วันอังคารที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2554

“พสิษฐ์” มือปล่อยคลิปคดียุบพรรค ปชป.ติดต่อขอมอบตัวพรุ่งนี้

“พสิษฐ์” มือปล่อยคลิปคดียุบพรรค ปชป.ติดต่อขอมอบตัวพรุ่งนี้
อดีตเลขานุการศาลรัฐธรรมนูญ มือปล่อยคลิปคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ให้ญาติติดต่อขอมอบตัวกับตำรวจกองปราบปราม ในวันพรุ่งนี้ (30 มี.ค.) ขณะที่ รองผบช.ก.สั่งเตรียมสถานที่รองรับ และจัดกำลังคอมมานโดเฝ้าดูแลความเรียบร้อยตลอด 24 ชั่วโมง
วันนี้ (29 มี.ค.) ที่กองปราบปราม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ อายุ 40 ปี อดีตเลขานุการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 2568 และ 2569/2553 ลงวันที่ 16 พฤศจิกายน 2553 ข้อหาเป็นเจ้าพนักงานรู้ หรืออาจรู้ความลับในราชการกระทำการใดๆ อันมิชอบด้วยหน้าที่ ให้ผู้อื่นล่วงรู้ความลับนั้น และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 หลังถูกกล่าวหาว่า ลักลอบบันทึกคลิปวิดีโอการประชุมของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้ให้ญาติติดต่อขอเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน กองปราบปราม โดย นายพสิษฐ์ จะเดินทางเข้ามอบตัวในช่วงเช้าวันที่ 30 มีนาคมนี้ แต่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดและยืนยันกำหนดเวลาที่แน่ชัด

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ทาง พล.ต.ต.ปัญญา มาเม่น รองผบช.ก.ซึ่งรับผิดชอบคดีดังกล่าว ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวน บก.ป.เตรียมความพร้อมในส่วนของประเด็นการสอบสวนและสถานที่ในการรับมอบตัวไว้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมกับจัดกำลังตำรวจคอมมานโด บก.ป.เฝ้าดูแลรักษาความเรียบร้อยด้วย

ทั้งนี้ สำหรับคดีคลิปวิดีโอตุลาการศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าว ก่อนหน้านี้ พนักงานสอบสวน บก.ป.ได้ส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อดำเนินการเนื่องจากผู้ต้องหาเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ทาง ป.ป.ช.ได้มีมติในที่ประชุมเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2553 ให้ส่งสำนวนคดีกลับคืนให้พนักงานสอบสวนดำเนินการ โดยอ้างประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ฉบับที่ 31 ลงวันที่ 30 กันยายน 2549 ข้อ 6 เรื่อง การดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ป.ป.ช.ที่เห็นสมควรส่งเรื่องที่มีการกล่าวหาเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งไม่ใช่บุคคลตามมาตรา 66 ว่า กระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่กระทำความผิดต่อตำแหน่งราชการ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรมที่อยู่ระหว่างดำเนินการให้ผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอนดำเนินการทางวินัย หรือดำเนินการตามอำนาจหน้าที่แล้วแต่กรณี หรือส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาต่อไปก็ได้

สำหรับ นายพสิษฐ์ เป็นอดีตเลขานุการส่วนตัว นายชัช ชลวร ประธานศาลรัฐธรรมนูญ และกลายเป็นข่าวโด่งดังเมื่อเดือน ต.ค.2553 ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ โดยมีคลิปเผยแพร่ในเว็บไซต์ยูทูป เป็นเหตุการณ์การเจรจาพูดคุยระหว่างนายวิรัช ร่มเย็น ส.ส.ระนอง พรรคประชาธิปัตย์ ทีมกฎหมายคดียุบพรรค กับ นายพสิษฐ์ ในร้านอาหารย่านประชาชื่น จากนั้นมีคลิปเกี่ยวกับศาลรัฐธรรมนูญ และคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ตามออกมาอีกหลายคลิป จนสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายพสิษฐ์ และศาลอาญาอนุมัติหมายจับ แต่นายพสิษฐ์ เดินทางไปฮ่องกง และหลบหนีหมายจับ ก่อนให้ญาติติดต่อเข้ามอบตัวดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม นอกจากถูกออกหมายจับในคดีดังกล่าวแล้ว นายณพล อรุณอาศิรกุล ทนายความรับมอบอำนาจจากนายจรูญ อินทจาร นายสุพจน์ ไข่มุก และ นายเฉลิมพล เอกอุรุ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ร่วมกันเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย และ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 กรณีมีกลุ่มบุคคลร่วมกันกระทำการในลักษณะเป็นองค์กร มีพฤติการณ์ที่เล็งเห็นได้ว่ามีจุดมุ่งหมายเพื่อทำลายศาลรัฐธรรมซึ่งเป็นสถาบันหลักของชาติ โดย นายพสิษฐ์ จำเลยที่ 1 และนายพร้อมพงศ์ จำเลยที่ 2 ได้ร่วมกันกับกลุ่มบุคคลดังกล่าว จัดทำคลิปวิดีโอที่เป็นข้อมูลปลอม หรือเป็นเท็จเผยแพร่ ออกข่าวโจมตีศาลรัฐธรรมนูญให้เสียหายขาดความน่าเชื่อถือ โดยมีการให้ข่าวแก่สื่อมวลชนว่าจะมีการเผยแพร่วีดีโอที่เป็นข้อมูลปลอมหรือเท็จที่ทำให้ศาลรัฐธรรมนูญเสียหายอีกด้วย
ที่มา http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9540000039820

