 145 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 137 นิวตันเมตร ทั้ง 2 สามารถใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 ได้ แต่ถ้าจะให้เลือกแล้วผมคงให้น้ำหนักกับเจ้าตัว 1.8 ลิตรมากกว่า ด้วยเหตุผลด้านความคุ้มค่า และความประหยัดในสภาวะการณ์โลกปัจจุบัน

แรงม้าแม้จะน้อยกว่า แต่รถคอมแพ็กต์คาร์แบบนี้ แค่ 125 แรงม้าก็เพียงพอกับการใช้งานในเมือง และออกไปร่อนต่างจังหวัดช่วงสุดสัปดาห์ได้สบายๆ ยิ่งถ้าประเภทขับรถแบบชิลๆ แล้วหายห่วงครับ 120-130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไม่ใช่ปัญหาเลย เอาเป็นว่าอัตราเร่งการออกตัว ผมว่าเหนือกว่าคอมแพ็กต์คาร์บางยี่ห้อเสียอีก ช่วงล่างแบบยูโรสไตล์ ด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สันสตรัท โช้กอัพแก๊สและคอยล์สปริง ด้านหลัง คอนโทรลเบลดมัลติลิงค์ ถ้าจะให้ตรงๆ เลยก็ไม่ต่างจากรถยนต์ที่ออกจากโรงงานเดียวกันอย่างมาสด้า 3 สักเท่าไร

มันให้อารมย์การขับขี่คล้ายๆ กับรถยุโรป ตามคอนเซ็ปต์ที่ฟอร์ดวางไว้ ตั้งแต่คอนโซลหน้า และตรงกลาง จะติดอยู่นิดหน่อยก็ตรงที่การออกแบบโดยรวมคงเน้นตลาดพวงมาลัยซ้ายไปหน่อย และทำให้เบรกมือมันไปอยู่ใกล้เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้า แทนที่จะอยู่ติดกับเบาะคนขับ ก้านไฟเลี้ยวอยู่ด้านซ้าย สวิตท์ไฟก็เป็นตัวบิดในติดกับคอนโซล แทนที่จะเป็นก้านบิดเหมือนกับรถญี่ปุ่น lส่วนแผงหน้าปัดกลางแบบดิจิตอลเรืองแสงสีแดงอ่อนในช่วงกลางคืน ดูง่ายและทันสมัย

ส่วนรุ่น 2.0 ลิตรนั้น คงเหมาะกับคนที่ชอบความแรงเป็นหลัก ไม่แยแสกับราคาน้ำมันสักเท่าไร ทั้งอัตราเร่ง และการเรียกกำลังในช่วงกลางถึงปลาย รับรองว่าถูกใจประเภทนักซิงเท้าหนักเป็นแน่ เรื่องการควบคุมก็มั่นใจในช่วงล่างของโฟกัสได้ แต่ผมก็ไม่ได้หมายถึงมันจะทำให้อารมย์เหมือนกับรถยุโรปหรูๆ อย่างบีเอ็มฯ หรือเบนซ์ ที่กระแทกคันเร่งไปเฉียด 200 ได้หรอกนะ แต่เอาเป็นว่า 145 แรงม้ากับน้ำหนักตัวถัง 1,300 กิโลกรัม มันทำให้คุณขับได้สนุกแน่นอน

สำหรับผมชัดเจน ถ้าเลือกขอแบบประหยัดจะดีกว่า เพราะแม้กำลังสมรรถนะจะต่างกัน แต่ในเรื่องออฟชั่นต่างๆ การตกแต่งทั้งภายนอกและภายใน ถือว่าใกล้เคียงกันมากทีเดียว ยิ่งถ้าเป็นรุ่น 5 ประตูแฮชท์แบ็ค ที่มีพื้นที่บรรทุกสัมภาระด้านหลังเพิ่มขึ้นมา มันตอบโจทย์ของคนใช้รถในแบบคนเมืองได้เลย

ราคาค่าตัวของโฟกันเครื่องยนต์เบนซินทั้ง 2 รุ่น ก็จัดว่าเข้าถึงได้ไม่ยาก ถูกกว่าอัลติส และซีวิค แต่ที่อาจทำให้ไม่สบายใจคือ เรื่องของราคาขายต่อหากในอนาคตอยากเปลี่ยน และพื้นที่ให้บริการของโชว์รูมและศูนย์บริการ อย่างไรก็ตามครับ แคมเปญล่าสุดของโฟร์ดที่ออกมาคือ การสื่อสารการตลาดในเรื่องความคุ้มค่า ความคงทน และรูปลักษณ์ ที่จะทำให้มันมีอายุการใช้งานยาวนาน รวมถึงศูนย์บริการฟอร์ด ที่คาดว่าจะเพิ่มให้ได้ถึง 100 สาขาในปีนี้

ดังนั้นถ้าคิดว่าฟอร์ด โฟกัส เป็นคำตอบสุดท้ายแล้วหละก็ ถึงตอนนี้ก็น่าจะมั่นใจแบรนด์นี้ได้ในระดับหนึ่งแล้วหละครับ ส่วนราคานั้น ราคาเริ่มต้นที่ 749,000บาท สูงสุดที่ราคา 949,000 บาท


ที่มาhttp://www.managerweekly.com/

รถยนต์เพื่ออนาคตติดเครื่อง:อนาคตจะมีให้เห็นไหม

รถยนต์เพื่ออนาคตติดเครื่อง:อนาคตจะมีให้เห็นไหมความรู้สึกทำไมปี 2553 เวลามันเดินไปเร็วเหลือเกิน พึ่งฉลองปีใหม่ได้ไม่ทันไร แป๊บๆ ก็จะเข้าสงกรานต์อีกแล้ว พอกลับจากเที่ยวสาดน้ำ อีกไม่เท่าไรก็จะถึงกลางปี ไม่รู้ว่าวงการตลาดยานยนต์จะเร่งสปีดยอดขายกันได้ทันตามเป้าหรือเปล่า เพราะถ้าทั้งปีหวังกันไว้ถึง 6.5 แสนคัน ครึ้งปีก็น่าจะไม่หนี 3 แสนกว่าสักเท่าไร

แต่อย่างน้อยตัวเลขยอดขายรถยนต์ 2 เดือนแรกของปีก็มีตุนไว้แล้ว 103,735 คัน

ที่เหนื่อยหน่อยก็เห็นจะเป็นพนักงานขายของรถยนต์ยี่ห้อต่างๆ ที่ต้องุท่มเทอย่างหนัก ทั้งชัก ทั้งดึง ลูกค้าให้ซื้อรถยี่ห้อตัวเอง จนบางทีถึงขั้นต้องให้ข้อมูลไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ผมจึงอยากให้คนที่กำลังตัดสินใจซื้อรถไว้ใช้สักคันได้ ศึกษาข้อมูลให้ละเอียดก่อนเซ็นชื่อจองรถ เพราะถึงตอนนี้คิดจะเปลี่ยนใจขอเงินจองคืนไม่ใช่เรื่องง่ายๆ หรือบางทีก็เป็นไปไม่ได้เลย สงสัยอะไรถามไปเลย ที่ไม่แน่ใจว่าจะได้ตามข้อตกลงหรือไม่ก็ทำเป็นสัญญากันเลยก็ดีครับ

ส่วนใครที่ยังไม่แน่ใจในสถานการณ์บ้านเมือง ก็รอดูก่อนก็ได้ครับ เพราะหลังจากนี้มีรถยนต์อีกหลายรุ่นจ่อจะเปิดตัวทำคลอดอยู่เหมือนกัน อย่างน้อยก็มีฟอร์ดเฟียสต้า รุ่นหนึ่งหละที่มีแผนจะเปิดตัวในเดือนหน้า

พูดถึงฟอร์ด เฟียสต้า ผมนึกถึงรถยนต์ยี่ห้อ จีเอ็ม จากอเมริกา ล่าสุดส่งข้อมูลรถยนต์ต้นแบบ อีเอ็น-วี มาให้ดู น่าสนใจดีครับ มันเป็นรถยนต์ที่ใช้เทคโนโลยีอีเอ็น-วี ออกแบบให้มีน้ำหนักที่เบากว่าเพียง 500 กิโลกรัม เบาะกว่าซับคอมแพ็กต์ประมาณครึ่งหนึ่ง ยาว 1.5 เมตร ก็ประมาณ 1 ใน 3 ของรถทั่วไป ตัวถังผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์ วัสดุพลาสติกสังเคราะห์โพลีคาร์บอเนต และสารอะคลีลิก นิยมใช้ในการผลิตรถแข่ง เครื่องบินรบ หรือยานอวกาศ

ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังขับในช่วงของการเร่งความเร็ว และยังจะช่วยในการควบคุม การชะลอความเร็ว และการหยุดรถอีกด้วย แตกต่างจากรถยนต์ทั่วไปที่ใช้ระบบเบรคเพียงอย่างเดียวในการชะลอและหยุดรถ เทคโนโลยีอีเอ็น-วี จะไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม เพราะใช้แบตเตอรี่ลิเทียมอิออน ซึ่งสามารถขับได้ระยะไกลถึง 40 กิโลเมตรต่อการชาร์ตแบตเตอรี่ 1 ครั้ง

ไม่รู้จริงๆ ว่า เมื่อไหร่เราจะได้เห็นรถประเภทนี้ออมมาใช้งานจริง ไม่รู้ว่าผมจะทันได้เห็นในชาตินี้หรือไม่ ยิ่งบ้านเมืองป่วนๆ แบบนี้ ไม่มีแววว่าจะหยุดกันเสียที

เอ! หรือว่าจะจบกันแบบ ไม่มีอนาคตหนอ


ที่มาโดย ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์

ผ่ากลยุทธ์วอลโว่ พิชิตยอดโต100%

ผ่ากลยุทธ์วอลโว่ พิชิตยอดโต100%วอลโว่ปลุกกลยุทธ์ Tie-in กระตุ้นยอดขาย ตั้งเป้าหมายเติบโตแบบก้าวกระโดดจาก 500 คันในปีที่ผ่านมาสู่ 1,000 คันในปีนี้ พร้อมดันเวิร์น ดีลเลอร์รายใหญ่ในกรุงเทพฯ ขยายตลาดผ่านเครือข่ายที่มีอยู่ เตรียมเสริมทัพด้วยรถยนต์รุ่นใหม่ ทั้ง S40 ซีดาน และแวน รวมทั้ง S60 ปูทางเพิ่มตลาดรถยนต์ประกอบในประเทศ เพิ่มศักยภาพการแข่งขันตลาดรถหรู

แม้การโฆษณาประชาสัมพันธ์จะทำให้เข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง แต่การเลือกใช้กลยุทธ์โฆษณาแฝง ก็เป็นอีกวีธีหนึ่งที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดีด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะการโฆษณาแฝงแบบ Tie-in ผ่านละครโทรทัศน์ในช่วงที่ผ่านมาของวอลโว่ ได้รับเสียงตอบรับค่อนข้างดี อาทิเช่นละครโทรทัศน์เรื่อง ทัดดาวบุษยา ทางช่อง 3 ที่พี่งจบไป

การนำรถยนต์วอลโว่ รุ่นธงโดยเฉพาะ XC90 เข้าไปร่วมในฉาก ทำให้ผู้บริโภคส่วนหนึ่งเกิดความประทับใจในภาพลักษณ์ และความสวยงามของตัสผลิตภัณฑ์ แหล่งข่าวจากวอลโว่ระบุว่า ตั้งแต่ช่วงละครออนแอร์ จนถึงละครจบไปแล้ว มีลูกค้าเข้ามาสอบถามเกี่ยวกับรถยนต์รุ่นที่นำเข้าใช้ถ่ายละคร และอีกบางส่วนมีการสั่งซื้อรถยนต์รุ่นนั้นๆ

การทำตลาดผ่านกลยุทธ์แบบ Tie-in ในละคร อาจไม่ใช่เรื่องใหม่ และมีบริษัทรถยนต์หลายแบรนด์ที่เข้าไปทำ แต่ครั้งนี้ถือได้ว่าวอลโว่ ประสบความสำเร็จอย่างมาก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะตัวเนื้อเรื่องละครได้รับความนิยมจากผู้ชมเป็นจำนวนมากนั้นเอง และกลยุทธ์ดังกล่าวน่าจะมีให้เห็นต่อเนื่องในปีนี้อีกเช่นกัน

อย่างไรก็ดีกลยุทธ์ Tie-in อาจสร้างปรากฏการณ์ช่วงสั้นๆ เท่านั้น และการทำตลาดรถยนต์หลักๆ จะอยู่ที่พัฒนาตัวผลิตภัณฑ์ ล่าสุดวอลโว่ได้นำเข้ารถยนต์ C30 รุ่นปรับโฉมใหม่ในแบบไมเนอร์เชนจ์ และ S80 รุ่นซูพีเรียร์ สำหรับ C30 นั้น มีการปรับปรุงรูปลักษณ์ให้โดดเด่นในสไตล์สปอร์ตยิ่งขึ้น ด้านหน้าออกแบบกันชนหน้าใหม่ที่โค้งขึ้น ช่องลมด้านหน้าถูกออกแบบให้ใหญ่ขึ้นคล้ายกับในรุ่นเอ็กซ์ซี60 เป็นต้น มีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 1.999-2.539 ล้านบาท

ขณะที่ S80ซูพีเรียร์ นั้น มีการเพิ่มอุปกรณ์ความปลอดภัยเพิ่มขึ้นให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ในระดับราคาที่ต่ำลงคือ2.79 ล้านบาท โดยรุ่น S80 เดิมอยู่ที่กว่า 3 ล้านบาท ทำให้ราคาเป็นอีกกลยุทธ์หนึ่งที่สำคัญของวอลโว่ในตลาดรถหรู ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการลดอัตราภาษีนำเข้าของเขตการค้าเสรีอาเซียน หรืออาฟต้านั้นเอง

ฉันทนา วัฒนารมย์ ประธาน บริษัท วอลโว่ คาร์(ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เป้าหมายที่ว่างไว้ทั้งหมด 1,000 คัน จะมาจากรถยนต์รุ่น S80 เป็นหลักคือ 40% ขณะที่รถยนต์ครอสโอเวอร์ XC90 และรถยนต์นั่งแวน V40 จะมีสัดส่วนเท่ากันคือ 20% สำหรับรุ่น S 40 จะมีสัดส่วน 10% ขณะที่XC60 และ C30 นั้นจะมีสัดส่วนเท่ากันคือ 5% นอกจากนี้ในช่วงปลายปีวอลโว่ จะเพื่มรุ่น S60 โฉมปรับปรุงใหม่เข้าไปในตลาดอีก 1 รุ่น เพื่อเพิ่มความหลากหลายด้านผลิตภัณฑ์และเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้า

สำหรับด้านเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายนั้น แรงค์ พี.ที.โอ คอร์เนอร์ จำกัด ซึ่งอยู่ในกลุ่ม ของออโตโมทีฟ เวิร์น ประเทศไทย เป็นตัวแทนจำหน่ายที่มีศัยภาพที่สุดเท่าที่วอลโว่ประเทศไทยเคยมีมาก่อน อีกทั้งการเตรียมขยายเครือข่ายในรูปแบบศูนย์บริการย่อยในพื้นที่ต่างๆ นอกเหนือจาก 2 สาขาหลักคือ หัวหมาก และลาดพร้าว น่าจะทำให้วอลโว่เพิ่มยอดขายและส่วนแบ่งตลาดรถหรูในกรุงเทพฯได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

อย่างไรก็ตามกลยุทธ์สำคัญอีกประการหนึ่งของวอลโว่ คือ การแข่งขันด้านราคา เมื่อเทียบกับคู่แข่งรายใหญ่ทั้ง เมอร์เซเดส-เบนซ์ และบีเอ็มดับเบิลยู ราคาของวอลโว่ อยู่ในตำแหน่งที่ลูกค้าสามรรถเข้าถึงได้ง่าย และสะดวกกว่า เมื่อจุดอ่อนในด้านเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายเริ่มลดลง ผู้บริโภคเริ่มกลัลมาเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ และแบรนด์มากยิ่งขึ้น โอกาสการเติบโตในตลาดรถหรูก็มีเพิ่มขึ้น

