

“เราเชื่อในศักยภาพของฮุนได ซึ่งเป็นค่ายรถยนต์ใหญ่ระดับท็อป 5 ของโลก ส่วนการทำตลาดในไทยจะเดินหน้าอย่างเต็มที่ โดยเน้นสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าด้วยบริการหลังการขาย และความพอใจสูงสุด ขณะเดียวกันเตรียมเสริมรถยนต์รุ่นใหม่ เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง”
นั่นคือคำกล่าวของ “โยชิซึมิ คุราตะ” ประธานบริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด ที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจ และพร้อมสู้ศึกในสมรภูมิเดือด ขณะเดียวกัน “บิ๊กบอส คุราตะ” ยังตั้งเป้ายอดขายรวมทุกรุ่นปีนี้ไว้กว่า 3,000 คัน หรือเติบโตกว่า 60% เมื่อเทียบกับปี 2552
จากตัวเลขเป้าหมาย 3,000 คันที่ฮุนไดตั้งไว้ ไม่น่าจะมีปัญหาในบั้นปลาย เพราะยอดขายสะสม 7 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-ก.ค.2553) ทำได้ถึง 1,582 คันแล้ว และแน่นอนว่าพระเอกของฮุนได ประเทศไทย ปัจจุบันต้องยกให้ “เอช 1” (H1) รถตู้นำเข้าจากประเทศเกาหลีใต้ ที่ครองสัดส่วนยอดขายกว่า 70% จากฮุนไดทุกรุ่น
ด้วยจุดเด่นด้านสมรรถนะของเครื่องยนต์ดีเซลอันทรงพลังแถมประหยัดน้ำมัน บวกกับความสะดวกสบาย อเนกประสงค์ ขณะเดียวกัน ราคาอยู่ระดับล้านต้นไปถึงล้านกลางๆ จึงโดนใจนักธุรกิจ คนรักครอบครัว ซื้อหามาวิ่งกันเกลื่อนถนน
เมื่อ “เอช1” ได้การตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี ฮุนไดไม่รอช้ารีบต่อยอดความสำเร็จ เตรียมเปิดตัว “แกรนด์ สตาร์เร็ก” (Grand Starex) รถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่งรุ่นใหม่ มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลCRDi 2.5 ลิตร โดยนำเข้ามาจากประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งจะได้สิทธิประโยชน์ตามข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน หรืออาฟต้า
“แกรนด์ สตาร์เร็ก” พัฒนาบนพื้นฐานเดียวกันกับรุ่น “เอช1” แต่สำหรับการทำตลาดในไทยจะวางตำแหน่งสินค้าสูงกว่า ด้วยการตกแต่งรูปลักษณ์ให้โดดเด่นทันสมัย ภายในหรูหราระดับวีไอพี พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน สนนราคาอยู่ที่ 1.7-1.8 ล้านบาท แพงกว่า “เอช 1” ตัวท็อปที่ปัจจุบันขายอยู่ 1.47 ล้านบาท ส่วนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการจะมีขึ้นในงาน “มอเตอร์เอ็กซ์โป 2010” เดือนธันวาคมนี้

อย่างไรก็ตาม ความคืบหน้าล่าสุดจากฮุนได มอเตอร์ ไทยแลนด์ยังไม่ได้ข้อสรุปว่า จะนำเข้า “ไอ10” มาจาก “อินเดีย” ซึ่งเป็นฐานการผลิตใหญ่ หรือประเทศเพื่อนบ้าน “มาเลเซีย” ขณะเดียวกันเก๋งเล็กรุ่นนี้ได้เปิดตัวทำตลาดมาเกือบ 3 ปี ดังนั้นจึงใกล้ถึงเวลาที่ต้องกระตุ้นความสดใหม่ด้วยการไมเนอร์เชนจ์แล้ว
ผลสุดท้ายฮุนได มอเตอร์ไทยแลนด์ ตัดสินใจรอทำตลาดรุ่นปรับโฉมทีเดียว ตลอดจนรอฟังความชัดเจนจากฮุนไดบริษัทแม่ และประเทศที่ทำการป้อนรถให้ ซึ่งถ้าเป็นการนำเข้ามาจากมาเลเซีย จะสามารถทำราคา “ไอ10” สู้กับคู่แข่ง หรือมีโอกาสเห็นรุ่นเริ่มต้นขาย 4แสนบาทปลายๆได้เช่นกัน ดังนั้นด้วยปัจจัยที่กล่าวมาทำให้ฮุนไดต้องเลื่อนแผนการเปิดตัว “ไอ10” ไปเป็นต้นปีหน้า

ฮุนได “เอลันตร้า” (อาวันเต้) รถขนาดคอมแพกต์ยอดนิยม กับยอดขายรวมทั่วโลกมากกว่า 6 ล้านคัน ภายในระยะเวลาทำตลาด 20 ปี ซึ่งโมเดลโฉมใหม่ เจเนอเรชันที่ 5 เพิ่งเปิดตัวทำตลาดในประเทศบ้านเกิดเมื่อกลางปีที่ผ่านมา
สำหรับประเทศไทย “โยชิซึมิ คุราตะ” เคยโยนหินถามทางการทำตลาด “เอลันตร้า” มาหลายครั้ง ขณะเดียวกันยังศึกษาความเป็นไปได้ตั้งแต่ 2 ปี ก่อน ในการนำเข้ามาจากประเทศมาเลเซียซึ่งขณะนั้นยังเสียภาษีนำเข้า 5% แต่สุดท้ายแล้วเมื่อดูจากสภาพตลาด คุณภาพโปรดักต์ เมื่อเทียบกับคู่แข่ง แถมต้องนำเข้าทั้งคัน จึงเชื่อว่ายังไม่เหมาะสมในการทำธุรกิจ

“เอลันตร้า” หรือ “อาวันเต้” โฉมใหม่ มากับรูปลักษณ์สปอร์ตโฉบเฉี่ยว กับตัวถังซีดาน4 ประตู ประกบเครื่องยนต์เบนซินไดเรกต์อินเจกชัน หรือ GDI 4 สูบ ทวินแคม 16 วาล์ว 1,600 ซีซีในรหัส Gamma ให้กำลังสูงสุด 140 แรงม้า ที่ 6,300 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 17.5 กก.-ม. ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ และเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ สนนราคา14.9-16.5 ล้านวอน หรือ 415,000-544,000 บาท
...ต้องจับตา ฮุนได ในประเทศไทย ที่ดูแลตลาดโดย บริษัท โซจิทซึ คอร์ปอเรชั่น เทรดดิ้งเจ้าใหญ่ของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งนับจากนี้ไปจะมีความเคลื่อนไหวและความน่าตื่นตาตื่นใจไม่น้อยทีเดียว
ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์