วันอาทิตย์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2554

โชเฟอร์ปอร์เช่มรณะมอบตัว

หนุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดัง มอบตัวหลังซิ่งปอร์เช่ชนสาวตัวขาด ลั่นเป็นอุบัติเหตุ ซ้ำไม่คิดหลบหนี แต่ช็อกอกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
หลังเจ้าของรถปอร์เช่ สีขาว ทะเบียนป้ายแดง ง-1352 กรุงเทพมหานคร ที่ก่อเหตุสยองชน น.ส.คำใบ อินทิลาด สาวชาวลาวจนตัวขาด เบี้ยวนัดไม่ยอมมาพบพนักงานสอบสวน โดยอ้างว่าติดธุระต้องไปไหว้บรรพบุรุษที่ต่างจังหวัด ในช่วงเทศกาลเช็งเม้ง ตามที่เสนอข่าวให้ทราบนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 17.45 น. วันที่ 27 มี.ค. ญาติกับเพื่อนของนายโย (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นคนขับรถปอร์เช่คันดังกล่าว ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับ พ.ต.ท.บัญชา มีเลิศ สารวัตรเจ้าของคดี โดยนายโย อยู่ในชุดเสื้อคลุมสีดำ สวมหมวกแก๊ปสีดำ แว่นตาดำ ปิดบังใบหน้า ขณะที่เพื่อนชายอีก 2 คนแต่งกายเหมือนกัน

ซึ่งทันทีที่นายโย เจอสื่อมวลชนที่ดักรอหน้าโรงพัก ได้ยกมือไหว้และกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือว่า "ผมขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจ" จากนั้นเปิดเผยว่า วันเกิดเหตุออกจากมหาวิทยาลัย เพื่อจะกลับที่พัก โดยใช้เส้นทางเกิดเหตุซึ่งเป็นเส้นทางประจำ แต่ขณะนั้นขับมาด้วยความเร็วประมาณ 120 กม./ชม. ในเลนขวาสุด ซึ่งพอถึงจุดเกิดเหตุเห็นรถโดยสารประจำทางจอดส่งผู้โดยสารอยู่ที่ป้ายรถในเลนซ้าย แล้วจู่ ๆ หญิงสาวเคราะห์ก็โผล่ออกมาพ้นหน้าณถประจำทางอย่างรวดเร็ว จึงเบรกไม่ทันชนเข้าอย่างจัง

หนุ่มนักศึกษาหนุ่ม เผยต่อว่า หลังชนแล้วรู้สึกตกใจมาก ทำอะไรไม่ถูก ยิ่งเมื่อเห็นศพของหญิงสาวกระเด็นเข้ามาในรถด้วยแล้วยิ่งช็อก ทำอะไรไม่ถูกรู้สึกตัวอีกทีก็ขับเลยจุดชนมากไกลแล้ว จึงจอดรถทิ้งไว้ แล้วรีบโบกแท็กซี่กลับบ้านไปเล่าให้พ่อแม่ฟัง ขอยืนยันว่าไม่เคยคิดจะหลบหนี ทว่าตนได้รับบาดเจ็บที่หน้าอกกับต้นคอ ทั้งตกใจกับข่าวด้วย จากนี้ยินดีที่จะรับผิดชอบทุกอย่าง โดยจะให้บริษัทประกันภัยติดต่อกับญาติผู้เสียหาย เพื่อเจรจากันอีกครั้ง