เพราะฉะนั้นการเพิ่มสัดส่วนรถยนต์รุ่นประกอบในประเทศ หรือซีเคดี ที่เพิ่มขึ้น ก็ยิ่งส่งผลต่อการทำตลาดในระดับราคาที่ต่ำกว่าคู่แข่งขันในตลาด ฉันทนาบอกว่า การทำตลาดรถซีเคดียังเป็นนโยบายหลักของวอลโว่ในประเทศไทย ปัจจุบันนอกจากรุ่นเอส80 และรถอเนกประสงค์รุ่นเอ็กซ์ซี90 แล้ว วอลโว่อยู่ระหว่างการเจรจาขอประกอบครอสโอเวอร์รุ่น XC60 ในไทยอีกรุ่น

“การทำซีเคดีในไทยจะทำให้ส่วนต่างของราคา ลดลงจากการนำเข้าแบบซีบียูเป็นล้านบาท ส่งผลให้ผู้บริโภคชาวไทยมีโอกาสเป็นเจ้าของรถวอลโว่ได้ง่ายขึ้น" ฉันทนากล่าว

วอลโว่กับอนาคตที่สดใส

ช่วงเวลา 2 เดือนแรกของปี 2553 วอลโว่ทำยอดขายรถยนต์ทุกรุ่นไปแล้ว 70 คัน ขณะที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ ทำยอดขายได้ 287 คัน และบีเอ็มดับเบิลยู 212 คัน ขณะที่ตลาดรถยนต์ระดับหรูในเมืองไทยมีปริมาณปีละราวๆ 7,000 คัน การตั้งเป้าหมาย 1,000 คันของวอลโว่ ถือว่าเป็นปริมาณที่ไม่มากนัก โดยคิดเป็นส่วนแบ่งตลาดประมาณ 7% เท่านั้น

อย่างไรก็ตามในตลาดรถหรูนั้น ยังมีแบรนด์รถยนต์จากยุโรปอีกหลายๆ แบรนด์อาทิเช่น ซีตรอง เปอโยต์ และออดี้ เป็นต้น ยังไม่รวมรถยนต์เลกซัส รถหรูจากค่ายโตโยต้า ซึ่งปีนี้ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 330 คัน ซึ่งในเวลานี้คงยังไม่สามารถบอกได้ว่า เป้าหมายของแต่ละแบรนด์จะประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใด แต่สำหรับวอลโว่นั้น การตั้งเป้ายอดขายเติบโตเพิ่มขึ้น 100% พร้อมกับการจัดทัพรถยนต์หลายๆ รุ่นหลายเซ็กเมนท์เข้ามาในตลาดปีนี้ ถือเป็นการรุกตลาดครั้งใหญ่ของวอลโว่

ยังไม่รวมกับการซื้อกิจการวอลโว่ของ จีลี่ โฮลดิ้ง บริษัทรถยนต์อิสระรายใหญ่ที่สุดของจีน ซึ่งน่าจะมีผลต่อการขยายตัวของแบรนด์วอลโว่ ในอนาคต โดยเฉพาะในแถบเอเซีย ยิ่งน่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง ถึงอนาคตของวอลโว่ ในประเทศไทย

ที่มาhttp://www.managerweekly.com/

สมรรถนะเหนือราคา มาสด้าครอสโอเวอร์ CX9

สมรรถนะเหนือราคา มาสด้าครอสโอเวอร์ CX9ถ้าเป็นเมื่อก่อนการหารถยนต์ในแบบขับเคลื่อน 4 ล้อและเอนกประสงค์หรูๆ สักคันคงมีให้เลือกกันไม่กี่รุ่น แต่เดี๋ยวนี้คงเลือกกันไม่ถูกว่าจะเอายี่ห้อไหนดี อาจเพราะแนวคิดการออกแบบรถยนต์ประเภทนี้พัฒนาไปมาก มีการรวมคุณสมบัติของรถยนต์ประเภทขับเคลื่อน 4 ล้อ มารวมกับรถยนต์เอนกประสงค์จนได้รถยนต์นิยามใหม่ที่เรียกกันว่า ครอสโอเวอร์

มาสด้า CX9 เป็นผลพวงอันหนึ่งของการพัฒนารถยนต์ให้ตอบสนองความต้องการตลาดที่ว่านี้ แต่ที่พิเศษเพิ่มขึ้นกว่าครอสโอเวอร์ยี่ห้ออื่นคือ มาสด้าใส่ความเป็นสปอร์ตเข้าไปทั้งรูปลักษณ์ และสมรรถนะ เพื่อสะท้อนถึงแนวคิด Zoom Zoom ของตัวเอง เหมือนกับมาสด้าทุกๆ รุ่นในตลาด

มีการเปรียบเทียบคุณสมบัติต่างๆ ขนาดรูปร่าง การใช้งาน สมรรถนะ และราคา มาสด้า เซลส์ประเทศไทย การันตีกับผมว่า เจ้านี่เหนือกว่าคู่แข่งในตลาดเมืองไทยเกือบทุกอย่าง หลักๆ ก็เห็นจะเป็น XC90 ของวอลโว่ และเลกซัส RX350 อย่างเช่น CX9 ออกแบบให้เป็นครอสโอเวอร์ 7 ที่นั่งเหมือนกับวอลโว่ แต่ใช้เครื่องยนต์สมรรถนะสูงกว่า ขณะที่เลกซัสอาจมีแรงม้ามากกว่า 2 ตัว แต่ก็เป็นแค่รถ SUV ที่โดยสารได้เพียง 5 ที่นั่ง แต่ทั้งหมดนี้ผมว่ามันไม่เร้าใจเท่ากับราคาที่ถูกกว่าคู่แข่งเยอะทีเดียว

มาสด้าเปิดตัวรถรุ่นนี้ด้วยราคาเพียง 3,699,000 บาท แต่คู่แข่งนั้นคันหนึ่งก็ปาเข้าไป 4 ล้านอีกคันหนึ่งก็ 6 ล้าน ถูกกว่าเห็นๆ บางคนอาจเถียงคันละ 3 ล้านมันถูกตรงไปไหน มันถูกตรงที่คนซื้อคงต้องมีเบนซ์ หรือบีเอ็มฯ หรือไม่ก็รถสปอร์ตคันละเป็น 10 ล้านอยู่ก่อนแล้ว

CX9 เป็นครอสโอเวอร์มีความเป็นเอนกประสงค์สูงครับ พื้นที่ห้องโดยสาร และที่นั่งออกแบบให้กว้างขวางรองรับผู้โดยสารร่างสูงๆ ได้สบายๆ แม้แต่เบาะนั่งแถว 3 ที่สามารถพับแนวราบได้ ผู้โดยสารความสูงขนาด 165 เซ็นติเมตรอย่างผมยังนั่งได้สบายๆ แต่ถ้าไม่ได้ใช้งานมันทำให้มีพื้นที่บรรทุกสัมภาระได้อีกเป็นโขยงเลยหละ ผมกะเอาว่าถุงกอล์ฟ 4-5 ใบ หรือกระเป๋าเดินทางใหญ่ๆ สัก 5-6 ใบ เหลือๆ

สำหรับเครื่องยนต์นั้นมากันแบบไม่เกรงใจโอเปค แต่ได้สมรรถนะเต็มๆ V6 ขนาด 3.7 ลิตร กำลังสูงสุด 273 แรงม้าที่ 6,250 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 367 นิวตันเมตรที่ 4,250 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด Activematic สามารถปรับเปลี่ยนโหมดในแบบแมนนวลได้

สมรรถนะขนาดนี้ลืมได้เลยคำว่าอืดอาด ทั้งแรงฉุด อัตราเร่ง การแซง มันดูง่ายดายไปเสียหมด เส้นทางขึ้นอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ด้านจังหวัดปราจีนบุรี เป็นบททดสอบได้ดี ผมเรียกกำลังมันได้ตลอดเวลา ยิ่งเติมคันคันเร่งมันยิ่งออกมา ขณะที่การทรงตัวนั้นแน่นอนความสูงของมันคือ 1,728 มิลลิเมตรอาจมีผลต่อการใช้ความเร็วสูงๆ แต่ด้วยระบบความปลอดภัยทั้ง ป้องกันการลื่นไถล TSC, ควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ DSC และระบบRSC (Roll Stability Control ที่มีเซ็นเซอร์ตรวจวัดการแกว่งตัวของรถ และความเร็วของล้อ ในการประมวลผลสั่งการแก้ไขในเวลาที่จำเป็น ทำให้ผมอุ่นใจ และมั่นใจในการควบคุมครอสโวเวอร์สปอร์ตคันนี้ได้

แม้กระทั้งช่วงโค้งอันตราย ทั้งตอนขึ้นและลงจากเขาใหญ่ด้านอำเภอปากช่อง ระบบทุกอย่าง และเครื่องยนต์ทรงพลัง ทำให้การขับขี่บนเส้นทางยากๆ และอันตราย กลายเป็นเรื่องสบายๆ ในเวลารวดเร็วกว่ารถปรกติทั่วไป

อันที่จริงความเด่นของ CX9 สำหรับผมคงไม่ได้อยู่ที่สมรรถนะเพียงอย่างเดียว มันมีองค์ประกอบหลายๆ อย่างทั้งรูปร่างหน้าตา ที่เน้นสปอร์ต มีกระจังหน้าขนาดใหญ่ ห้องโดยสารกว้างจุได้สูงสุดตั้ง 7 ที่นั่ง สิ่งอำนวยความสะวดภายในก็ครบ ทั้งแอร์แบบอัตโนมัติแยก 3 โซน เครื่องเสียงชั้นดีรองรับการต่อเชื่อม iPod ได้ด้วย แม้จอ LCD ขนาด 4.3 นิ้วจะไม่รองรับเครื่องเล่น DVD แต่ก็สามารถปรับแต่งให้เป็นจอมอนิเตอร์ได้ ที่สำคัญคือราคาค่าตัว จ่ายน้อยกว่าครอสโอเวอร์ยี่ห้ออื่นตั้งเยอะ

ที่มาโดย ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์

ประหยัดจนติดใจ อัลติส แอดวานซ์ ซีเอ็นจี

ประหยัดจนติดใจ อัลติส แอดวานซ์ ซีเอ็นจีใครไม่เคยใช้รถยนต์ติดก๊าซมาก่อน เชื่อว่าถ้าได้สัมผัสกับโตโยต้า อัสติส แอดวานซ์ ซีเอ็นจี คันนี้แล้วจะติดใจความความประหยัดอย่างล้นเหลือ ด้วยความที่เป็นรถที่มีกาติดตั้งระบบก๊าซออกจากสายการผลิต ยิ่งเพิ่มความมั่นใจในเรื่องความปลอดภัย ทั้งอุปกรณ์ และถังก๊าซ ด้วยการการันตีคุณภาพขั้นสูงสุดของโตโยต้ามอเตอร์ประเทศไทยคือ ระยะเวลา 3 ปี หรือ100,000 กิโลเมตร

ก่อนหน้านี้เราเคยสัมผัสกับอัลติส ติดก๊าซซีเอ็นจี กันแทบทุกวันในคราบของรถแท็กซี่ ทั้งที่นำรถไปติดตั้งเอง และรุ่นที่ติดตั้งมาจากโรงงานโตโยต้าก่อนน้านี้ในชื่อลิโม่ ซึ่งเป็นรุ่นเกียร์ธรรมดา แต่เจ้าแอดวานซ์ ซีเอ็นจี คันนี้เป็นรถที่มีการพัฒนาต่อเนื่อง โดยมาพร้อมกับเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด ควบคุมด้วยไฟฟ้าแบบซุปเปอร์ อีซีที (Super ECT-Electronic Controlled Transmission)

เครื่องยนต์เป็นรุ่นเดียวกับอัลติสทั่วไปคือ 3ZZ-FE ขนาด 1598 ซีซี 4 สูบ 16 วาล์ว DOHC VVT-i ให้กำลังสูงสุด 109 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 145 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบต่อนาที โดยกล่องควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ หรือECU จะทำหน้าที่ประมวลผลในการกำหนดการจ่ายก๊าซให้เหมาะสมและรองรับก๊าซได้จากทุกแหล่งทั่วประเทศ

วาล์วเติมก๊าซติดตั้งอยู่ใกล้กับช่องเติมน้ำมัน ทำให้มันสะดวกในการเติมเพราะไม่ต้องเสียเวลาเปิดฝากประโปรงหน้า ส่วนความปลอดภัยนั้น โตโยต้าบอกว่ามีการติดลิ้นป้องกันก๊าซไหลย้อนกลับ ลิ้นเปิด-ปิดอัตโนมัติ (Solenoid Valve) ช่วยควบคุมการจ่ายก๊าซแรงดันสูงตามคำสั่งของกล่องอิเล็กทรอนิกส์ แฃะปรับค่าให้เหมาะสมกับความต้องการของเครื่องยนต์ และช่วยป้องกันการไหลออกของก๊าซเมื่อดับเครื่องยนต์ มีลิ้นกันกลับ 2 จุด (Double Check Valve) ป้องกันก๊าซไหลย้อนกลับเพื่อความปลอดภัย

นอกจากนี้ยังมีชุดหัวฉีดก๊าซ (Sequential Injection System) ควบคุมการจ่ายก๊าซธรรมชาติอัด ด้วยระบบหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ โดยได้รับคำสั่งจากกล่องอีซียู ส่วนฝาครอบวาล์ว ท่อนำก๊าซแรงดันสูงที่หลายคนกังวลเรื่องความร้อนจากการใช้ก๊าซก็ผลิตจากสแตนเลส ให้ความแข็งแกร่ง ทนทาน รองรับก๊าซแรงดันสูงได้

ดูจากระบบก๊าซที่ติดตั้งแล้ว ถือว่ามีความปลอดภัยสูง ผมว่าเหมาะกับคนที่อยากใช้รถติดก๊าซแต่ไม่ไว้ใจอู่ที่ติดตั้งว่าจะได้มาตรฐานหรือไม่

อัลติส แอดวานซ์ ซีเอ็นจี ติดตั้งถังก๊าซขนาดความจุ 75 ลิตร เติมเต็มถึงครั้งหนึ่งก็ตกราวๆ 13-14 ลิตร จ่ายค่าก๊าซแต่ละครั้งก็ราวๆ 110-120 บาทเท่านั้น ใช้สำหรับการเดินทางประมาณ 160-180 กิโลเมตร ขึ้นอยู่กับการใช้งานในเมืองหรือนอกเมือง

ปรกติรถที่เปลี่ยนไปใช้ก๊าซจะแล้วกำลังจะหายไปส่วนหนึ่ง แต่แอดวานซ์ซีเอ็นจี คันนี้ค่อนข้างพิเศษว่า อาจเพราะมันได้รับการปรับแต่งเครื่องยนต์จากโรงงาน ทำให้ได้สมรรถนะที่ดีกว่า โดยเฉพาะแรงบิดเรียกกำลังได้ดี อย่างไรก็ดีหากต้องการสมรรถนะที่สูงในการขับขี่ ผมสามารถเลือกเปลี่ยนมาใช้โหมดน้ำมันได้ด้วยตัวเอง เพียงแค่กดปุ่มที่แผงควบคุม

สำหรับผมแล้วไม่สนใจว่ามันจะแซงรถได้กี่คัน เพราะสิ่งที่ต้องการคือ การเดินทางด้วยเชื้อเพลิงในราคาประหยัด ความเร็วไม่มากมาย วิ่งนอกเมืองก็ราวๆ 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมงสบายๆ ในเมืองสิ่งที่ต้องการคืออัตราเร่ง ซึ่งผมว่ามันก็ใช้ได้ดี เทียบกับรถที่นำมาติดก๊าซนอกโรงงานแล้ว มันปรู๊ดปร๊าดกว่าเห็นๆ

สำหรับอัลติส แอดวานซ์ซีเอ็นจี ราคา 834,000 บาท ไม่แพงเลย เพราะเมื่อถึงเวลาที่ต้องเติมก๊าซ ผมจ่ายน้อยกว่า ค่าน้ำมันเป็นเท่าตัว แถมเจ้านี้ยังเลือกเติมน้ำมันได้อีกตั้งแต่ E20 E10 จะ 91 หรือ 95 ได้หมดครับ ใครใช้มีแต่ติดใจแน่นอน

