วันพุธที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2554

ผวาเจ้าแม่ตะเคียนทองเฮี้ยน 3 ปีกลืน 3 ศพ

ชาวบ้านผวาอาถรรพ์ศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง ริมอ่างเก็บน้ำสวนกรมหลวงชุมพร เฮี้ยนกลืน 3 ศพในรอบ 3 ปี

กรณีเมื่อวันที่ 19 ก.ย. ที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.สัตหีบ จ.ชลบุรี รับแจ้งว่า นายหนู (ไม่ทราบนามสกุล) อายุประมาณ 25 ปี ที่แอบมาดมสารระเหยบริเวณอ่างเก็บน้ำสวนกรมหลวงชุมพร หมู่ 2 ต.สัตหีบ แล้วเกิดตกใจเมื่อเห็นทหารเวร กอง กลัวถูกจับ จึงกระโดดน้ำหนีจมหาย
เจ้าหน้าที่ระดมกำลังช่วยกันงมหาร่างกว่า3 ชั่วโมงก็ยังไม่พบ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าวันนี้ (20 ก.ย.) ร.ต.อ.อาทร จิตรถิ่น พนักงานสอบสวน สภ.สัตหีบ รับแจ้งพบศพของนายหนูลอยขึ้นมาในอ่างเก็บน้ำดังกล่าว จึงรุดไปตรวจสอบ พบศพนายหนู ลอยคว่ำหน้าอยู่ห่างออกไป 50 เมตร สภาพศพไม่สวมเสื้อ สวมกางเกงยีน จึงให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯส่งพิสูจน์ต่อไป ขณะที่บรรดาชาวบ้านที่มามุงดูเหตุการณ์ต่างจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนาๆ ถึงความอาถรรพ์ศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง ที่ตั้งอยู่ริมอ่างเก็บน้ำด้านทิศตะวันออก

นางวรรณา แสงมณี อายุ 62 ปี ชาวบ้านในพื้นที่เปิดเผยว่า เดิมทีอ่างเก็บน้ำนี้เป็นเพียงหนองน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ มีตำนานเล่าขานว่ากลางหนองน้ำมีตอตะเคียนขนาดใหญ่ 2 ตอคู่กัน มีดวงวิญญาณ 2 สาว ซึ่งเป็นพี่น้องกัน มาเข้าฝันชาวบ้านว่าเป็นวิญญาณที่สิงสถิตอยู่ที่ตอตะเคียนทั้งสอง เคยมีคนพยายามนำขึ้นมาแต่ก็ไม่สำเร็จ จึงตั้งเป็นศาลเจ้าแม่ตะเคียงทองขึ้นมาถวายแทน กระทั่งเมื่อปี 51 ได้มีเด็กสาวอายุประมาณ 11 ปี แอบเข้าไปลักขโมยของในศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง จนมาพบอีกทีเป็นศพจมน้ำเสียชีวิตอย่างไร้สาเหตุอยู่ใกล้กับศาล และเมื่อปี 52 นายหอย แดงศิริ อายุ 59 ปี ได้แอบลักลอบเข้ามาจับปลาและงมหอย ที่ชาวบ้านนำมาปล่อยเพื่อสะเดาะเคราะห์ ก็มากลายเป็นศพเสียชีวิตอยู่ในอ่างเก็บน้ำฯโดยไม่ทราบเหตุ จนมารายล่าสุดก็คือนายหนู ทำให้เป็นที่ล่ำลือของบรรดาชาวบ้านถึงความเฮี้ยนของศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง ที่มาเอาชีวิตของคนที่คิดและทำไม่ดีในสวนหรือหนองน้ำแห่งนี้
ที่มาเดลินิวส์