จากนั้นนักศึกษาหนุ่มได้ขอตัวไปพบพนักงานสอบสวน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ก่อนปล่อยตัวไปชั่วคราว เพราะผู้ต้องหาเข้ามอบตัวเอง จากนั้นจะเรียกมารับทราบข้อกล่าวและสอบปากคำอีกครั้ง.
ที่มา เดลินิวส์

“แร็พเตอร์” คืนชีพ “หลุยส์-จอนนี่” เตรียมจัดคอนเสิร์ตใหญ่กลางปี

“แร็พเตอร์” คืนชีพ “หลุยส์-จอนนี่” เตรียมจัดคอนเสิร์ตใหญ่กลางปี ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนเตรียมงาน ซุ่มฟิตหุ่นให้เฟิร์มเพราะร้างเวทีไปนาน

เมื่อ 13 ปี “หลุยส์ สก็อต” กับหนุ่ม “จอนนี่ อันวา” ก่อนเคยโด่งดังในนามของ “แร็พเตอร์” ดูโอรุ่นเด็ก แต่พอโตก็แยกย้ายกันไปทำงาน แต่ล่าสุดก็มีข่าวว่าทั้งคู่เตรียมหวนจับไมค์คู่กันอีกครั้ง และได้มีการเข้าไปคุยกับ “เฮียฮ้อ สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์” บอสใหญ่ของอาร์เอสและได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการว่าจะจัดคอนเสิร์ตแร็พเตอร์อีกครั้งแน่นอน ซึ่งหลุยส์ก็ได้เปิดเผยถึงเรื่องนี้ว่า....
“งานคอนเสิร์ตตอนนี้ได้คุยกับทางอาร์เอสและคุยกับคู่หูเรียบร้อยแล้วครับ ก็น่าจะมีข่าวดีครับ แล้วก็พยายามจะจัดคอนเสิร์ตให้คุ้มกับการรอคอยของทุกคน ตอนนี้ยังพูดถึงเรื่องโครงสร้างจะจัดที่ไหน บรรจุคนกี่คน แล้วก็ธีมของงานจะย้อนยุคไหมหรือจะอะไรยังไงดี ส่วนเพลงโยกๆ ต้องมีแน่นอนครับ ผมว่าถ้ามันไม่มีคนก็จะผิดหวัง แต่เราอาจจะมีเพลงที่เอามารีมิกซ์ใหม่ ร้องใหม่ ส่วนแขกรับเชิญที่จะมาเซอร์ไพรส์มีแน่นอนครับ เราคุยๆ ไว้หลายคนแล้ว บางคนก็โอเคแล้วด้วย แต่ก็ยังไม่ได้คอนเฟิร์มว่าเขาจะมาเล่นนะ เพราะเราแค่ชวนๆ ได้หลายคนเหมือนกัน เซอร์ไพรส์แน่ครับ”

“จอนนี่เขาเป็นตัวไอเดียอยู่แล้วครับ จะเอาอย่างนั้นอย่างนี้ ออกไอเดียทุกอย่าง ส่วนผมเองก็ต้องไปเข้ายิมก่อน เพราะว่าสุขภาพร่างกายเราก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว ก็เลยอาจจะต้องทุ่มเทเวลาให้กับมันมากขึ้น แต่ถามว่าผมกับหลุยส์ยังจะต่อกันติดไหม ผมว่าแร็ตเตอร์มันจะเป็นตัวกลางมากกว่า เพราะว่าตัวผมเองก็ไปทางละคร ถ่ายหนัง ส่วนจอนนี่ก็เป็นทางแนวติสท์ๆ ไป แต่แร็พเตอร์มันอยู่ตรงกลาง สองคนก็ต้องโน้มตัวลงมาตรงกลางให้มันยืนอยู่จุดเดียวกัน ก็คิดว่าไม่น่าจะถึงปลายปีหรอกครับ อาจจะประมาณกลางๆ ปี”

เผยถ้าฟิตหุ่นได้เฟิร์มตามที่ต้องการแล้วอาจจะมีถ่ายเซ็กซี่เก็บไว้ดูก็ได้ เพราะบอกอยากมีรูปตัวเองเก็บไว้ดูตอนอายุมากๆ เหมือนกัน