ที่มา http://www.managerweekly.com/

เร้าใจเกินความคาดหมาย ฟอร์ดโฟกัส 1.8 และ2.0 ลิตร

เร้าใจเกินความคาดหมาย ฟอร์ดโฟกัส 1.8 และ2.0 ลิตรมันอาจไม่ใช่ทางเลือกในอันดับต้นๆ ของรถยนต์เซ็กเมนท์คอมแพ็กต์คาร์เมืองไทย แต่มีคนใช้รถไม่น้อยที่บอกว่า ฟอร์ด โฟกัส โฉมปัจจุบันแลดูสวยงามเลยหละ ข้อดีของมันคือ นอกจากรูปลักษณ์ตัวถังที่มีให้เลือกทั้งแบบ1.8 ลิตร "แอมเบี้ยนต์" (Ambiente)และรุ่น "ฟิเนซ" (Finesse) ทั้งแบบ 4 ประตูและ 5 ประตู และเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรในรุ่น "เกีย" (Ghia) แบบ 4 ประตู และรุ่นสปอร์ต (Sport) แบบ 5 ประตู แถมด้วยรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลอีกหนึ่งรุ่นด้วย

โฟกัสที่ผมนำมาทดสอบในครั้งนี้ เป็นรุ่นเครื่องยนต์เบนซินทั้ง 2 ขนาดคือ 1.8 ลิตร 125 แรงม้ากับแรงบิดสูงสุด 122 นิวตันเมตร และ 2.0 ลิตร 145 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 137 นิวตันเมตร ทั้ง 2 สามารถใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 ได้ แต่ถ้าจะให้เลือกแล้วผมคงให้น้ำหนักกับเจ้าตัว 1.8 ลิตรมากกว่า ด้วยเหตุผลด้านความคุ้มค่า และความประหยัดในสภาวะการณ์โลกปัจจุบัน

แรงม้าแม้จะน้อยกว่า แต่รถคอมแพ็กต์คาร์แบบนี้ แค่ 125 แรงม้าก็เพียงพอกับการใช้งานในเมือง และออกไปร่อนต่างจังหวัดช่วงสุดสัปดาห์ได้สบายๆ ยิ่งถ้าประเภทขับรถแบบชิลๆ แล้วหายห่วงครับ 120-130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไม่ใช่ปัญหาเลย เอาเป็นว่าอัตราเร่งการออกตัว ผมว่าเหนือกว่าคอมแพ็กต์คาร์บางยี่ห้อเสียอีก ช่วงล่างแบบยูโรสไตล์ ด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สันสตรัท โช้กอัพแก๊สและคอยล์สปริง ด้านหลัง คอนโทรลเบลดมัลติลิงค์ ถ้าจะให้ตรงๆ เลยก็ไม่ต่างจากรถยนต์ที่ออกจากโรงงานเดียวกันอย่างมาสด้า 3 สักเท่าไร

มันให้อารมย์การขับขี่คล้ายๆ กับรถยุโรป ตามคอนเซ็ปต์ที่ฟอร์ดวางไว้ ตั้งแต่คอนโซลหน้า และตรงกลาง จะติดอยู่นิดหน่อยก็ตรงที่การออกแบบโดยรวมคงเน้นตลาดพวงมาลัยซ้ายไปหน่อย และทำให้เบรกมือมันไปอยู่ใกล้เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้า แทนที่จะอยู่ติดกับเบาะคนขับ ก้านไฟเลี้ยวอยู่ด้านซ้าย สวิตท์ไฟก็เป็นตัวบิดในติดกับคอนโซล แทนที่จะเป็นก้านบิดเหมือนกับรถญี่ปุ่น lส่วนแผงหน้าปัดกลางแบบดิจิตอลเรืองแสงสีแดงอ่อนในช่วงกลางคืน ดูง่ายและทันสมัย

ส่วนรุ่น 2.0 ลิตรนั้น คงเหมาะกับคนที่ชอบความแรงเป็นหลัก ไม่แยแสกับราคาน้ำมันสักเท่าไร ทั้งอัตราเร่ง และการเรียกกำลังในช่วงกลางถึงปลาย รับรองว่าถูกใจประเภทนักซิงเท้าหนักเป็นแน่ เรื่องการควบคุมก็มั่นใจในช่วงล่างของโฟกัสได้ แต่ผมก็ไม่ได้หมายถึงมันจะทำให้อารมย์เหมือนกับรถยุโรปหรูๆ อย่างบีเอ็มฯ หรือเบนซ์ ที่กระแทกคันเร่งไปเฉียด 200 ได้หรอกนะ แต่เอาเป็นว่า 145 แรงม้ากับน้ำหนักตัวถัง 1,300 กิโลกรัม มันทำให้คุณขับได้สนุกแน่นอน

สำหรับผมชัดเจน ถ้าเลือกขอแบบประหยัดจะดีกว่า เพราะแม้กำลังสมรรถนะจะต่างกัน แต่ในเรื่องออฟชั่นต่างๆ การตกแต่งทั้งภายนอกและภายใน ถือว่าใกล้เคียงกันมากทีเดียว ยิ่งถ้าเป็นรุ่น 5 ประตูแฮชท์แบ็ค ที่มีพื้นที่บรรทุกสัมภาระด้านหลังเพิ่มขึ้นมา มันตอบโจทย์ของคนใช้รถในแบบคนเมืองได้เลย

ราคาค่าตัวของโฟกันเครื่องยนต์เบนซินทั้ง 2 รุ่น ก็จัดว่าเข้าถึงได้ไม่ยาก ถูกกว่าอัลติส และซีวิค แต่ที่อาจทำให้ไม่สบายใจคือ เรื่องของราคาขายต่อหากในอนาคตอยากเปลี่ยน และพื้นที่ให้บริการของโชว์รูมและศูนย์บริการ อย่างไรก็ตามครับ แคมเปญล่าสุดของโฟร์ดที่ออกมาคือ การสื่อสารการตลาดในเรื่องความคุ้มค่า ความคงทน และรูปลักษณ์ ที่จะทำให้มันมีอายุการใช้งานยาวนาน รวมถึงศูนย์บริการฟอร์ด ที่คาดว่าจะเพิ่มให้ได้ถึง 100 สาขาในปีนี้

ดังนั้นถ้าคิดว่าฟอร์ด โฟกัส เป็นคำตอบสุดท้ายแล้วหละก็ ถึงตอนนี้ก็น่าจะมั่นใจแบรนด์นี้ได้ในระดับหนึ่งแล้วหละครับ ส่วนราคานั้น ราคาเริ่มต้นที่ 749,000บาท สูงสุดที่ราคา 949,000 บาท


ที่มาโดย ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์

เสริมหล่อสไตล์มิตซู ไทรทัน เมกะแค็บ พลัส

เสริมหล่อสไตล์มิตซู ไทรทัน เมกะแค็บ พลัส เมื่อไม่นานมานี้ค่ายมิตซูบิชิได้จับเจ้าไทรทัน พลัส มาเสริมหล่อกันอีกครั้ง โดยให้ชื่อว่า ไทรทัน เมกะแค็บ พลัส พร้อมกับนำสื่อมวลชนร่วมทดสอบสมรรถนะความแข็งแกร่งกับ การเดินทางครั้งนี้นอกจากจะได้สัมผัสกับสมรรถนะของรถในรุ่นใหม่แล้ว ยังได้ร่วมกันทำบุญด้วยการบริจาคสิ่งของ-ข้าวสารและอุปกรณ์การเรียนให้กับโรงเรียน ตชด. วิจิตรวิทยาคาร ต. ปิล๊อก อ. ทองผาภูมิ จ. กาญจนบุรี โดยมีกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทมิตูซูบิชิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) มร.โนบุยูกิ มูราฮาชิ ร่วมเดินทางในครั้งนี้ด้วย

ไทรทัน เมกะแค็บ พลัส โฉมใหม่นี้ มีการปรับกระจังหน้าและกันชนให้ดูสปอร์ตและบึกบึนมากขึ้น พร้อมกับการเพิ่มไฟเลี้ยวด้านข้างเลนส์ใส ไฟตัดหมอกดีไซน์ใหม่ และ ล้ออัลลอยล์ขนาด 16 นิ้ว ซึ่งหากมองกันผ่านๆก็จะดูไม่แตกต่างจากรุ่นก่อนๆสักเท่าไรนัก แต่เมื่อมาดูด้านหลังก็จะพบกับสิ่งใหม่ๆของรถรุ่นนี้กัน นั่นก็คือ ราวกระบะด้านบน “bed side rails”และ ชุดปูท้ายกระบะ “ bed liner”

ด้านเครื่องยนต์ยังคงเป็น 2.5 DI-D ไฮเปอร์ คอมมอนเรล DOHC 16 วาล์ว เทอร์โบชาร์จแบบใบพัดคู่ ให้กำลังสูงสุด 140 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 321 นิวตันเมตร ที่ 2,000 รอบต่อนาที ส่วนใครที่กังวลเรื่องการเปลืองน้ำมัน รถรุ่นนี้สามารถที่จะใช้น้ำมันไบโอดีเซล บี5ได้ ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการประหยัดเงินในกระเป๋า

สำรวจตรวจสอบกันพอหอมปากหอมคอ ก็ถึงเวลาต้องออกเดินทางไปยังจุดหมายปลาย โดยภายในห้องโดยสารเมื่อเข้ามานั่ง ก็ยังกว้างขวางเหมือนเดิม ส่วนเรื่องของฟังก์ชั่นการใช้งานก็ครบครันไม่ว่าจะเป็นที่วางแก้วและที่พักแขน ช่องเก็บของอเนกประสงค์แบบ 2 ชั้น ระบบความบันเทิงครบครันทั้งเครื่องเล่นวิทยุ CD, MP3, DVD, DivX, และช่อง AUX สำหรับอุปกรณ์ต่อพ่วง พร้อมจอภาพแบบ Wide Screen ขนาด 7 นิ้ว

การเดินทางในช่วงเริ่มแรกไทรทัน เมกะแค็บ พลัส ถือว่าค่อยเป็นค่อยไป เพราะต้องเจอกับสภาพการจราจรที่ติดขัดในเมืองกรุง แต่เมี่อเริ่มเบนเข็มมุ่งสู่นอกเมือง สภาพท้องถนนก็เริ่มปลอดโปร่ง มีพื้นที่ให้สามารถใช้ความเร็ว และสามารถทดสอบการทำงานของเครื่องยนต์ รวมไปถึงระบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเร็ว,ความแข็งแกร่งของช่วงล่าง,การควบคุมทิศทางของพวงมาลัย ซึ่งการเดินทางที่เป็นจุดไคลแม็กซ์ในวันนั้นคือช่วงที่ต้องขึ้นเขาไปบริจาคของยัง โรงเรียน ตชด. วิจิตรวิทยาคาร ปิล๊อก และ การเดินทางเข้าที่พักคือเหมืองสมศักดิ์

สำหรับเส้นทางขึ้นเขาค่อนข้างจะคดเคี้ยว และเป็นถนนสองเลนที่ต้องสวนทางกัน ทำให้การขับขี่ต้องเป็นไปอย่างระมัดระวัง อย่างไรก็ตามด้วยความที่เดินทางกันในวันธรรมดาทำให้ปริมาณรถไม่มากจึงทำให้ ไทรทัน เมกะแค็บ พลัส ได้สำแดงเดชอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวงมาลัยที่เป็นแบบ แร็คแอนด์พิเนียนพร้อมพาวเวอร์ช่วยผ่อนแรง ทำให้การควบคุมบังคับทิศทางขณะเลี้ยวหรือเข้าโค้งค่อนข้างแม่นยำ บวกกับคุณสมบัติคือรัศมีวงเลี้ยวที่แคบเพียง 5.9 เมตร ก็ทำให้การขับขี่ในวันนั้นเป็นไปอย่างคล่องตัว

ช่วงที่สนุกสนานและเป็นช่วงที่ระบบช่วงล่างของรถคันนี้ได้ทำงานกันอย่างเต็มที่คือ การเดินทางเข้าไปยังจุดที่พัก เหมืองสมศักดิ์ ซึ่งถนนที่ต้องวิ่งเข้าไปนั้น ไม่ได้เป็นถนนลาดยาง แต่เป็นถนนดินแดง เรียกว่าออฟโรดกันเต็มที่ ซึ่งช่วงล่างหน้าแบบอิสระปีกนกสองชั้น คอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง ส่วน ช่วงล่างหลังแบบแหนบแผ่นซ้อนพร้อมโช้คอัพไขว้ ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ เมื่อทำงานร่วมกันทำให้การขับขี่ค่อนข้างจะนุ่มนวล และเกาะถนนสร้างความมั่นใจให้ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร

สำหรับการเดินทางกับ มิตซูบิชิ ไทรทัน พลัส เมกะแค็บ หน้าใหม่คันนี้ สิ่งที่ถูกใจน่าจะเป็นเรื่องของการตอบสนองการขับขี่ ที่สามารถบุกป่าฝ่าดงได้อย่างมั่นอกมั่นใจ ส่วนการขับขี่บนสภาพท้องถนนทั่วไป ก็ทำได้ดีไม่แพ้ใคร จะติดใจอยู่ก็ตรงที่หน้าตาของมันที่หลายคนอาจจะไม่ค่อยชอบใจกับปิคอัพยี่ห้อนี้สักเท่าไรนัก เพราะมันดูล้ำๆสมัย เอาเป็นว่าใครใคร่ชอบก็ลองเข้าไปสัมผัสได้ ที่โชว์รูมมิตซูบิชิทุกแห่งทั่วประเทศ โดยมี 2รุ่นให้เลือกคือ 2.5 GLX เกียร์ธรรมดาสนนราคา 615,000 บาท อีกรุ่นคือ 2.5 GLS เกียร์ธรรมดา สนนราคา664,000 บาท นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มรุ่นตกแต่งพิเศษ “สีขาวมุก” เป็นการนำรุ่น GLS ซึ่งเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมมาตกแต่งเพิ่มเติมเพื่อตอบสนองลูกค้าที่ชื่นชอบความแตกต่างไม่เหมือนใคร โดยการปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอกให้ดูปราดเปรียวและโดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยตัวถังภายนอกสีขาวมุก พร้อมไฟหน้าสไตล์ใหม่เพิ่มประกายสีเงิน แบบ Chrome bezel รับกับกระจังหน้าโครเมียมที่ให้ความรู้สึกแข็งแกร่ง เพิ่มความลงตัวยิ่งขึ้นด้วยกรอบไฟตัดหมอกหน้าและโป่งล้อด้านข้างสีเดียวกับตัวรถ พร้อมติดตั้งคิ้วข้างตัวรถสไตล์สปอร์ต ในขณะที่ภายในได้รับการออกแบบเพื่อรองรับการใช้งานได้อย่างเต็มที่อีกด้วย


ที่มา http://www.managerweekly.com/

จะ5หรือ4 ยังไงก็อารมย์สปอร์ต มาสด้า 2 สปอร์ตซีดานใหม่

จะ5หรือ4 ยังไงก็อารมย์สปอร์ต มาสด้า 2 สปอร์ตซีดานใหม่อะไรคือความแตกต่างระหว่างมาสด้า 2 แฮชท์แบ็ค 5 ประตู กับมาสด้า 2 ซีดานใหม่ นอกจากส่วนท้ายที่ยื่นออกมา ผมนึกอยู่ในใจก่อนที่จะขึ้นไปนั่งประจำที่นั่งคนขับ ในกิจกรรมทดสอบสมรรถนะรถยนต์รุ่นใหม่ของมาสด้าเซลส์ ประเทศไทยคันนี้ ณ ดินแดนแห่งการท่องเที่ยวของเมืองใต้ เกาะภูเก็ต

ดูจากสเป็คเครื่องยนต์แล้วมันคือ ตัวเดียวกัน 1.5 ลิตร MZR 103 แรงม้า แรงบิด 135 นิวตันเมตร ช่วงล่างด้านหน้าแมคเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโครง ด้านหลังเป็นกึ่งอิสระทอร์ชั่นบีม พร้อมเหล็กกันโครง พวงมาลัยไฟฟ้าแร็คแอนด์พีเนียน เพาวเวอร์ผ่อนแรงแบบอิเล็กทรอนิกส์ ทุกอย่างเหมือนกัน

