วันพฤหัสบดีที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2553

รถยนต์เพื่ออนาคตติดเครื่อง:อนาคตจะมีให้เห็นไหม

รถยนต์เพื่ออนาคตติดเครื่อง:อนาคตจะมีให้เห็นไหมความรู้สึกทำไมปี 2553 เวลามันเดินไปเร็วเหลือเกิน พึ่งฉลองปีใหม่ได้ไม่ทันไร แป๊บๆ ก็จะเข้าสงกรานต์อีกแล้ว พอกลับจากเที่ยวสาดน้ำ อีกไม่เท่าไรก็จะถึงกลางปี ไม่รู้ว่าวงการตลาดยานยนต์จะเร่งสปีดยอดขายกันได้ทันตามเป้าหรือเปล่า เพราะถ้าทั้งปีหวังกันไว้ถึง 6.5 แสนคัน ครึ้งปีก็น่าจะไม่หนี 3 แสนกว่าสักเท่าไร

แต่อย่างน้อยตัวเลขยอดขายรถยนต์ 2 เดือนแรกของปีก็มีตุนไว้แล้ว 103,735 คัน

ที่เหนื่อยหน่อยก็เห็นจะเป็นพนักงานขายของรถยนต์ยี่ห้อต่างๆ ที่ต้องุท่มเทอย่างหนัก ทั้งชัก ทั้งดึง ลูกค้าให้ซื้อรถยี่ห้อตัวเอง จนบางทีถึงขั้นต้องให้ข้อมูลไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ผมจึงอยากให้คนที่กำลังตัดสินใจซื้อรถไว้ใช้สักคันได้ ศึกษาข้อมูลให้ละเอียดก่อนเซ็นชื่อจองรถ เพราะถึงตอนนี้คิดจะเปลี่ยนใจขอเงินจองคืนไม่ใช่เรื่องง่ายๆ หรือบางทีก็เป็นไปไม่ได้เลย สงสัยอะไรถามไปเลย ที่ไม่แน่ใจว่าจะได้ตามข้อตกลงหรือไม่ก็ทำเป็นสัญญากันเลยก็ดีครับ

ส่วนใครที่ยังไม่แน่ใจในสถานการณ์บ้านเมือง ก็รอดูก่อนก็ได้ครับ เพราะหลังจากนี้มีรถยนต์อีกหลายรุ่นจ่อจะเปิดตัวทำคลอดอยู่เหมือนกัน อย่างน้อยก็มีฟอร์ดเฟียสต้า รุ่นหนึ่งหละที่มีแผนจะเปิดตัวในเดือนหน้า

พูดถึงฟอร์ด เฟียสต้า ผมนึกถึงรถยนต์ยี่ห้อ จีเอ็ม จากอเมริกา ล่าสุดส่งข้อมูลรถยนต์ต้นแบบ อีเอ็น-วี มาให้ดู น่าสนใจดีครับ มันเป็นรถยนต์ที่ใช้เทคโนโลยีอีเอ็น-วี ออกแบบให้มีน้ำหนักที่เบากว่าเพียง 500 กิโลกรัม เบาะกว่าซับคอมแพ็กต์ประมาณครึ่งหนึ่ง ยาว 1.5 เมตร ก็ประมาณ 1 ใน 3 ของรถทั่วไป ตัวถังผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์ วัสดุพลาสติกสังเคราะห์โพลีคาร์บอเนต และสารอะคลีลิก นิยมใช้ในการผลิตรถแข่ง เครื่องบินรบ หรือยานอวกาศ

ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังขับในช่วงของการเร่งความเร็ว และยังจะช่วยในการควบคุม การชะลอความเร็ว และการหยุดรถอีกด้วย แตกต่างจากรถยนต์ทั่วไปที่ใช้ระบบเบรคเพียงอย่างเดียวในการชะลอและหยุดรถ เทคโนโลยีอีเอ็น-วี จะไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม เพราะใช้แบตเตอรี่ลิเทียมอิออน ซึ่งสามารถขับได้ระยะไกลถึง 40 กิโลเมตรต่อการชาร์ตแบตเตอรี่ 1 ครั้ง

ไม่รู้จริงๆ ว่า เมื่อไหร่เราจะได้เห็นรถประเภทนี้ออมมาใช้งานจริง ไม่รู้ว่าผมจะทันได้เห็นในชาตินี้หรือไม่ ยิ่งบ้านเมืองป่วนๆ แบบนี้ ไม่มีแววว่าจะหยุดกันเสียที

เอ! หรือว่าจะจบกันแบบ ไม่มีอนาคตหนอ


ที่มาโดย ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์