“ถ่ายเซ็กซี่เหรอครับ อันนี้มันต้องมีเวลาเข้ายิมบ้าง เพราะเราก็รู้ตัวเองว่าเราไม่ได้เข้ายิมมาปีครึ่งแล้ว ก็เลยมีความรู้สึกว่ามันยังไม่มั่นใจมากกว่า แต่ก็ยังไม่แน่นะ(หัวเราะ) เพราะมีคนถามมาบ้างว่าอยากจะถ่ายหรือเปล่า ผมก็เลยบอกว่ายังไม่มั่นใจว่าจะไปถ่ายขนาดนั้น แต่ถ้าหุ่นเรามั่นใจเมื่อไหร่ผมก็อยากจะถ่ายบ้างนะ แต่ก็คงไม่ถึงกับหวือหวาอะไรมาก ก็คงเป็นส่วนนึงของชีวิตผมที่อยากจะเก็บรูปเอาไว้ตอนที่เรายังกลางๆ ไม่ได้หนุ่มมาก ไม่ได้แก่มาก(หัวเราะ)”

ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

วันศุกร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2554

ฮือฮา! อิหร่านแอบสร้าง ‘ยูเอฟโอ’ อ้างไว้ใช้ถ่ายภาพทางอากาศ

สื่ออิหร่านรายงาน รัฐบาลประธานาธิบดีมะห์มูด อะห์มาดิเนจัดแอบสร้าง “ยูเอฟโอ” แบบลับๆ อ้างไว้ใช้ถ่ายภาพทางอากาศ อย่างไรก็ดี จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยหน้าตาที่แท้จริงของจานบินฝีมืออิหร่านต่อสาธารณชนแต่อย่างใด…
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 24 มี.ค. โดยอ้างสำนักข่าวฟาร์สของทางการอิหร่านว่ารัฐบาลเตหะรานภายใต้การนำของ ประธานาธิบดีมะห์มูด อะห์มาดิเนจัดได้แอบสร้าง “ยูเอฟโอ” ขึ้นแบบลับๆ และได้มีการเปิดตัวจานบินดังกล่าวไปแล้วในงานรัฐพิธีสำคัญงานหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้

รายงานข่าวระบุว่า รัฐบาลอิหร่านตั้งชื่อจานบินของตัวเองว่า โซฮัล ซึ่งเป็นภาษาเปอร์เซียหมายถึง “ดาวพระเสาร์” โดยแหล่งข่าวในรัฐบาลอิหร่านเผยว่าเจ้าจานบินที่ว่านี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ถ่ายภาพทางอากาศเท่านั้น แม้นักวิเคราะห์ในโลกตะวันตกจะลงความเห็นว่า จริงๆแล้ว อิหร่านน่าจะใช้จานบินนี้เพื่อวัตถุประสงค์ทางทหารก็ตาม



มะห์มูด อะห์มาดิเนจัด

ข้อมูลที่สำนักข่าวฟาร์สของอิหร่านนำมาเผยแพร่ระบุว่า ยูเอฟโอ “เมดอินอิหร่าน” ลำนี้สามารถบินได้ด้วยตัวเองโดยไม่จำเป็นต้องใช้นักบินแต่อย่างใด และยังมีการติดตั้งระบบบอกตำแหน่งจีพีเอส มีระบบกล้องถ่ายภาพที่แยกกัน 2 ชุดที่มีความคมชัดสูงถึงระดับ 10 เมกาพิกเซลและสามารถส่งภาพถ่ายกลับมาให้ศูนย์ปฏิบัติการภาคพื้นได้ในทันทีหลังจากถ่ายภาพเสร็จ โดยไม่จำเป็นต้องรอให้เครื่องร่อนกลับมาถึงฐานก่อนแต่อย่างใด

อย่างไรก็ดี จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการเผยแพร่ภาพที่แท้จริงของจานบินลำนี้ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมด้านความมั่นคงล่าสุดของอิหร่านออกมาสู่สาธารณชนแต่อย่างใด ทำให้รูปร่างหน้าตาที่แท้จริงของจานบินลำนี้ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันไปต่างๆนานา บ้างก็ว่า มันมีรูปร่างเหมือนกับจานบินของมนุษย์ต่างดาว หรือไม่ก็มีรูปร่างคล้ายกับอากาศยานรบแบบไร้นักบิน หรือ ” โดรน” ของกองทัพสหรัฐฯ

ทั้งนี้ เมื่อช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่ผ่านมา ทางการอิหร่านก็เพิ่งเปิดตัวเรือ “บาวาร์ -2″ ที่อ้างว่าสามารถบินได้มาแล้ว แม้จะยังไม่เคยมีใครได้เห็นศักยภาพที่แท้จริงของมันก็ตาม.
ฮือฮา! อิหร่านแอบสร้าง ‘ยูเอฟโอ’ อ้างไว้ใช้ถ่ายภาพทางอากาศ
ที่มา ไทยรัฐ