ผมยังไม่ลืมความรู้สึกตอนอยู่หลังพวงมาลัยมาสด้า 2 รุ่นแฮชท์แบ็คที่เชียงใหม่ เมื่อปลายปีที่แล้ว มันให้ความสนุก และมั่นใจ แต่ส่วนหนึ่งเพราะท้ายมันสั้นกว่าเจ้าซีดานตัวใหม่ ที่ภูเก็ตผมกับเพื่อนๆ สื่อหลายแห่งเดินทางกันเป็นขบวนเกือบ 20 คัน มาสด้า 2 ซีดานแต่ละคันทั้งเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด และเกียร์ธรรมดา 5 สปีด ฝ่าการจราจรกลางเมืองช่วงสายๆ กันอย่างคล่องตัว ถนนเล็กๆ ซอยแคบๆ ที่ถูกวางให้เป็นจุดทดสอบ ไม่ใช่ปัญหาเลย พวงมาลัยแม่นยำในสไตล์มาสด้าช่วยได้เยอะทีเดียว

แต่จุดหมายของการเดินทางวันนี้ค่อนข้างไกลทีเดียวไม่ได้ขับวนไปมาในภูเก็ต พวกเรามุ่งหน้าขึ้นเหนือ ไปอีกเกือบ 200 กิโลเมตร ปลายทางอยู่ที่จังหวัดกระบี่ ถนนหลวงเส้นทางเข้าออกเกาะ โค้งไปโค้งมา ขึ้น และลงเขา ยังกับงูเลื้อย อาจเป็นอุปสรรคในการใช้ความเร็วของรถบางคัน บางรุ่น แต่กับเจ้ามาสด้า 2 ซีดาน รุ่นเกียร์อัตโนมัติที่ผมขับทดสอบ มันเป็นเรื่องสบายๆ 70-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เจอโค้งข้างหน้าก็แค่หมุนพวงมาลัยไปตามทางก็เท่านั้น

อันที่จริงสมรรถนะของมันอาจสูงกว่านั้น แต่ปรกติผมไม่ใช่เป็นคนขับรถเร็วนัก คิดว่า แค่นี้ก็น่าจะเพียงพอสำหรับรถซับคอมแพ็กต์ ซึ่งบางรุ่น ช่วงล่างนุ่มมากๆ แค่นี้ก็เสียวแล้ว และถ้าเทียบกับรุ่นแฮชท์แบ็คแล้วถ้าไม่บรรทุกสัมภาระท้ายรถมากนัก ความแตกต่างในการควบคุมต่างกันนิดหน่อยเท่านั้น รุ่นซีดานจะให้ตัวมากกว่า แต่ยืนยันครับว่าถ้าไม่บรรทุกสัมภาระด้านหลังมากนัก มันต่างกันไม่มากจริงๆ

ช่วงทางตรงๆ ในกระบี่ หลายคันเริ่มดึง 103 แรงม้ามาใช้กันอย่างเต็มเหนี่ยว เข็มวัดความเร็วของผมขยับขึ้นเรื่อยๆ ผ่าน 150 ก็แล้วยังไม่มีท่าทีจะหยุด ผมเลยตัดสินใจถอนเท้าจากคันเร่ง เพราะดูแล้วว่ามันคงไม่เหมาะถ้ารถซับคอมแพ็กต์ทั่วๆไปจะวิ่งกันเร็วมากๆ เครื่องยนต์อาจพาไปได้ แต่ผมมองในเรื่ององค์ประกอบหลายๆ โดยเฉพาะความปลอดภัย

ระยะทางประมาณ 200 กิโลเมตร ซึ่งรวมช่วงทดสอบพิเศษ 3.5 กิโลเมตร ขับขึ้นเขาไปยังจุดชมวิว เพื่อรีดสมรรถนะในแบบสปอร์ต พอจะทำให้ผมตัดสินใจได้ว่า มาสด้า 2 ซีดานใหม่ ยังให้อารมย์สปอร์ตไม่น้อยไปกว่ารุ่น แฮชท์แบ็คสักเท่าไร่ ข้อดีของมันคือ ผมได้พื้นที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่พอจะอัดถุงกอล์ฟสัก 4 ใบได้ หรือกระเป๋าเดินทางใหญ่ๆ อีก 3-4 ใบได้สบายๆ และราคาของทั้ง ซีดาน และแฮชท์แบ็ค ก็ไม่ต่างกันเลย เริ่มต้นรุ่นเกียร์ธรรมดา 535,000 บาท เกียร์อัตโนมัติเริ่มต้น 564,000 บาท เละถ้าอยากได้ตัวท้อปครบเซ็ทอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ระบบความปลอดภัยก็ 675,000 บาท

อีกทั้งมาสด้า เซลส์ประเทศไทย ก็วางคอมเซปต์และตำแหน่งผลิตภัณฑ์ผ่านหนังโฆษณา ทั้ง 2 เรื่องที่มีเป้ วงเสลอ เป็นพรีเซ็นเตอร์ได้อย่างชัดเจน วัยรุ่นเด็กแนวที่ชอบความเร้าใจก็ดูจะเข้าทีกับแฮชท์แบ็คมากกว่าถ้าต้องการความภูมิฐานในแบบรถเก๋ง ซีดานคือสิ่งที่ตอบสนองได้ดีที่สุด แต่ถึงอย่างไรจะ 5 ประตู หรือ 4 ประตูมันก็คือ มาสด้า 2 สปอร์ตรุ่นเล็กของ สปอร์ตซูม ซูมอยู่ดี

ที่มา โดย ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์

วันพุธที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2553

Fiat 500C

Fiat 500Cคอนเซ็ปต์ของเจ้า Fiat 500C คืออิสระและอารมณ์ ซึ่งคว้าดวงวิญญาณของรถเปิดหลังคายุคกิ่งพุทธกาลมาใส่เปลี่ยน ขุมพลังใหม่

รถหน้าตาแบบนี้คนจังหวัดนนทบุรีเขาคุ้นกันดีครับ และถือเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดเพราะมันถูกใช้เป็นแท็กซี่เมืองนนท์มาหลายยุคหลายสมัย ทุกวันนี้ยังพอเห็นออกมาวิ่งอยู่บ้าง แต่เข้าใจว่าจำกัดพื้นที่ใช้งานเฉพาะนนทบุรีเท่านั้นเพราะตัวมันเล็กมาก อาจเกิดอันตรายต่อผู้ขับขี่และโดยสารได้

Fiat 500 จากผู้ผลิตรถยนต์อิตาเลียนเริ่มเดินสายการผลิตครั้งแรกปี 2500 จนถึงปี 2518 ออกแบบโดยดังเต จิอาโคซา

รุ่นแรกคือ Nuova500 เน้นเป็นรถที่ใช้งานในเมือง และราคาประหยัด วัดจากหัวจดท้ายความยาวเพียง 3 เมตรเท่านั้นเอง เครื่องเดิมเป็นรุ่น 2 สูบ 479 ซีซี ระบาบความเย็นด้วยอากาศ เรียกว่าเป็น "ซิตี้คาร์" คันแรกของโลก

รถกระเปี๊ยก Fiat 500 ถูกผลิตออกมาเพื่อสนองความต้องการรถราคาประหยัดของตลาดช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง มันถูกออกแบบให้วางเครื่องไว้ตอนหลังแบบเดียวกับโฟลค์เต่า และ Fait 600 คันใหญ่กว่าที่ผลิตเมื่อ 2498

ถึงมันจะมีขนาดกระจิ๊ดริด แต่ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามันเป็นรถสองที่นั่งยอดนิยมและใช้งานได้จริง ผมว่าแนวคิดของ Fiat 500 ยังเหมาะสำหรับโลกยุคปัจจุบันที่ต้องการพาหนะราคาประหยัด กินน้ำมันน้อย หาที่จอดรถง่าย และเดินทางกันแค่สองคนไม่เห็นต้องนั่งรถคันโตโชว์รวยเลย ยิ่งถนนกรุงเทพ-นนทบุรีติดยาวเป็นหลายกิโลเมตรคงไม่ต้องนึกถึงแรงม้ามหาศาลอะไรกันหรอกนะ
นอกจาก Fiat Nuova500 ยังมีรุ่นไมเนอร์เชนจ์ตามออกมาอีกหลายรุ่น รวมถึงรุ่นสเตชั่นวากอน และรุ่นสปอร์ต ก่อนยุติการผลิตในปี 2518 ก่อนหน้านั้นสองปีเพิ่งออกรุ่น Fiat 126 มาแต่ไม่ได้รับความนิยมเทียบกับบรรพบุรุษของมัน แต่สำหรับประเทศกลุ่มยุโรปตะวันออก Fiat 126 ขึ้นชื่อลือชาว่าทนโครต และประหยัดเชื้อเพลิงเป็นยอด

ผ่านมา 50 ปีพอดีพอดิบ ไม่รู้ใครมีความคิดซุกซุนเสนอปลุกตำนาน Fiat 500 หยิบเอาแบบร่างเดิมมาปรับแต่งเส้นสายลวดลายตามสไตล์ "เรโทร" เดินตาม New Beatle ค่าย Volkswagen และ MINI ค่าย BMW ต้อยๆ แต่ราคาถูกกว่า New Fiat 500 พอมาเมืองไทยแล้วผมไม่เห็นว่ารถราคา 1.6 - 1.8 ล้านบาทมันถูกตรงไหนเลย แต่ชอบมันสวยและแต่งขึ้น

หลังจากวางตลาดมา 2 ปี Fiat500 C ก็ตามมา เป็นรถเปิดประทุนซึ่งคงไม่เหมาะกับเมืองไทยหรอก แต่จะไปเปิดตัวครั้งแรกในงาน Geneva Motorshow แล้วค่อยเริ่มทำตลาดวางจำหน่ายในยุโรปช่วงหน้าร้อน

คอนเซ็ปต์ของเจ้า Fiat 500C คือ "อิสระและอารมณ์" ซึ่งคว้าเอาดวงวิญญาณของรถเปิดหลังคายุคกึ่งพุทธกาลมาใส่เปลี่ยนขุมพลังใหม่ให้สดใส ตกแต่งภายในให้ตะลึง และได้อารมณ์ย้อนยุคถึงแก่นแท้

เรือนร่างของ Fiat 500C มีขนาดเท่ากับรุ่นพื้นฐาน กล่าวคือ จากหน้าจดท้ายยาว 3.55 เมตร กว้าง 1.65 เมตร และสูง 1.49 เมตร มีเครื่องยนต์ให้เลือก 3 รุ่น เริ่มจากรุ่น Multijet Turbodiesel ขนาด 1.3 ลิตร 75 แรงม้า เกียร์ธรรมดา 5 สปีด, รุ่นความจุกระบอกสูบ 1.2 ลิตร 69 แรงม้า และ 1.4 ลิตร 100 แรงม้าเครื่องยนต์เบนซิน มีให้เลือกทั้งระบบเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติแบบ Dualogic ต่างรุ่นต่างสไตล์แต่ได้อารมณ์รักเก่าที่บางปะกง แรงม้าก็ไม่ใช่น้อย ถึงหน้าตาออกแนวย้อนยุคแต่เทคโนโลยีล้ำหน้าไปไกล

นอกจากหน้าตาเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและผู้คนแล้ว Fiat 500C ยังทนทานใช้งานดีเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ด้วยพันธสัญญาใจที่ Fiat Automobiles ให้ไว้กับนักอนุรักษ์นิยมว่าจะปลอดก๊าซเรือนกระจกให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

ระบบ "Start&Stop" เป็นนวัตกรรมถูกนำเข้ามาใช้เป็นอุปกรณ์ควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์ให้ช่วยประหยัดเชื้อเพลิงยิ่งขึ้น หมายความว่า ทุกครั้งที่หยุดรถและสับมาที่เกียร์ว่างแล้วปล่อยคลัตช์ เครื่องยนต์จะดับ และสตาร์ทเองอัตโนมัติเมื่อเข้าเกียร์ใหม่ รถตุ๊กๆ ในกทม.คงตาลุกวาว

รถเปิดปะทุนจากแดนมะกะโรนีคันนี้พัฒนาที่ Fiat Styling Center และผลิตที่โรงงาน Tichy ในโปแลนด์ โดยเพิ่มฟังก์ชั่นใหม่เข้าไปจากสายการผลิตเดิมที่ประสบความสำเร็จอยู่แล้ว มันถูกสร้างขึ้นบนโครงสร้างที่เป็นจุดแข็งของรุ่นพื้นฐาน ถึงจะตัวเล็กแต่แกร่งขึ้นชื่อ พื้นที่ภายในรถรองรับผู้ใหญ่ 4 คนได้สบาย และยังมีพื้นที่สำหรับสัมภาระให้พอตัว ด้านบนเปิดรับแสงแดดอบอุ่นจากทะเลเมดิเตอเรเนียน หรือถ้าเป็นหัวหิน หรือพัทยา ภูเก็ตก็พอไหวนะ
เห็นหลังคาเป็นผ้าร่มก็อย่าเพิ่งไปเหยียดหยามดูแคลน มันไม่ได้เอามือรูดปิดรูดเปิดเหมือนโรงแรมฉิมพลี แต่กดปุ่มสั่งเปิดปิดด้วยไฟฟ้า ค่อยๆ ย้วยเป็นชั้นเรียบร้อยคลุมกระจกหลัง มีไฟเบรคยกสูงตรงกลาง รถมีให้เลือก 3 สี ขาวงาช้าง, แดง และ ดำขำ สีผ้าใบหลังคาจะเข้ากับสีตัวรถอย่างเหมาะเจาะ และยังมีสีพิเศษให้เลือกสองสีคือ แดงมุก และเทาขาวออกแนวสปอร์ตสุดตัว

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก กรุงเทพธุรกิจ

วันพุธที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2553

ไก่เจียด 2 ล้าน ป.แย่งตัว “ลูกชไมเคิล”

ไก่เจียด 2 ล้าน ป.แย่งตัว “ลูกชไมเคิล”ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ สนควักเงิน 2 ล้านปอนด์ (ประมาณ 100 ล้านบาท) คว้า แคสเปอร์ ชไมเคิล นายทวารของ น็อตต์ส เคาน์ตี จากการตีข่าวของ “เดลี มิร์เรอร์” (DAILY MIRROR)

แบล็กเบิร์น โรเวอร์ส และ เบอร์มิงแฮม ซิตี อยากได้ตัว แคสเปอร์ มาเฝ้าเสา หลังจากลูกชายของ ปีเตอร์ ชไมเคิล อดีตนายทวารระดับตำนานของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โชว์ฟอร์มหนึบมีส่วนช่วย น็อตต์ส เคาน์ตี ลุ้นเลื่อนชั้นสู่ ลีก วัน ในฤดูกาลหน้า

สเปอร์ส เตรียมกระโดดร่วมวงแย่งตัว แคสเปอร์ ที่ย้ายมาจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี เมื่อปี 2009 โดยพร้อมจะซื้อและปล่อยให้ น็อตต์ส เคาน์ตี ยืมตัวใช้งานต่อไปในฤดูกาลหน้า เพราะเวลานี้ เฮอเรลโญ โกเมซ ยึดตำแหน่งมือ 1 อยู่แล้ว

น็อตต์ส เคาน์ตี พร้อมขาย แคสเปอร์ ดีกรีทีมชาติเดนมาร์ก ชุดเล็ก ในราคา 6 ล้านปอนด์ (ประมาณ 300 ล้านบาท) แต่ทว่าด้วยปัญหาหนี้สิน ทำให้อาจจะจำใจต้องปล่อยออกไปด้วยราคาถูกกว่านั้น

ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

“ตอร์เรส” ชี้ปัญหารุมฉุดหงส์แย่

“ตอร์เรส” ชี้ปัญหารุมฉุดหงส์แย่ตอร์เรส
เฟร์นานโด ตอร์เรส ดาวยิงตัวฉกาจทีมชาติสเปน ชี้เหตุ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ทำผลงานตกต่ำในฤดูกาลนี้ เพราะปัญหาอาการบาดเจ็บและต้องเสียนักเตะคนสำคัญออกไปถึง 3 ราย เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา จากการตีข่าวของ “ซอคเกอร์เน็ต”

ลิเวอร์พูล เพิ่งบุกไปทำได้แค่เสมอ เบอร์มิงแฮม ซิตี 1-1 ในเกม พรีเมียร์ชิป อังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 เมษายน ที่ผ่านมา ทำให้สถานการณ์ลุ้นคว้าอันดับ 4 น่าเป็นห่วง เพราะว่าเวลานี้รั้งอันดับ 6 มี 55 แต้มจาก 33 นัด ตามหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี และ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ที่แข่งน้อยกว่า 1 นัด 4 และ 3 แต้มตามลำดับ นอกจากนี้ ยังทิ้ง แอสตัน วิลลา ที่ตามหลังอยู่แต้มเดียว