วันพฤหัสบดีที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2554

ด่วน..แผ่นดินไหว6.7ริกเตอร์ที่พม่าดับแล้ว3

ด่วน..แผ่นดินไหว6.7ริกเตอร์ที่พม่าดับแล้ว3 แผ่นดินไหว6.7ริกเตอร์ที่พม่าสะเทือนถึงไทยยันกรุงเทพฯดับเซ่น3ศพแม่สายฝาผนังบ้านล่มทับเมืองกรุง2คนงานเครนทับ
วันนี้ 24 มี.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักข่าวเอพีรายงานจากเมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่าว่า สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐ แจ้งเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงเมื่อเวลา 20.25 น.วันที่ 24 มี.ค.ตามเวลาท้องถิ่น วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 7.0 ริคเตอร์ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศพม่า ใกล้กับชายแดนประเทศลาวและไทย โดยห่างจากจังหวัดเชียงรายไปประมาณ 110 กม.และมีจุดศูนย์กลางอยู่ลึกลงไปใต้ดิน 230 กม. ซึ่งถือว่าลึกมาก แต่แรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวยังรู้สึกได้ถึงกรุงเทพฯ ซึ่งรับรู้แรงสั่นสะเทือนได้สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในตึกสูง ส่วนศูนย์เตือนภัยสึนามิแห่งมหาสมุทรแปซิฟิก ระบุว่า แผ่นดินไหวเกิดขึ้นลึกเข้าไปในเขตแผ่นดินมาก จึงไม่มีผลที่จะทำให้เกิดคลื่นสึนามิแต่อย่างใด

สั่นสะเทือนถึงเมืองไทย
ด้านสำนักงานเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยาของไทย รายงานว่า เมื่อเวลา 20.55 น. เกิดเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 6.7 ริกเตอร์ จุดศูนย์กลางอยู่ที่ประเทศพม่า ห่างจากทางทิศเหนือของ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ประมาณ 56 กม. โดยแรงสั่นเทือนของแผ่นดินไหวครั้งนี้ รับรู้ได้ในจังหวัดทาภาคเหนือของประเทศไทย โดยเฉพาะเกือบทุกอำเภอใน จ.เชียงราย และที่ จ.ลำปาง จ.เชียงใหม่ จ.พะเยา และอีกหลายจังหวัด โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในอาคารหรือตึกสูง นอกจากนี้ ในจังหวัดที่ใกล้เคียงกับรัศมีแผ่นดิน บ้านบางหลัง หรือตึกถึงกับสั่นอย่างรุนแรง และมีรายงานว่า ทีวี และทรัพย์สินในบ้านเรือนหลายแห่งได้รับความเสียหายด้วย

“แม่สาย”ฝาผนังถล่มดับ1
ขณะเดียวกัน ที่ อ.แม่สาย นางหงส์ คำปิง อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 109 หมู่ 10 ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย ถูกฝาผนังบ้านเป็นปูนถล่มทับเสียชีวิต และในหลายจุดของ อ.แม่สาย ไฟดับ เนื่องจากเสาไฟฟ้าหักโค่น และสายไฟฟ้าขาด ผู้สื่อข่าวรายงานจากวัดหลวงราษฎร์สัณฐาน (วัดหลวงใน) ต.เวียง อ.เมือง จ.พะเยา ว่าประชาชนที่มาร่วมงานในงานพิธีศพที่วัด ต่างรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือน โดยพวงหรีดในงานสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด ส่วนพื้นที่ก็สั่นไหวจนฝ่าเท้ารับรู้ได้ โดยแรงสั่นไหวครั้งนี้เกิดขึ้น 2 ครั้งๆ ละประมาณ 30 วินาที

“เชียงใหม่” เผ่นโรงแรม
ส่วนในพื้นที่ อ.เมือง จ.ลำปาง โคมไฟที่ประดับประดาตามร้านค้าและบ้านเรือนสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด แต่เบื้องต้นยังไม่มีรายงานความเสียหายเข้ามา มีเพียงแต่ประชาชนบางส่วนในหลายจังหวัดทางภาคเหนือ ที่แตกตื่นพากันวิ่งหนีออกจากอาคาร หรือบ้านเรือน ออกมานอกตัวบ้านด้วยความตกใจ และหลังแผ่นดินไหวผ่านไป หลายคนยังรอดูท่าทาง ยังไม่กลับเข้าบ้าน หรือที่พักอาศัยโดยทันที เพราะกลัวจะเกิดแผ่นดินไหวซ้ำหรือรุนแรงขึ้นอีก
ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ผวจ.เชียงใหม่ สั่งการให้ทุกอำเภอตรวจสอบความเสียหาย ขณะเดียวกัน ประชาชนจำนวนมากในพื้นทีจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งที่อยู่ในอาคารสูง บ้านพัก โดยเฉพาะในโรงแรม ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างแตกตื่นพากันวิ่งหนีออกจากโรงแรมตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่โรงแรมเพื่อความปลอดภัย ส่วนที่ จ.น่าน มีรายงานว่า ถนนบางแห่งแตกแยกหรือมีรอยร้าว