ตอร์เรส ที่ซัดไปแล้ว 18 ประตูใน พรีเมียร์ชิป ซึ่งมีข่าวว่าจะโบกมืออำลาถิ่น แอนฟิลด์ ในช่วงซัมเมอร์นี้ อ้างปัญหาอาการบาดเจ็บฉุดให้ผลงานของทีมตกต่ำ รวมถึงการขาย 3 นักเตะกำลังสำคัญออกไป

กองหน้าทีมชาติสเปน เผย “มีปัจจัยสำคัญหลายประการที่ทำให้เราหมดลุ้นทำอันดับหัวแถวของตารางอย่างรวดเร็ว สิ่งนั้นฆ่าหัวจิตหัวใจของเรา และหยุดเราในการที่จะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ที่เป็นอยู่ หลังจากนั้น อาการบาดเจ็บก็ทำให้ทุกอย่างยากขึ้น”

“หลังจากฤดูกาลอันยอดเยี่ยมเมื่อปีที่แล้ว เราต้องปล่อยผู้เล่นหลายคนออกไปและทุกอย่างก็เริ่มยุ่งเหยิง ไม่ว่าจะเป็น อัลบาโร อาร์เบลัว, ซามี ฮูเปีย และ ชาบี อลอนโซ ถือเป็นการสูญเสียครั้งสำคัญ” หอกวัย 26 ปี เผย

“อาร์เบลัว เล่นได้สารพัดตำแหน่งซึ่งถือเป็นโบนัสสำหรับเรา ฮูเปีย แม้ว่าจะไม่ได้ลงเล่นทุกสัปดาห์ แต่ก็เต็มที่ทั้งในและนอกสนาม ส่วน อลอนโซ ถือเป็นตัวจักรของทีมรู้ว่าจะต้องทำอะไรและมักจะได้ผลทุกครั้ง” อดีตหอก แอตเลติโก มาดริด กล่าวในท้ายที่สุด

ที่มา http://www.mgronline.com/Sport/ViewNews.aspx?NewsID=9530000048399

ซัลกาโดเชื่อ “ราฟา” ดีพอคุมชุดขาว

ซัลกาโดเชื่อ “ราฟา” ดีพอคุมชุดขาว มิเชล ซัลกาโด แบ็กขวาจอมเก๋าของ แบล็กเบิร์น โรเวอร์ส เชื่อ ราฟาเอล เบนิเตซ นายใหญ่ ลิเวอร์พูล มีโอกาสสูงที่จะได้คุมทัพ รีล มาดริด ในช่วงซัมเมอร์นี้ แต่ทว่าอีกเป้าหมายของต้นสังกัดเก่าใน ลา ลีกา สเปน ก็คือ โชเซ มูรินโญ จากการตีข่าวของ “เดอะ ซัน”

ลิเวอร์พูล เกือบคว้าแชมป์ พรีเมียร์ชิป อังกฤษ เมื่อฤดูกาลที่แล้ว แต่ทว่าในปีนี้ผลงานกลับต่างกันราวฟ้ากับเหวเมื่อส่อแวววืดอันดับ 4 ไปลุยศึก ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก ในฤดูกาลหน้า แถมเกมเมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 เมษายนที่ผ่านมา ที่บุกเสมอ เบอร์มิงแฮม ซิตี 1-1 เบนิเตซ ยังขัดใจสาวก “เดอะ ค็อป” ด้วยการถอด เฟร์นานโด ตอร์เรส ดาวยิงตัวเอ้ออกจากสนามทั้งที่ต้องการชัยชนะอย่างยิ่งยวด

ทำให้คาดหมายว่า เบนิเตซ อาจจะถูกตะเพิดพ้นถิ่น แอนฟิลด์ ในช่วงซัมเมอร์นี้ หรือไม่ก็ถูก ยูเวนตุส หรือ รีล มาดริด ฉกตัวไปกุมบังเหียน ซัลกาโด อดีตแบ็กขวาทีมชาติสเปน ที่เคยเล่นให้ “ราชันชุดขาว” ถึง 10 ก็มองว่า กุนซือ ลิเวอร์พูล มีโอกาสรับงานในถิ่น ซานติอาโก เบร์นาบิว

“ทำไม ราฟา จะไม่มีโอกาสคุมทัพ รีล มาดริด ใน สเปน เขาถือว่าเป็นกุนซือที่สุดยอดคนหนึ่ง คว้าแชมป์ลีกสองครั้งกับ บาเลนเซีย แต่ว่าแน่นอนว่าจะเป็นการช่วงชิงตำแหน่งกันระหว่างเขากับ มูรินโญ” แข้งวัย 34 ปี กล่าวถึง เบนิเตซ ที่พา ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2006 คือ ถ้วย เอฟเอ คัพ


ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

รัฐประกาศพรก.ฉุกเฉินร้ายแรงคุมกทม.-ปริมณฑล

รัฐประกาศพรก.ฉุกเฉินร้ายแรงคุมกทม.-ปริมณฑล
รัฐบาลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงในเขตกทม.-ปริมณฑล และจังหวัดใกล้เคียง อภิสิทธิ์ย้ำต้องคืนภาวะปกติสู่บ้านเมือง หลังม็อบแดงขัดขืนการบังคับใช้กฎหมาย

เมื่อเวลา 18.15 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ ว่า ครม.ได้มีมติให้ออกแถลงประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี อ.เมืองสมุทรปราการ อ.บางพลี อ.พระประแดง อ.พระสมุทรเจดีย์ อ.บางบ่อ และ อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ อ.ธัญบุรี อ.ลาดหลุมแก้ว อ.สามโคก อ.ลำลูกกา และ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม และ อ.วังน้อย อ.บางปะอิน อ.บางไทร และ อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา รวมถึงประกาศอีก 6 ฉบับดังนี้ คำสั่งที่ 2 คำสั่งนายกรัฐมนตรี เรื่อง การจัดตั้งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน คำสั่งที่ 3 คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่พิเศษ 2/2553 เรื่อง แต่งตั้งผู้กำกับการปฏิบัติงาน หัวหน้าผู้รับผิดชอบ และพนักงานเจ้าหน้าที่ในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง , ประกาศ เรื่อง การกำหนดอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีตามกฎหมายเป็นอำนาจที่ของนายกรัฐมนตรี , ข้อกำหนด ออกตามในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 และ ตามมาตรา 11 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าตามที่ได้มีการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปช.) ตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค.เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน และ ทางรัฐบาลพยายามบริหาร และ ระงับยับยั้ง ผลกระทบมาตลอด แต่กลับกลายเป็นว่ารัฐบาลไม่สามารถระงับยับยั้งเหตุที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้างได้

แม้ว่ารัฐบาลจะบังคับใช้กฎหมายและมีพัฒนาการความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมที่ผิดกฎหมายมากขึ้น และ ยังได้มีการบุกรุกรัฐสภา ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญ จึงได้เชิญคณะรัฐมนตรี (ครม.) มาร่วมหารือเป็นกรณีพิเศษ เพื่อประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯในพื้นที่ กทม. และ พื้นที่ใกล้เคียง

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าทางรัฐบาลจะใช้เครื่องมือทางกฎหมายเพื่อแก้ไขสถานการณ์ 4 ประการ คือ

1. คืนความเป็นปกติสุขในพื้นที่ต่างๆในกทม.

2. ระงับยับยั้งการเผยแพร่ข้อมูลที่บิดเบือน

3. เพื่อให้สามารถดำเนินคดีกับแกนนำการชุมนุม

4. จะใช้มาตรการระงับเหตุวินาศกรรมให้มีผลมากขึ้น

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่ากฎหมายนี้ไม่ได้ใช้ปราบปรามประชาชนหรือทำร้ายประชาชนผู้บริสุทธิ์ แต่เป้าหมาย คือ คืนภาวะปกติ ซึ่งการบรรลุเป้าหมายดังกล่าวจะเป็นไปตามหลักสากล เพื่อให้บ้านเมืองสงบสุข เนื่องจากประเทศชาติได้รับผลกระทบอย่างรุ่นแรง และ ต้องการแก้ไขการกระทำใดๆที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความเดือดร้อนของประชาชน จึงขอให้ประชาชนได้เข้าใจ ไม่เข้ามาร่วมการชุมนุมที่ผิดกฎหมาย และ รัฐบาลขอความร่วมมือในการเดินหน้าประกาศ โดยยืนยันว่าทางรัฐบาลถือว่าประชาชนทุกคนเป็นเพื่อนร่วมชาติ และ ทางรัฐบาลต้องการรักษากฎหมายให้ศักดิ์สิทธิ์ เพื่อนำความสงบสุขคืนแก่ประชาชนเท่านั้น

นอกจากนี้ยังให้มีการจัดตั้งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) โดยมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคงเป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ โดยมี รมว.กลาโหม เป็นรองผู้อำนวยการฯ มีปลัดกระทรวงกลาโหมและผู้บัญชาการเหล่าทัพเป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการ รวมทั้งให้ข้าราชการระดับสูงและผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นกรรมการ
หน้าที่ของ ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.)

1.ปฏิบัติหน้าที่ตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 กฎหมายที่โอนมาเป็นอำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีหรือกฎหมายที่นายกรัฐมนตรีรักษาการ และประกาศของนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้เท่าที่จำเป็นในการปฏิบัติงานให้สถานการณ์ฉุกเฉินยุติลง

2.จัดโครงสร้างขององค์กรให้เหมาะสมแก่การปฏิบัติหน้าที่ และจัดให้มีหน่วยงานหรือศูนย์ปฏิบัติการ เพื่อเป็นองค์กรปฏิบัติการได้ตามที่เห็นสมควร

3.ดำเนินการด้านการข่าวและต่อต้านข่าวกรองที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์การก่อความไม่สงบและที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ หรือการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

4.ประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องตามความเป็นจริง เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างรัฐบาล ประชาชน และกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบรวมทั้งปฏิบัติการจิตวิทยาที่เกี่ยวข้อง

5.จัดกำลังตำรวจ ทหาร และพลเรือนดำเนินการตามแผนรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญและสถานที่ราชการต่างๆ รวมทั้งประสานให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องซึ่งเป็นเจ้าของสถานที่นั้นๆ ป้องกันตนเองตามความสามารถเป็นอันดับแรก

6.จัดชุดปฏิบัติการจากตำรวจ ทหาร และฝ่ายพลเรือนเข้าระงับการก่อความไม่สงบและช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่เกี่ยวกับสถานการณ์ฉุกเฉิน

7.มอบหมายให้ส่วนราชการ และหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง สนับสนุนกำลังพล งบประมาณ วัสดุครุภัณฑ์ ยานพาหนะ และเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ เพื่อดำเนินการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน

8.เรียกให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานรัฐ ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ชี้แจง ให้ข้อมูลข่าวสาร จัดส่งเอกสารหรือดำเนินการอื่นใดตามที่เห็นสมควร

9.แต่งตั้งคณะที่ปรึกษาหรือเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินได้ตามความจำเป็น

10.ดำเนินการอื่นๆ ตามที่นายกรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย
ข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน

นายกรัฐมนตรี ออกข้อกำหนดตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ซึ่งได้มีการบังคับใช้ตามการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินใน กทม. และปริมณฑล เพื่อให้สามารถแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินยุติโดยเร็ว และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงมากขึ้น

1.ห้ามมิให้มีการชุมนุมหรือมั่วสุมกัน ณ ที่ใดๆตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป หรือกระทำการใดอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย ทั้งนี้ภายในเขตพื้นที่ที่หัวหน้าผู้รับผิดชอบประกาศกำหนด

2.ห้ามการเสนอข่าว การจำหน่าย หรือทำให้แพร่หลายซึ่งหนังสือพิมพ์ สิ่งพิมพ์ หรือสื่ออื่นใดที่มีข้อความอันอาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว หรือเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉินจนกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนในทั่วราชอาณาจักร

3.ห้ามการใช้เส้นทางคมนาคม หรือการใช้ยานพาหนะ หรือกำหนดเงื่อนไขในการใช้เส้นทางคมนาคม หรือการใช้ยานพาหนะ ทั้งนี้ตามที่หัวหน้าผู้รับผิดชอบประกาศกำหนด

4.ห้ามใช้อาคาร หรือเข้าไป หรืออยู่ในสถานที่ใดๆ หรือห้ามเข้าไปในพื้นที่ใดๆ ทั้งนี้ตามที่หัวหน้าผู้รับผิดชอบประกาศกำหนด

5.ให้อพยพประชาชนออกจากพื้นที่ที่กำหนดเพื่อความปลอดภัยของประชาชน หรือห้ามผู้ใดเข้าไปในพื้นที่ ทั้งนี้ตามที่หัวหน้าผู้รับผิดชอบประกาศกำหนด

ที่มา www.posttoday.com/

กูเกิลโชว์แผน “Google Chrome OS” ลุยระบบปฏิบัติการสำหรับพีซี

กูเกิลโชว์แผน “Google Chrome OS” ลุยระบบปฏิบัติการสำหรับพีซี หลังจากเปิดตัวระบบปฏิบัติการสำหรับอุปกรณ์พกพา กูเกิล (Google) ประกาศว่ากำลังพัฒนาระบบปฏิบัติการสำหรับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลในขณะนี้
เท่ากับการเป็นคู่แข่งระหว่างกูเกิลและไมโครซอฟท์ (Microsoft) จะทวีความเข้มข้นขึ้นอีกในอนาคตกูเกิลแถลงว่าระบบปฏิบัติการของกูเกิลจะมีพื้นฐานอยู่บนเว็บเบราเซอร์ “โครม (Chrome)” ใช้ชื่อเรียกในขณะนี้ว่า Google Chrome OS โดยจะสร้างด้วยชุดคำสั่งมาตรฐานเปิด กลุ่มเป้าหมายสำคัญคือคอมพิวเตอร์เน็ตบุ๊ก (คอมพิวเตอร์พกพาตัวเล็กที่มีราคาต่ำกว่า คุณสมบัติน้อยกว่า ใช้พลังงานน้อยกว่า และขนาดเล็กกว่าคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก)

กูเกิลระบุว่าต้องการคิดใหม่ว่าระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ที่แท้จริงควรจะเป็นอย่างไร โดยคาดว่าคอมพิวเตอร์เน็ตบุ๊กระบบปฏิบัติการกูเกิลจะสามารถเริ่มวางตลาดได้ในช่วงกลางปีหน้า

จุดสำคัญที่กูเกิลจะพัฒนาให้ Google Chrome OS คือความเร็ว ความง่าย และความปลอดภัย โดยกูเกิลยืนยันว่าจะพัฒนาให้ระบบปฏิบัติการสามารถทำงานได้เร็วและไม่กินทรัพยากรมาก ตั้งเป้าว่าจะพัฒนาให้เครื่องสามารถเริ่มทำงานและเปิดเว็บเพจบนโลกออนไลน์ได้ใน 2-3 วินาที

กูเกิลบอกว่าความเคลื่อนไหวครั้งนี้มาจากแนวคิดที่ว่า คอมพิวเตอร์จำเป็นต้องดีกว่านี้

“เพราะผู้บริโภคต้องการให้คอมพิวเตอร์สามารถทำงานได้เร็วเหมือนตอนแรกที่ซื้อมา พวกเขาต้องการเข้าสู่โลกอินเทอร์เน็ตได้แบบทันที ซึ่งตอนนี้ เราต้องการความช่วยเหลือจากสังคมโอเพ่นซอร์สอย่างมากในการทำให้วิสัยทัศน์นี้ประสบความสำเร็จ”

กูเกิลยืนยันว่า Google Chrome OS จะเป็นคนละส่วนกับระบบปฏิบัติการสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่นามแอนดรอยด์ (Android) ไม่ระบุรายละเอีอยดทีมนักพัฒนา แต่เชื่อว่ามีจุดยืนใกล้เคียงกัน