กรุงเทพฯ ผวาตึกสั่นไหว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แรงสั่นสะเทือนครั้งนี้ สามารถรับรู้ได้ในกรุงเทพฯ ตึกสูงหลายแห่ง อาทิ ย่านเอกมัย ถนนวิภาวดีฯ อโศก เพชรบุรี สีลม พระราม 4 บางรัก ผู้คนซึ่งอยู่ในห้องพักโดยเฉพาะอาคารสูงๆ ต่างแตกตื่นกับเหตุการณ์ดังกล่าว เนื่องจากคนส่วนใหญ่ยังหวาดผวากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่นอยู่สดๆร้อนๆ ทั้งนี้มีนักจัดรายการวิทยุคลื่นหนึ่งย่านอโศก พูดออกอากาศขึ้นมาทันทีว่า เกิดการสะเทือนขึ้นจนสามารถรับรู้ได้ สาเหตุมาจากแผ่นดินไหว ซึ่งไม่ทราบจุดศูนย์ของการเกิดแผ่นดินไหวในครั้งนี้ อย่างไรก็ตามหลังเกิดเหตุได้ไม่นานมีประชาชนได้โทรศัพท์เข้ามาสอบถามที่สำนักพิมพ์เดลินิวส์กันอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้การสั่นสะเทือนตึกสำนักงานใหญ่เดลินิวส์ก็สามารถรับรู้ได้เช่นกัน ขณะที่พนักงานต้อนรับโรงแรม 5 ดาวแห่งหนึ่งย่านสีลม บอกว่าหลังเกิดเหตุ แขกที่มาพักโทรฯลงมาสอบถามว่าเกิดเหตุอะไรขึ้น เพราะมีอาการวิงเวียนศรีษะ คล้ายกับเกิดแผ่นดินไหว

เครนพังถล่มคนงานดับ2
ไล่เลี่ยกันไม่นาน เกิดเหตุเครนถล่มข้าง รพ.สัตว์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร ที่เกิดเหตุอยู่ระหว่างตึกกำลังก่อสร้าง 7 ชั้น กับ 4 ชั้น พบเครนสูงประมาณ 25-30 เมตร พังถล่มลงมาทับนั่งร้านตึกที่กำลังก่อสร้างที่อยู่ติดกันสูง 4 ชั้น มีศพนายพลอย ก้อนคำ อายุ 17 ปี คนบังคับเครน กระเด็นลงมากระแทกกับขอบปูนชั้น 4 เสียชีวิตอย่างอนาถ ส่วนที่พื้นด้านล่างมีศพผู้หญิง ยังไม่ทราบชื่อ เสียชีวิตอีก 1 คน ทั้งคู่เป็นคนงานสัญชาติพม่า คาดว่าถูกเครื่องโม่ปูนร่วงลงมากระแทกใส่ขณะยืนอยู่ด้านล่าง สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเครนยกเครื่องโม่ปูนกำลังขึ้นไปที่ชั้นบน ระหว่างทางเกิดโอนเอนไม่ทราบสาเหตุจากนั้นตัวแขนเครนได้หลุดออกมาไปโดนตึกที่กำลังก่อสร้างอยู่สงผลให้มีผู้เสียชีวิตดังกล่าว ทั้งนี้ชาวบ้านบางคนระบุว่าสาเหตุน่าจะเกิดจากแผ่นดินไหว
ที่มา เดลินิวส์

"แอ๊ด"ขอโทษแฟนเพลงฉุนทีมงานปัดฟิวส์ขาด

ชมคลิป"แอ๊ดคาราบาว"ยัวะขว้างกีตาร์กลางเวทีสีสันอวอร์ดส์ เจ้าตัวแถลงขอโทษไม่พอใจทีมงานปัดเมาฟิวส์ขาด