”Google Chrome OS ถูกสร้างเพื่อคนที่ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในโลกออนไลน์ และถูกออกแบบมาเพื่อให้เหมาะกับการจัดการพลังงานทุกระดับในเครื่องคอมพิวเตอร์ ตั้งแต่เน็ตบุ๊กขนาดเล็กจนถึงคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปเต็มรูปแบบ ที่สำคัญ การสร้างแอปพลิเคชันบนอินเทอร์เน็ตจะไม่ต้องถูกจำกัดเพราะมาตรฐานของระบบปฏิบัติการอีกต่อไป”

ที่มา : www.manager.co.th/CyberBIZ/

Sager NP9280 อีกหนึ่งโน๊ตบุ๊กระดับโคตรเทพจากพลังของซีพียู Core i7

Sager NP9280 อีกหนึ่งโน๊ตบุ๊กระดับโคตรเทพจากพลังของซีพียู Core i7 โน๊ตบุ๊กระดับเทพตัวแรงอีกหนึ่งรุ่นที่ใช้ซีพียู Core i7 จาก Sager NP9280 สุดทีนเลยครับพี่น้องหลังจากได้ยินข่างของโน๊ตบุ๊กซีพียู Core i7 กันมาบ้างแล้ว จนเริ่มมีหลายๆค่ายสนใจจะผลิตโน๊ตบุ๊ก Core i7 ซึ่งแต่ละรุ่นที่ออกมานั้นอยู่ในระดับแรง (โคตรๆ) ตามสเปกของซีพียูที่แรงๆ (โคตรๆ) เช่นกัน และวันนี้ก็คืออีกหนึ่งรุ่นที่ได้ใช้ซีพียู Core i7 มาใช้ในโน๊ตบุ๊กกับ Sager NP9280 แน่นอนว่าใช้ซีพียู Core i7 ซึ่งจะทำงานบนชิปเซ็ตอย่าง Intel X58 แรมเองก็ยังทำงานแบบแพลตฟอร์มของ i7 ด้วยแรมแบบ triple channel DDR3 การ์ดจอเองก็อยู่ในระดับแรงไม่น้อยหน้าด้วย 1GB of NVIDIA GeForce GTX 280M ทำงานบนจอภาพขนาด 17.1 นิ้ว ความละเอียด 1920×1200 display และแบตเตอรี่ขนาดสูงถึง 12-cellแต่ถึงกระนั้นก็สามารถใช้งานหนักๆแบบเต็ม speed ได้เพียง 30 นาทีเท่านั้น (ท่าทางจะกินไฟน่าดู) รองรับฮาร์ดดิสค์แบบ SATA ได้ถึง 3 ลูก , ลำโพง 4 ตัว , eSATA, HDMI และ DVI , 3 megapixel webcam, 4x USB 2.0 ส่วนน้ำหนักเองก็มากถึง 11.55-pound กับขนาดตัวที่ 15.5 x 11.75 x 2.35 นิ้ว
ส่วนในรุ่นสูงสุดๆๆๆๆ ซีพียู Core i7 975 Extreme Edition ,แรม 12GB DDR3 , ฮาร์ดดิสค์ 3x 160GB แบบ SSDs มีราคาค่าตัวสูงถึง $7,000 (ประมาณ 230,000 บาท)

ปล.Alienware Powerful M17x ที่ว่าแพงแล้วเห็นเจ้านี้ดูถูกไปเลย 555

ที่มา http://www.notebookspec.com/web/?p=859

Aspire Timeline 1810T สืบทายาทความอึดในสไตล์ netbook จาก Acer

Aspire Timeline 1810T สืบทายาทความอึดในสไตล์ netbook จาก Acer
Acer ผุด Netbook ในสไตล์ Aspire Timeline มาแล้วสำหรับท่านที่ชอบความอึดแบบเล็กๆAcer ผุด อีกหนึ่ง netbook ที่จะพร้อมรองรับ Windows 7 กับอีกหนึ่งเผ่าพันธ์ Aspire Timeline ที่ได้รับความนิยมมาแล้ว ด้วยรุ่นใหม่ที่ยังคงแนวคิดของ Timeline ไว้และขนาดที่เล็กลงตามสไตล์ Netbook กับชื่อรุ่นว่า 1810T โดยจะมีหน้าตาคล้ายๆ Aspire One 751 ด้วยจอภาพขนาด 11.6 นิ้ว (1,366 x 768 ) ซีพียูรุ่นประหยัดพลังงานจาก Intel ในรุ่น 1.4GHz ULV SU3500 ,การ์ดจอ GMA 4500MHD แรม 4GB , พอร์ต HDMI , gigabit Ethernet, WiFi, พร้อมรองรับ 3G / Bluetooth 2.1+EDR และที่ขาดเสียมิได้คือแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้ถึง 8 ชั่วโมงตามคอนเซปของ Acer Timeline พร้อมระบบปฏิบัติการ Vista Home Premium แต่สามารถอัพเกรทเป็น Win7 ได้ฟรีเช่นเคยครับ ส่วนราคายังไม่เปิดเผยออกมาแต่คาดว่าไม่น่าจะเกิน 25,000 บาท

ที่มา http://www.notebookspec.com/web/?cat=1&paged=67

มาแล้วจ้า VAIO W netbook ราคาพอเหมาะพร้อมความสวยตามแบบฉบับ Sony

มาแล้วจ้า VAIO W netbook ราคาพอเหมาะพร้อมความสวยตามแบบฉบับ Sony
และแล้ว Sony ก็อดรนทนไม่ได้ที่จะส่ง Netbook ราคาประหยัดมากับเขาบ้างในนาม VAIO Wหลังจากส่ง VAIO P ที่ Sony ยืนกรานว่ามันไม่ใช่ Netbook นะ ซึ่งทำให้มันมีสเปกและราคาที่สูงเกินไปสักหน่อย สุดท้าย Sony ก็ต้องส่ง Netbook ในแบบฉบับตัวเองมาสู่ตลาดกับ VAIO W ด้วยขนาดจอภาพ 10.1 นิ้ว ซีพียูรุ่นฮิตอย่าง 1.6GHz Atom ระบบปฏิบัติการ Windows XP แรม 1GB of RAM โดยสามารถนับได้ว่า VAIO W ตามมาจาก VAIO P ลงสู่ตลาดได้ 6 เดือนแล้ว เพื่อถมช่องว่างในตลาดนี้ แต่แน่นอนว่าในระดับ VAIO แล้วต้องไม่ธรรมดา นอกจากรูปแบบภายนอกที่ออกแบบมาอย่างสวยงามตามสไตล์ VAIO แล้ว ยังมาพร้อมจอภาพความละเอียดสูงถึง 1366 x 768 ฮาร์ดดิสค์ 160 GB HDD ,Bluetooth, 802.11b/g/n, VGA out, two USB ports, Ethernet, webcam และ MemoryStick / SD card readers. แบตเตอรี่ขนาด 3 cell ที่สามารถใช้งานได้ราวๆ 3 ชั่วโมง พร้อมรองรับ 3G , GPS และฮารืดดิสค์แบบ SSD เป็นออปชั่นเสริมด้วยคับ ในราคาเปิดตัวประมาณ $500 (ประมาณ 17,000 บาท)

NV series ใหม่จาก Gateway netbook เชิงสูงสเปกและหน้าตาที่ไม่ธรรมดา

NV series ใหม่จาก Gateway netbook เชิงสูงสเปกและหน้าตาที่ไม่ธรรมดา ขึ้นชื่อว่าเป็น Gateway ด้วยแล้วไม่ต้องห่วงเลยว่า NV series รุ่นใหม่นี้จะธรรมดา เพราะ Gateway ได้ส่ง NV series มาพร้อมหน้าตาที่สวยงามไม่แพ้รุ่นอื่นๆ สเปกที่พอเพียงทำให้ราคาเพียงพอต้อการใช้งานทั่วๆไป หรือถ้าใครจะพกไปอวดสาวก็ย่อมได้ แถมยังมาพร้อมพังค์ชั่นพอเศษอย่าง one-touch backup ที่สามารถ Backup ข้อมูลง่ายเพียงแค่กดปุ่ม และ powersaving features ที่จะช่วยประหยัดพลังงานได้ดีทีเดียว. จอภาพขนาด 15.6 แบบ LED-backlit ที่ความละเอียด 1366 x 768 widescreen แรมสูงสุดที่ 4GB DDR2 และฮาร์ดดิสค์ขนาด 320GB , DVD optical drive, 802.11a/b/g/Draft-N, multi-card reader, VGA และ HDMI out, 4 USB 2.0, 6-cell battery พร้อม Windows Vista Home Premium. สีสันต์ก็มีให้เลือกมากกมายทั้ง NightSky Black, Midnight Blue, Cherry Red, และ Coffee Brown โดยสเปกจะมีทั้งฝั่ง ซีพียู 2.1 GHz จาก AMD Athlon 64 พร้อมการ์ดจออนบอร์ด Radeon HD 3200 กับราคาค่าตัวที่ $499 และ $599 สำหรับรุ่นซีพียู 2.1GHz จาก Intel Core 2 Duo และการ์ดจอออนบอร์ด GMS 4500MHD

Model Number: Gateway NV5214u
MSRP: $499.99 (ประมาณ 17,000 บาท)
€ AMD Athlon(TM) 64 X2 QL-64 Dual Core Processor (2.1 GHz, 1MB L2 cache, 667 MHz FSB)
€ 15.6″ HD Ultrabright(TM) LED-backlit display with 16:9 ratio and 1366 x 768 pixel resolution
€ 4GB Dual-channel DDR2 Memory
€ 320GB hard disk drive(2)
€ AMD RS780MN Chipset
€ ATI Radeon(TM) HD 3200 Graphics
€ Integrated webcam
€ DVD-Super Multi double-layer drive
€ 802.11a/b/g/Draft-N WiFi Certified
€ Digital media card reader: Secure Digital(TM) (SD) Card, MultiMediaCard
(MMC), Memory Stick® (MS)Memory Stick PRO(TM) (MS PRO), xD-Picture Card(TM) (xD)
€ Ports and connections: HDMI(TM) port with HDCP support, Four USB 2.0 ports, External display (VGA) port, Headphone/speaker/line-out jack with S/PDIF support, Microphone-in jack, Ethernet (RJ-45) port and Modem (RJ-11) port and DC-in jack for AC adapter
€ Genuine Windows Vista® Home Premium (Service Pack 1)
€ MyBackup Button
€ 6-cell Li-ion battery (4400 mAh)
€ Coffee Brown chassis
Model Number: Gateway NV5807u
MSRP: $599.99 (ประมาณ 20,000 บาท)

€ Intel Core 2 Duo T6500 processor (2.10 GHz, 2 MB L2 cache, 800 MHz FSB)
€ 15.6″ HD Ultrabright(TM) LED-backlit display with 16:9 ratio and 1366 x 768 pixel resolution
€ 4GB Dual-channel DDR2 Memory
€ 320GB hard disk drive(1)
€ Mobile Intel® GM459 Express Chipset
€ Intel® Graphics Media Accelerator 4500MHD
€ Integrated webcam
€ DVD-Super Multi double-layer drive
€ Intel® Wireless WiFi Link 5100/5300 (dual-band quad-mode 802.11a/b/g/Draft-N
€ Digital media card reader: Secure Digital(TM) (SD) Card, MultiMediaCard
(MMC), Memory Stick® (MS)Memory Stick PRO(TM) (MS PRO), xD-Picture Card(TM) (xD)
€ Ports and connections: HDMI(TM) port with HDCP support, Four USB 2.0 ports, External display (VGA) port, Headphone/speaker/line-out jack withS/PDIF support, Microphone-in jack, Ethernet (RJ-45) port and Modem (RJ-11)port and DC-in jack for AC adapter
€ Genuine Windows Vista® Home Premium (Service Pack 1)
€ MyBackup Button
€ 6-cell Li-ion battery (4400 mAh)
€ Midnight Blue chassis
ที่มา : engadget.com

วันอังคารที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2553

นินเทนโด ยันไม่สามารถโอน "DSiWare" ลง "DSi XL"

นินเทนโด ยันไม่สามารถโอน "DSiWare" ลง "DSi XL"
นินเทนโด ออกโรงยืนยันคอนเทนต์ "DSiWare" ที่ดาวน์โหลดมาแล้ว จะไม่สามารถโอนถ่ายไปยังเครื่องเกมพกพารุ่นใหม่จอใหญ่กว่าเดิม "DSi XL" ได้ ทางแก้มีทางเดียวคือต้องเสียเงินซื้อดาวน์โหลดใหม่อีกครั้งย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้ว "นินเทนโด" ออกมายืนยันว่า "DSiWare" เกมหรือแอพพลิเคชั่นที่ดาวน์โหลดจาก "DSi Shop" จะผูกมัดอยู่กับเฉพาะเครื่องเกม DSi ที่ใช้สำหรับดาวน์โหลด อธิบายให้ชัดเจนขึ้นก็คือ เจ้าของเครื่อง DSi ที่จ่ายเงินเพื่อซื้อเกมแบบดาวน์โหลดมาลงเครื่อง DSi เกมนั้นจะถูกล็อคอยู่กับเครื่อง DSi ใช้สำหรับดาวน์โหลด ไม่สามารถโอนถ่ายไปยัง DSi เครื่องอื่นได้ หากผู้เล่นซื้อเครื่อง DSi ใหม่และต้องการเล่นเกมเดิมที่ดาวน์โหลดมาแล้วจะทำไม่ได้ การแก้ปัญหามีทางเดียวคือการซื้อเกมแบบดาวน์โหลดใหม่อีกครั้งด้วยการจ่ายเงินในราคาเท่าเดิม เกมบน "DSiWare" มีความน่าสนใจหลายตัว อาทิ WarioWare Snapped! และ WarioWare D.I.Y. ที่ออกวางจำหน่ายสดๆร้อนๆในวันนี้
นินเทนโดเพิ่งเปิดวางจำหน่ายเครื่องเกมรุ่นใหม่ "DSi XL" ที่อเมริกา เมื่อวันที่ 28 มีนาคม "DSi XL"(เรียกในญี่ปุ่นว่า DSi LL) เป็นโมเดลตัวที่ 4 สำหรับเครื่องเกมพกพาตระกูล DS โดยเครื่องรุ่นแรกออกมาขายเมื่อปี 2004 ในลักษณะเทอะทะคล้ายตลับแป้ง ตามมาด้วยการรีดีไซน์ใหม่ให้เบาบางจอสว่างดูดีขึ้นกับ "DS Lite" ในปี 2006 จากนั้นในปี 2008 นินเทนโดได้ปรับโฉมใหม่อีกครั้งด้วย "DSi" ที่ติดกล้อง , เครื่องเล็กลง 12 % จอกว้างขึ้น3.25 นิ้ว , สลอตเสียบ SD การ์ด แต่ตัดสลอต GBA ออกไป
คุณสมบัติเด่นของ "DSi XL" ที่เป็นเครื่องเกมพกพารุ่นล่าสุด คือหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นเป็น 4.2 นิ้ว จอสีแบบ TFT ลิควิด คริสตัล 260,000 สี พร้อมมีปากกาสไตลัสให้ 2 แท่ง สั้นปกติกับยาวอ้วนใหญ่(129.3 มิลลิเมตร) จำหน่ายในราคาประมาณ 7,500 บาท
การมาของเครื่อง "DSi XL" ทำให้เกิดการคาดหวังว่า นินเทนโดจะแก้ปัญหาให้ผู้เล่นที่มีเกม "DSiWare" ที่เล่นบนเครื่อง DSi สามารถโอนถ่ายมาใช้เล่นบนเครื่อง DSi XL ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งความหวังดังกล่าวก็ถูกนินเทนโดอเมริกาออกมาปฏิเสธอย่างทันควันยืนยันว่าจะไม่สามารถโอนถ่ายคอนเทนต์ "DSiWare" มาเล่นบนเครื่อง DSi XL ได้ โดยโฆษกของนินเทนโด กล่าวว่า "DSiWare จะโอนถ่ายไม่ได้ เกมและแอพพลิเคชั่นจะใช้งานได้เฉพาะกับแต่ละเครื่องเท่านั้น มันไม่ได้ผูกติดอยู่กับผู้ใช้"
รูปแบบ DSiWare ที่ต้องดาวน์โหลดใหม่หากเปลี่ยนเครื่อง ดูจะแตกต่างกับเครื่องเกมตัวอื่นในปัจจุบัน เกมที่ซื้อดาวน์โหลดผ่านเพลย์สเตชั่น สโตร์เพื่อมาลงเครื่อง PSP และเพลย์สเตชั่น 3 สามารถดาวน์โหลดใหม่ได้อีกครั้งโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นระบบที่เหมือนกับการซื้อดาวน์โหลดบน Xbox live Marketplace บนเครื่อง Xbox360 ที่สามารถดาวน์โหลดได้ใหม่อีกครั้งหากเปลี่ยนเครื่อง
สำหรับเครื่อง Xbox360 ที่ซื้อใหม่สามารถดาวน์โหลดคอนเทนต์เก่าๆที่เคยดาวน์โหลดได้ด้วยการเชื่อมต่อระบบออนไลน์ Xbox live หากว่าซื้อฮาร์ดดิสใหม่สำหรับเครื่อง Xbox360 ภายในแพคเกจจะมีสายเชื่อมต่อสำหรับโอนถ่ายไฟล์แถมมาให้ด้วย เปิดโอกาสให้ผู้เล่นสามารถโอนคอนเทนต์จากฮาร์ดดิสตัวหนึ่งไปยังฮาร์ดดิสอีกตัวหนึ่งได้