วันนี้ 23 มี.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุด ที่ห้องซ้อมดนตรี อาคารอาร์ซีเอร์ โซนอี ศิลปินแนวเพื่อชีวิตชื่อดัง “แอ๊ด-คาราบาว” หรือ นายยืนยง โอภากุล ได้แถลงข่าวเกี่ยวกับกรณีที่ตนได้เขวี้ยงกีตาร์ และเดินลงจากเวที ระหว่างกำลังขึ้นโชว์คอนเสิร์ตในงานประกาศผลรางวัลสีสันอวอร์ดครั้งที่ 23 ประจำปี 2553 จัดขึ้นที่ห้องศรีวรา แกรนด์ บอลล์รูม โรงแรมทาวน์อินทาวน์ เมื่อค่ำวานก่อน
แอ๊ด คาราบาว กล่าวว่า "“เมื่อคืนนี้ผมเองต้องขอยอมรับว่าทำตัวไม่ดี เพราะว่าหลังจากคอนเสิร์ตแล้วผมทำงานหนัก ไม่ได้นอนมาเกือบ 2 วัน ต้องเตรียมซ้อมคอนเสิร์ต แล้วก็รบกับลูกน้องมา ตลอด 2-3 วันที่ผ่านมา ผมค่อนข้างเขี่ยวเขา แต่ไม่ได้ดั่งใจ ผมเลยระเบิดอารมณ์ใส่ เพราะแอมป์ก็ไม่ดัง ไม่โครโฟนก็ไม่ดัง พอตะโกนเรียกเขาก็ไม่สนใจ เลยฟิวส์ขาด ทุบกีตาร์ทิ้ง เหมือนประขดเขา แต่หลังจากนั้นผมก็รู้สึกเสียใจกลับไปบ้านก็พยายามโทรหาทุกคน วันนี้ก็ต้องขอโทษพี่น้องสื่อมวลชนที่ต้องเสียเวลากับเรื่องนี้ กับอารมณ์ ศิลปินของผม ถ้าเป็นสมัยก่อนผมคงชกไปแล้ว สมัยก่อนผมเคยเตะคนดูมาแล้ว สมัยนี้ก็แค่ทุบกีตาร์ สิ่งที่อยากบอกอีกอย่างคือต้องขอโทษน้าทิวา ที่ทำให้งานสีสันอวอร์ดต้องด่างพร้อย ขโมยซีนหรือเปล่าก็ไม่รู้ ต่อไปผมก็จะพยายามทำตัวดีกว่านี้ ถ้าพ่อผมอยู่คงได้รับโทรศัทพ์สวดแน่นอน บังเอิญท่านจากไปแล้ว ต่อไปนี้ผมก็เป็นผู้ใหญ่ที่จะต้องทำตัวให้ดี”

ผู้สื่อข่าวถามว่าสาเหตุการณ์เกี่ยวกับการทะเลาะกับสมาชิกในทีมอย่าง กับเพื่อนผมไม่มี ส่วนคนดูก็มีแต่คนขอเพลงไม่มีใครด่า ผมอยากจะเล่นจะตาย ส่วนเรื่องดื่มยอมรับว่ดื่ม แต่ไม่ได้เมา อย่างที่บอกว่าทะเลาะกับสตาฟท์แต่อย่าให้บอกเลยครับว่าเป็นใคร ผมก็บอกเขาว่าถ้าอยากทำงานก็ต้องสนใจมากกว่านี้ ไม่ใช่ละเลย จริงๆผมอยากจะไล่ออกจะตาย แต่ผมสงสารลูกเมียเขา ผมไม่เคยไล่ใครออกจากวงเลยนะครับ ก็อยากให้เขาเลี้ยงปากเลี้ยงท้องได้ ผมว่ามันเป็นปัญหาธรรมดาที่ใครๆก็เจอทั้งนั้นเวลาทำงานใหญ่ๆ

ส่วนในฐานะของการเป็นต้นแบบและตัวอย่างของเยาวชน เป็นสิ่งที่ผมต้องขอโทษและเสียใจ อย่าเอาเป็นเยี่ยงอย่างนะครับ เราเป็นคนสาธารณะ ถ้าควบคุมอารมณ์ไม่ได้ก็เหมือนถูกสังคมวิพากษ์ แต่ผมก็ไม่ได้ทำให้ใครต้องเจ็บปวดนอกจากเสียดายกีตาร์ ซึ่งเป็นกีตาร์ที่ ทศพร หงษ์สนันท์ ซื้อมาให้ แต่ผมดูแล้วว่ามันซ่อมได้"

ขณะที่ ผู้จัดการวงคาราบาว ทราบว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องกระทบกระทั่งกันระหว่าง ทีมงานดูแลเครื่องเสียงวง ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับแฟนเพลง หรือพิธีกร และผู้จัดงาน และเท่าที่ทราบ แอ๊ด เผยว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ เป็นแค่เรื่องศิลปินกับทีมงานเท่านั้น สิ่งที่เกิดขึ้นมาจากทีมงานที่ไม่มีความพร้อม แอ๊ด จึงเกิดโมโหจนฟิวส์ขาด เลยโยนกีตาร์ทิ้ง