ข้อมูลและภาพประกอบจาก
gamespot.com
manager.co.th

PS3 เวอร์ชั่น 3.21 ไม่รองรับลีนุกซ์ อ้างความปลอดภัย

PS3 เวอร์ชั่น 3.21 ไม่รองรับลีนุกซ์ อ้างความปลอดภัย
โซนี่ คอมพิวเตอร์ เอนเตอร์เทนเมนต์ เตรียมอัปเดตเฟิร์มแวร์ใหม่เวอร์ชั่น 3.21 ให้กับเครื่องเพลย์สเตชั่น 3 ในวันที่ 1 เมษายนนี้ สิ่งสำคัญในการอัปเดตครั้งนี้คือการยกเลิกการติดตั้งระบบปฏิบัติการอื่น อาทิ ลีนุกซ์ โดยโซนี่ให้เหตุผลด้านความปลอดภัยการเปิดให้ผู้ใช้ติดตั้งระบบปฏิบัติอื่นอย่างลีนุกซ์ได้ เป็นฟังก์ชั่นที่มาเฉพาะกับเครื่องเพลย์สเตชั่น 3 โมเดลตัวหนาที่ออกก่อนหน้าเครื่องรุ่นบาง ที่เปิดวางจำหน่ายไปในเดือนกันยายน ปี 2009 โดย "Patrick Seybold" หัวหน้าฝ่ายติดต่อสื่อสารของโซนี่ อเมริกา ออกมาให้เหตุผลที่ตัดฟังก์ชั่นติดตั้งระบบปฏิบัติการอื่นออกไปนั้นก็เพื่อความปลอดภัยของระบบ

"Patrick Seybold" กล่าวว่า "การทำให้ฟังก์ชั่นติดตั้งระบบปฏิบัติการอื่นไม่สามารถใช้การได้ จะช่วยเพิ่มความมั่นใจว่าเจ้าของเครื่องเพลย์สเตชั่น 3 สามารถเข้าถึงคอนเทนต์เกมและความบันเทิงได้อย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นคอนเทนต์จากทางโซนี่เอง หรือจากพันธมิตรรายอื่นบนระบบปฏิบัติการที่มีความปลอดภัยสูงกว่า"

สำหรับผู้ที่ใช้ระบบปฏิบัติการลีนุกซ์อยู่สามารถเลือกไม่อัปเดตเฟิร์มแวร์ในครั้งนี้ได้ อย่างไรก็ตามโซนี่ได้ลิสต์ฟังก์ชั่นหลายๆอย่างที่จะทำไม่ได้สำหรับเครื่องที่ไม่ได้อัปเดตเฟิร์มแวร์

-เจ้าของเครื่องจะไม่สามารถ Sign in เข้าเพลย์สเตชั่น เน็ตเวิร์คได้ และไม่สามารถใช้ฟังก์ชั่นเน็ตเวิร์คที่ต้อง Sign in ผ่านเพลย์สเตชั่น เน็ตเวิร์ค อาทิ การเล่นเกมบนเครื่องเพลย์สเตชั่น 3 ผ่านระบบออนไลน์ และการแชท
-เจ้าของเครื่องจะไม่สามารถเล่นซอฟต์แวร์เพลย์สเตชั่น 3 หรือวิดีโอในฟอร์แมตบลูเรย์ที่ต้องการระบบเพลย์สเตชั่น 3 เวอร์ชั่น 3.21 ขึ้นไป
-เจ้าของเครื่องไม่สามารถเล่นวิดีโอที่มีระบบป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ซึ่งถูกเก็บไว้บนระบบเซิร์ฟเวอร์ได้
-เจ้าของเครื่องจะไม่สามารถใช้งานฟังก์ชั่นใหม่และการปรับปรุงบนระบบเพลย์สเตชั่น 3 เวอร์ชั่น 3.21 ขึ้นไป

"สำหรับผู้ใช้เครื่องเพลย์สเตชั่น 3 ที่ขณะนี้ใช้ระบบปฏิบัติการแบบอื่นอยู่ และต้องการอัปเดตเฟิร์มแวร์ สิ่งแรกที่ต้องทำคือการสำรองข้อมูลทั้งหมดที่มีอยู่บนฮาร์ดดิสก์ที่ติดตั้งระบบปฏิบัติการแบบอื่น เนื่องจากผู้ใช้จะไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านั้นได้อีกหลังจากการอัปเดตแล้ว" Patrick Seybold ทิ้งท้าย

ข้อมูลและภาพประกอบจาก
ign.com


โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

ลือเลื่อง"นินเทนโด 3DS" จอชาร์ป 4 นิ้ว-จอยใหม่-สั่น-เอียง

ลือเลื่อง"นินเทนโด 3DS" จอชาร์ป 4 นิ้ว-จอยใหม่-สั่น-เอียงภาพประกอบทุกภาพไม่ใช่เครื่องเกมจริง
ความตื่นตัวในอุตสาหกรรมเกมเกิดขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่บริษัทนินเทนโดเปิดประเด็นใหม่เกี่ยวกับเครื่องเกมพกพาโมเดลใหม่ “Nintendo 3DS” (ชื่อชั่วคราว) ให้สื่อทั่วโลกได้ประโคมข่าวกันแบบชิมลางสั้นๆ แต่ได้ผลตามมาเกินคาด สื่อหลายค่ายต่างสืบเสาะเจาะประเด็นกันยกใหญ่ทั้งข้อมูลใหม่ๆจากฝั่งญี่ปุ่น และวิเคราะห์ความเป็นมาเป็นไป จับต้นชนปลายกันอย่างมีสีสันถึงการกล้าตัดสินใจเป็นผู้นำร่องตลาดเกมพกพาเข้าสู่ยุคภาพ 3 มิติก่อนใคร เรียกว่าให้คู่แข่งได้ยืนมองตาปริบๆในช่วงที่งาน E3 ยังไม่เริ่ม รับรองได้ว่าปีนี้เราคงได้เห็นอะไรสนุกๆแน่ๆว่า ห้วงเวลาต่อจากนี้ไป ค่ายโซนี่จะเตรียมอะไรมาเซอร์ไพรซ์ หลังจาก PSP go จอสไลด์ไปไม่รอดในแง่ยอดขาย
อย่างที่เราทราบกันไปแล้วเบื้องต้นว่า เจ้าเครื่อง 3DS นั้นเพิ่มลูกเล่นการแสดงภาพเกมแบบ 3D อย่างมีมิติเข้าไป โดยผู้เล่นไม่ต้องสวมใส่แว่นตาพิเศษเพื่อช่วยในการมองเห็น มิหนำซ้ำยังรองรับซอฟต์แวร์เกมเก่าๆทั้งหมดของ DS และ DSi เสียด้วย จากรายงานข่าวล่าสุดของสื่อญี่ปุ่นหลายฉบับระบุว่า เจ้า 3DS ตัวนี้จะมีจอยสติ๊กแบบใหม่,สั่นสะเทือนตัวเองได้,การเอียงเอนเครื่องเพื่อเล่นเกม,พลังแบตเตอรี่ยาวนานขึ้น และปรับปรุงระบบความเร็วในการเชื่อมต่อแบบไร้สาย ขณะที่ขนาดหน้าจอคาดว่าไม่น่าจะใหญ่กว่า 4 นิ้ว ซึ่งเล็กกว่าจอ 4.2 นิ้วของเครื่อง DSi LL (XL)จออย่างใหญ่ที่เพิ่งวางแผงไปเมื่อปลายปีก่อน นอกจากนี้ ยังเชื่อว่าชาร์ปจะเป็นผู้ผลิตจอ LCD ป้อนให้กับนินเทนโด โดยใช้เทคนิค "parallax barrier" ที่เคยใช้บนโทรศัพท์มือถือญี่ปุ่น ( LCD มี 2 ชั้น เพื่อให้ภาพเกิดการเหลื่อมล้ำกัน)
“เคน โทโยดะ”หัวหน้าทีมโฆษกของนินเทนโดกล่าวกับนิวยอร์ก ไทม์ว่า พวกเขาอยากเชิญชวนให้ไปทดลองเล่นเครื่องเกมตัวใหม่ที่งาน E3 กัน เพื่อจะได้ทราบว่ามันเป็นอย่างไร จึงได้แจ้งให้ทราบคร่าวๆไปก่อนล่วงหน้า สำหรับงาน E3 จัดขึ้นในลอสแองเจลิส สหรัฐ อเมริกา ระหว่างวันที่ 15-17 มิ.ย.นี้ ด้าน “จอห์น โคลเลอร์”หัวหน้าฝ่ายฮาร์ดแวร์และการตลาดของโซนี่ คอมพิวเตอร์ เอนเตอร์เทนเมนต์ อเมริกา แสดงความเห็นในเรื่องนี้ว่า บริษัทเรามุ่งเน้นด้านภาพ 3D ไปที่เครื่องเกมคอนโซลเท่านั้นในตอนนี้ สังเกตได้จากกระแสความสนใจของบรรดาร้านขายเกมและผู้จัดจำหน่ายเกม พร้อมเล็งเห็นว่ามันจะได้รับความนิยมกับภาพ 3D บน PS3 ส่วนเครื่องเกม 3DS ของนินเทนโดที่เพิ่งประกาศมานั้น แม้ตัวเขาจะรู้สึกว่ามันน่าสนใจ แต่เขาเองก็ยังไม่มั่นใจว่าเครื่องเกมพกพาภาพ 3D จะได้รับการตอบรับจากกลุ่มผู้เล่นอายุน้อยๆหรือเปล่า เพราะจากการสำรวจของเรา เด็กอายุ 8-9 ปี ไม่ค่อยสนใจเล่นเกมภาพ 3D นัก
บริษัทเอนเตอร์เบรน เครือเดียวกับนิตยสารเกมฟามิซือรายงานตัวเลขยอดจำหน่ายเครื่องเกม DS ว่า นับตั้งแต่วันที่ 2 ธ.ค.ปี 2004 จนถึงวันที่ 21 มี.ค.ที่ผ่านมา นินเทนโดขายเครื่อง DS รวมทุกโมเดลในญี่ปุ่นไปถึง 30,030,434 เครื่อง โดยซอฟต์แวร์เกมที่ขายดีที่สุดระดับ 5 ล้านเครื่องมีอยู่ด้วยกัน 3 เกม ประกอบด้วย New Super Mario Bros. 5,767,262 ชุด , Pokemon Diamond & Pearl 5,766,571 ชุด และ Animal Crossing 5,133,862 ชุด
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
ข้อมูลและภาพประกอบจาก...
www.1up.com
www.nytimes.com
kotaku.com
www.andriasang.com
www.ign.com

ฮาร์ดดิสก์ X360 250 กิ๊กแยกขายในอเมริกา 4,300 บาท

ฮาร์ดดิสก์ X360 250 กิ๊กแยกขายในอเมริกา 4,300 บาทหลังจากเปิดวางจำหน่ายในญี่ปุ่นไปแล้ว ล่าสุดไมโครซอฟท์ ได้เปิดวางจำหน่ายฮาร์ดดิสก์ความจุ 250 กิ๊กกะไบต์แบบแยกต่างหากสำหรับเครื่อง Xbox360 ในอเมริกา ราคาประมาณ 4,300 บาท

ก่อนหน้าที่เกมชูตติ้ง "Call of Duty: Modern Warfare 2" จะออกวางจำหน่าย "แอ็กติวิชัน" ออกมาคาดการณ์ว่าเกมนี้จะเป็นความบันเทิงที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด จากกระแสความต้องการเกมและการคาดการณ์ล่วงหน้าดังกล่าวทำให้ไมโครซอฟท์ ตัดสินใจนำเกม "Call of Duty: Modern Warfare 2" มาทำเป็นแพคเกจคู่กับเครื่อง Xbox360 โดยเพิ่มความพิเศษให้กับเครื่องด้วยการใส่ฮาร์ดดิสก์ขนาดความจุถึง 250 กิ๊กกะไบต์ เพื่อใช้สำหรับดาวน์โหลดเกม , ภาพยนตร์ , รายการโทรทัศน์ และคอนเทนต์อื่นๆ เมื่อถูกถามเกี่ยวกับแนวความคิดในการนำฮาร์ดดิสก์ความจุ 250 กิ๊กกะไบต์มาขายแยกต่างหาก ในจังหวะนั้นไมโครซอฟท์ยืนยันว่ายังไม่มีแผนที่จะขายแบบแยกต่างหาก

ความคิดที่จะไม่ขายฮาร์ดดิสก์ 250 กิ๊กกะไบต์แยกต่างหากได้เปลี่ยนไปตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ เมื่อไมโครซอฟท์ได้นำฮาร์ดดิสก์ขนาดความจุ 250 กิ๊กกะไบต์แบบแยกต่างหากไปวางจำหน่ายที่ญี่ปุ่น และล่าสุดก็ได้นำมาเปิดวางจำหน่ายที่อเมริกาบ้างแล้ว สนนราคาที่ 129.99 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 4,300 บาท

ก่อนที่จะมีการวางจำหน่ายฮาร์ดดิสก์ความจุ 250 กิ๊กกะไบต์แบบแยกต่างหากในอเมริกา ได้มีการวางจำหน่ายฮาร์ดดิสก์ความจุ 120 กิ๊กกะไบต์แบบแยกต่างหากในอเมริกา การมาของฮาร์ดดิสก์รุ่นใหม่ ทำให้ราคาฮาร์ดดิสก์ความจุ 120 กิ๊กกะไบต์ ลดราคาลงเหลือ 99.99 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3,300 บาท โดยจะจำหน่ายจนกว่าของจะหมด ซึ่งก็มีรายงานออกมาว่าฮาร์ดดิสก์ความจุ 120 กิ๊กกะไบต์ค่อนข้างจะขาดตลาดหาได้ยากแล้ว

การมาของฮาร์ดดิสก์ความจุ 250 กิ๊กกะไบต์แบบแยกต่างหากไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจแต่อย่างใด ก่อนหน้านี้เว็บไซต์ Gamestop ได้เปิดให้สั่งจองซื้อฮาร์ดดิสก์ความจุ 250 กิ๊กกะไบต์แบบแยกต่างหากสำหรับเครื่อง Xbox360 โดยระบุราคา และกำหนดวางจำหน่ายไว้ตรงกับข้อมูลล่าสุดที่เปิดเผยออกมาอย่างเป็นทางการ

ข้อมูลและภาพประกอบจาก
gamespot.com
ign.com
joystiq.com


ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

ออกรุ่นใหม่อีกแล้ว !! "Nintendo 3DS" เล่นเกม 3 มิติโดยไม่ใช้แว่น

ออกรุ่นใหม่อีกแล้ว !! "Nintendo 3DS" เล่นเกม 3 มิติโดยไม่ใช้แว่นหมายเหตุ : รูปประกอบข่าว ไม่ใช่เครื่องรุ่นใหม่


"นินเทนโด" เตรียมวางจำหน่ายเครื่องเล่นเกมพกพารุ่นใหม่ของเครื่องซีรีส์ Nintendo DS โดยจะใช้ชื่อว่า "Nintendo 3DS" ที่สามารถเล่นเกมแบบ 3 มิติได้ โดยจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการภายในงาน E3 ช่วงกลางปีนี้ จากนั้นจะวางจำหน่ายในก่อนปี2011

วันนี้ (23 มี.ค.) "ซาโตรุ อิวาตะ" ประธานบริษัทนินเทนโด ระบุในรายงานต่อนักลงทุนว่า บริษัทปักหมุดที่จะวางจำหน่ายเครื่องเล่นเกมพกพารุ่นใหม่ "Nintendo 3DS" (ชื่อชั่วคราว) ในปีงบประมาณ 2010 (ระหว่างเดือน เม.ย.2010 ถึง มี.ค.2011) โดยเครื่องเล่นเกมตัวนี้มีจุดเด่นตรงที่สามารถเล่นเกมแบบ 3 มิติได้ด้วยตาเปล่า และไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เสริมอย่างแว่นตา 3 มิติมาสวมใส่แต่อย่างใด แถมยังรองรับซอฟต์แวร์เกมเก่าทั้งหมดของ DS และ DSi ด้วย

Nintendo 3DS จะกลายเป็นเครื่องเล่นเกมพกพารุ่นล่าสุดที่สืบสานความสำเร็จของเครื่องเกมตระกูล DS ต่อไป โดยในปัจจุบันมียอดขายสะสมรวมกันทุกรุ่น ไล่ไปตั้งแต่ DS, DS Lite, DSi และ DSi LL (XL)นั้น มีจำนวนมากกว่า 125 ล้านเครื่องทั่วโลก (สำรวจตอนเดือน ธ.ค.2009)

"อิวาตะ ซาโตรุ" ระบุในรายงานอีกว่า รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่องเล่นเกมพกพารุ่นใหม่ Nintendo 3DS จะถูกเปิดเผยวันที่ 15 มิ.ย.ปีนี้ ภายในงาน Electronic Entertainment Expo หรือที่รู้จักกันในชื่อ E3 ที่ลอสแองเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา

ย้อนกลับไปเมื่อช่วงเดือนม.ค.ที่ผ่านมา "ซาโตรุ อิวาตะ" ได้เคยให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ "อาซาฮี ชิมบุง" ไว้ว่า เครื่องเล่นเกมพกพารุ่นใหม่ของซีรีส์ Nintendo DS จะมีศักยภาพสูงในด้านรายละเอียดของกราฟิก รวมถึงจะมีเซ็นเซอร์ที่คอยตรวจจับการเคลื่อนไหวของผู้เล่นด้วย แต่หลังจากนั้นทางนินเทนโดอเมริกาก็ออกมาชี้แจงว่า ทางหนังสือพิมพ์ "อาซาฮี" มีความผิดพลาดในเรื่องของการแปลภาษา พร้อมระบุว่า "ซาโตรุ อิวาตะ" ไม่ได้เปิดเผยคุณสมบัติของเครื่องเกมพกพารุ่นใหม่

ขณะที่ทางหนังสือพิมพ์ "อาซาฮี" ก็ยืนยันเช่นกันว่า เนื้อหาทั้งหมดมีการเขียนและแปลอย่างถูกต้องแล้ว โดยเนื้อหาที่นำมาลงในสื่อฯเป็นประโยคส่วนหนึ่งจากการพูดคุยให้สัมภาษณ์ ทำให้ทั้งสองฝ่ายมีการออกมาโต้แย้งกันอยู่ระยะหนึ่ง นอกจากนี้ ยังมีข่าวลือว่านินเทนโดได้ใช้โปรเซสเซอร์ Tegra ของค่าย NVIDIA ในเครื่อง DS ตัวใหม่ แต่ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่

งานนี้ผู้ที่ติดตามข่าวสารต่างก็เฝ้ารอให้ถึงงาน E3 เร็วๆ จะได้รู้รายละเอียดข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเครื่องเล่นเกมพกพา Nintendo 3DS กันเสียที

ที่มา http://www.mgronline.com/Game/ViewNews.aspx?NewsID=9530000040560

วันอาทิตย์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2553

"เอเค-โมลเดอร์" นำร่วมรอบ 3 สวิงเชลล์ฯ

"เอเค-โมลเดอร์" นำร่วมรอบ 3 สวิงเชลล์ฯ["เอเค" ยิ้มได้เมื่อขึ้นมานำร่วม]แอนโธนีย์ คิม และ ไบรซ์ โมลเดอร์ ขึ้นมานำร่วมกันที่ 10 อันเดอร์พาร์ หลังผ่านการดวลวงสวิงเชลล์ ฮุสตัน โอเพน เป็นวันที่สาม

กอล์ฟพีจีเอทัวร์ รายการเชลล์ ฮุสตัน โอเพน ชิงเงินรางวัลรวม 5.8 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 195 ล้านบาท) ที่สนามเรดสโตน กอล์ฟ คลับ ทัวร์นาเมนต์ คอร์ส ระยะ 7,457 หลา พาร์ 72 ในเมืองฮัมเบิล รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมาดำเนินถึงการแข่งขันในรอบสาม

ปรากฏว่า แอนโธนีย์ คิม เก็บเพิ่มอีก 3 อันเดอร์พาร์จาก 5 เบอร์ดี เสียคืนไป 2 โบกี สกอร์รวมขยับเป็น 10 อันเดอร์พาร์ ขึ้นมานำร่วมกับ ไบรซ์ โมลเดอร์ ผู้นำหลังจบวันที่สอง ซึ่งได้มาอีก 1 อันเดอร์พาร์จาก 4 เบอร์ดี เสียไป 3 โบกี โดยหลุมสุดท้ายก้านเหล็กชาวอเมริกันวัย 31 ปี โชคดีเหลือหลายเมื่อตีตกน้ำ แต่ยังอุตสาห์เก็บพาร์ได้สำเร็จ ซึ่งทั้งคู่ขึ้นหน้า วอห์น เทย์เลอร์ กับ โจ โอกิลวี อยู่สองสโตรก["โมลเดอร์" แอบหวังแชมป์แรก ]
ภายหลังการแข่งขัน เอเค ซึ่งรอบนี้ตีหลุดแฟร์เวย์ถึง 11 จาก 14 หน แต่ยังดีที่ช็อตแก้ไขทำได้ดี ออกมาให้สัมภาษณ์ "ผมบอกกับแคดดีว่า ถ้าผมตีไม่สมบูรณ์แบบก็ขอให้ห่างจากน้ำสัก 50 หลา ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ผมมีความสุขที่ยังขึ้นมาเป็นผู้นำ การตีบางช็อตมีโชคเข้ามาเกี่ยวข้อง และผมก็ยังสร้างช็อตดีๆ ได้ด้วย รู้สึกว่าตัวเองมีทัศนคติที่ดีในปีนี้"

ด้าน โมลเดอร์ ซึ่งรอแชมป์แรกในพีจีเอ ทัวร์ กล่าวถึงการเซฟพาร์หลุมสุดท้ายระยะ 14 ฟุต "โชคดีที่พัตเตอร์ช่วยให้ผมยังเป็นผู้นำ ผมรู้ว่าตัวเองสามารถทำอะไรแบบนี้ได้ ผมต้องการแบบนี้ และผมก็คงเป็นคนโกหกหากบอกว่าไม่หวังแชมป์ มันไม่ใช่แค่ยิ่งใหญ่ แต่มันเป็นอะไรที่มากกว่านั้น"

ส่วนผลงานของนักกอล์ฟที่น่าสนใจรายอื่นๆ ลี เวสต์วูด (อังกฤษ) อยู่ที่ 5 ร่วมกับ เจฟฟ์ แม็คเกิร์ต และ แกรม เดเลท มีคนละ 7 อันเดอร์พาร์ พาแดรก แฮร์ริงตัน ชาวไอริชยังได้ลุ้นแชมป์ เมื่อสกอร์รวมตุนไว้ 6 อันเดอร์พาร์ รั้งที่ 8 ร่วมกับ จัสติน เลนนาร์ด, ชาร์ล ชวาร์ทเซล (แอฟริกาใต้), แมตต์ คูชาร์, เควิน ซัทเธอร์แลนด์, โอมาร์ อูเรสติ และ คาเมรอน เพอร์ซี ขณะที่ ฟิล มิคเคลสัน รวมทั้ง ยาง ยอง อึน (เกาหลีใต้) มีคนละ 1 อันเดอร์พาร์ อยู่ในอันดับ 31 ร่วม ด้าน เออร์นีย์ เอลส์ ฟอร์มหลุดเกินไป 3 โอเวอร์พาร์ รูดไปอยู่ที่ 62 ร่วม

ที่มา http://www.manager.co.th/Sport/ViewNews.aspx?NewsID=9530000046529

"เวนเกอร์" ชู "เบนด์ทเนอร์" สุดอันตราย

"เวนเกอร์" ชู "เบนด์ทเนอร์" สุดอันตราย
อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ออกโรงชมเชย นิคลาส เบนด์ทเนอร์ เป็นกองหน้าสุดอันตราย หลังโขกประตูชัยช่วงทดเจ็บช่วยต้นสังกัดเฉือน วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส 1-0 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา"เบนด์ทเนอร์" โขกนำชัยให้ปืนใหญ่
อาร์เซนอล ได้ลุ้นแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดีอีกเฮือก หลังเปิดเอมิเรตส์ สเตเดียม เบียดชนะ "หมาป่า" วูล์ฟแฮมป์ตัน 1-0 โดยนัดนี้ทีมเยือนเหลือ 10 คน โดยที่ คาร์ล เฮนรี โดนไล่ออกในนาทีที่ 66 จากการเสียบหนักใส่ โทมัส โรซิคกี อย่างไรก็ตาม นิคลาส เบนด์ทเนอร์ ถูกเปลี่ยนลงมาเป็นซูเปอร์ซับโขกลูกเปิดของ บาการี ซานญา เข้าไปในช่วงต่อเวลาพิเศษนาทีที่ 4 ช่วยให้ "ปืนใหญ่" รั้งอันดับ 3 ของตาราง ตามหลัง "สิงห์บลูส์" เชลซี จ่าฝูงอยู่ 3 แต้ม ขณะที่โปรแกรมเหลือให้โม่แข้งอีก 5 นัด
หลังเกม อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือชาวฝรั่งเศส ออกมาให้สัมภาษณ์กับ "บีบีซี" สื่อของอังกฤษ "ชัยชนะหลังการลุยศึกยูฟา แชมเปียนส์ ลีก เป็นสิ่งที่เราพอใจเสมอ ด้วยสปิริต ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และหัวจิตหัวใจที่แข็งแกร่งในทีมของเรานั่นเหลือเชื่อยิ่ง"
นอกจากนี้ กุนซือชาวฝรั่งเศสยังกล่าวชมเชย เบนด์ทเนอร์ หอกทีมชาติเดนมาร์ก "เมื่อ นิคลาส เข้าฝักเขาถือเป็นศูนย์หน้าที่อันตรายเสมอ และผมก็เชื่อว่าเขานั้นเติบโตเต็มที่แล้ว"
ด้าน มิค แม็คคาร์ธีย์ กุนซือ "หมาป่า" กล่าวเช่นกัน "เราเหลือผู้เล่น 10 คนเมื่อเหลืออีกสัก 20 นาที ผมไม่คิดว่าเราควรจะได้รับผลเช่นนั้น เพราะผมเห็นว่าเขา (เฮนรี) เข้าที่บอล การเหลือผู้เล่นน้อยกว่าถือเป็นเรื่องที่เล่นตลกจริงๆ อย่างไรก็ตาม อาร์เซนอล เล่นได้ดีกว่าเรา มีโอกาสมากกว่าเรา ครองบอลได้เหนือกว่าลูกทีมของผม ทั้งนี้ทั้งนั้นการปราชัยในนาทีสุดท้ายถือเป็นเรื่องที่น่าเจ็บใจยิ่ง"

ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

"เซอร์" ฉุนไลน์แมนไม่เห็น "ดร็อก" ล้ำหน้า

"เซอร์" ฉุนไลน์แมนไม่เห็น "ดร็อก" ล้ำหน้า
เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ออกอาการฉุนขาดไลน์แมนที่ไม่เห็นจังหวะล้ำหน้าของ ดิดิเยร์ ดร็อกบา ทำให้ "ผีแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกเป็นฝ่ายปราชัยต่อ เชลซี พร้อมกับหล่นจากจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก อังกฤษ"สิงห์บลูส์" มาเฮถึงถิ่น "ผีแดง"
แมนฯ ยูไนเต็ด ปราชัยคาถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ให้แก่ "สิงห์บลูส์" เชลซี 1-2 ในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยทีมเยือนจากลอนดอนได้ประตูจากลูกไขว้ยิงของ โจ โคล ตั้งแต่นาทีที่ 20 จากนั้น ดิดิเยร์ ดร็อกบา หลุดไปกระทุ้งให้ต้นสังกัดนำห่าง แม้เจ้าถิ่นได้ เฟรเดริโก มาเคดา หอกดาวรุ่งตีไข่แตกไล่มา แต่สุดท้ายก็ไม่ทันการ ทำให้ "ผีแดง" หล่นมารั้งอันดับ 2 โดยตามหลัง เชลซี อยู่ 2 แต้ม ขณะที่โปรแกรมโค้งสุดท้ายเหลืออีกเพียงแค่ 5 นัด
ภายหลัง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด ออกมาบ่นการทำหน้าที่ของไลน์แมนที่พลาดมหันต์ไม่เห็นจังหวะ ดร็อกบา ล้ำหน้าก่อนจะหลุดเข้าไปซัดบอลผ่านมือ เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ "ผมไม่เข้าใจการทำหน้าที่ของไลน์แมนที่อยู่ตรงนั้นแท้ๆ ไม่มีใครใกล้เหตุการณ์ไปกว่าเขาอีกแล้ว ดังนั้นจึงถือว่าเขาก่อความผิดพลาดขึ้น ในเกมใหญ่ขนาดนี้ คุณต้องการกรรมการที่มีคุณภาพ เราไม่ต้องการแบบพวกเขาในวันนี้เลย เพราะมันเป็นการทำหน้าที่ๆ ย่ำแย่มากๆ"นอกจากนี้ บรมกุนซือชาวสกอตติช ยอมรับว่าตั้งแต่เห็นชื่อ ไมค์ ดีน เป็นเชิ้ตดำในเกมดังกล่าว ก็รู้สึกไม่สบายใจแล้ว "ไม่รู้เหมือนกันเมื่อผมเห็น ไมค์ ดีน ผมก็กังวลใจขึ้นมาทันที ผมยอมรับว่าเป็นแบบนั้น หลายคนวิจารณ์การทำหน้าที่ของเขา แต่ผมไม่อยากจะพูดอะไรมาก"

อีกทั้ง ท่านเซอร์ ยอมรับว่าโอกาสแชมป์ไปตกอยู่ในมือ เชลซี เรียบร้อยแล้ว "เชลซี อยู่ในจุดที่ดีที่สุด ณ เวลานี้ ไม่มีข้อสงสัย พวกเขาขึ้นหน้าเรา 2 แต้ม ขณะที่โปรแกรมเหลืออีกแค่ 5 นัด แถมพวกเขายังมีประตูได้-เสียที่ดีกว่าเราอีก อย่างไรก็ดี ผมมั่นใจว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะมีการตอบสนองที่ดีขึ้น เราสามารถเก็บชัยทั้ง 5 นัดที่เหลือ ทว่าเราคงชวดแชมป์ ถ้าเชลซีสามารถชนะได้ทุกเกมที่เหลือ พวกเขาก็จะคว้าแชมป์"

ด้าน คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือ "สิงห์บลูส์" กล่าวบ้าง "ยังไม่มีการตัดสินอะไรทั้งนั้นจากแมตช์นี้ เรายังคงต้องมุ่งมั่นกันต่อไป แต่เราก็มีความสุขกับการมาชนะที่นี่ เพราะสิ่งสำคัญคือทำให้เราได้ความมั่นใจ ตอนนี้โอกาสเราน่าจะมีมากกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด สำหรับการลุ้นแชมป์ลีก แต่ยังมีเกมให้เล่นกันต่อในอีก 5 นัด"

"ส่วนการทำหน้าที่ของผู้ตัดสิน ผมไม่เคยพูดถึงการทำหน้าที่ของพวกเขาระหว่างฤดูกาล และตอนนี้ผมก็ไม่ต้องการพูดเช่นกัน" กุนซือชาวอิตาเลียนทิ้งท้ายผ่าน "รอยเตอร์ส" สื่อชั้นนำ


ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์