ที่ห้องศรีวรา แกรนด์ บอลล์รูม โรงแรมทาวน์อินทาวน์ เมื่อเวลา 19.00 น. มีการจัดงานประกาศผลรางวัลทางดนตรี สีสัน อวอร์ดส์ ครั้งที่ 23 ขึ้นโดยมีศิลปินและบุคคลในวงการดนตรีและเพลงทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังเดินทางมาร่วมงานอย่างคับคั่งเช่นเคย ในครั้งนี้มีรางวัลทั้งสิ้น 12 รางวัล ประกอบด้วย 1.เพลงยอดเยี่ยม ได้แก่ “รักไม่ต้องการเวลา” : คำร้อง – เกี้ยวเกล้า พูนชัย / ทำนอง – ดนัย ธงสินธุศักดิ์ / ศิลปิน – เคลียร์ 2.เพลงในการบันทึกเสียงยอดเยี่ยม ได้แก่ เพลง “คิดฮอด” : คำร้อง, ทำนอง - อาทิวราห์ คงมาลัย, วสุ ห้าวหาญ / เรียบเรียง – บอดี้ สแลม, พูนศักดิ์ จตุระบุล / ศิลปิน - บอดี้ สแลม

3.ศิลปินชายเดี่ยวยอดเยี่ยม ได้แก่ อ๊อฟ-ปองศักดิ์ รัตนพงษ์ จากอัลบั้ม “ไลฟ์ อีส คัลเลอร์ฟูล” 4.ศิลปินหญิงเดี่ยวยอดเยี่ยม ได้แก่ ลุลา จากอัลบั้ม ทวิสต์ 5.ศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยม ได้แก่ โอเวอร์ มี จากอัลบั้ม บิ๊ก สวิง 6.โปรดิวเซอร์ยอดเยี่ยม ได้แก่ อภิไชย เย็นพูนสุข จากอัลบั้ม ไลฟ์ อีส คัลเลอร์ฟูล / ศิลปิน–ปองศักดิ์ รัตนพงษ์ 7.ศิลปินคู่หรือกลุ่มยอดเยี่ยม ได้แก่ วงเคลียร์ จากอัลบั้ม ไบร์ตเทอร์ เดย์ 8.อัลบั้มยอดเยี่ยม ได้แก่ อัลบั้มไบร์ตเทอร์ เดย์ ศิลปิน วงเคลียร์

9.ศิลปินกลุ่มร็อคยอดเยี่ยม ได้แก่ วง แบรนด์ นิว ซันเซ็ท จากอัลบั้ม เวลคัม โฮม 10.อัลบั้มร็อคยอดเยี่ยม ได้แก่ อัลบั้ม เวลคัม โฮมโดย แบรนด์ นิว ซันเซ็ท 11.เพลงร็อคยอดเยี่ยม ได้แก่ เพลง “คราม” :คำร้อง–ขจรเดช พรมรักษา, อาทิวราห์ คงมาลัย/ทำนอง-อาทิวราห์ คงมาลัย, พูนศักดิ์ จตุระบุล/ศิลปิน-บอดี้ สแลม และ 12.เพลงบรรเลงยอดเยี่ยม ได้แก่ “ฟังก์ ยู (ลูปัส)”–อัธพนธ์ มกรานนท์


ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในช่วงเวลา 21.00 น.ภายในงานประกาศผลรางวัลสีสันอวอร์ดส์ ทางผู้จัดได้เชิญวงคาราบาวมาร้องเพลงโชว์ด้วย โดยมีการร้องเพลงคั้นก่อนจะประกาศรางวัลศิลปินชายและหญิงเดี่ยวยอดเยี่ยม โดยร้องเพลงเฒ่าทะเล ร้องโดยเล็ก คาราบาว เมื่อร้องเสร็จสิ้นบรรดาผู้ร่วมงานต่างปรบมือกันดังลั่น

ขณะเดียวกัน โด๋ว-มรกต โกมลบุตร ดีเจ 104.5 ซึ่งรับหน้าที่พิธีกรในงานได้พูดแซวว่าคาราบาวมาร้องเพลงเดียวเหรอ จากนั้นแอ๊ด คาราบาวได้เดินขึ้นเวทีอีกครั้งพร้อมกับทำท่าเตรียมพร้อมจะเล่นเพลงที่ 2 แต่ในจังหวัดนั้นเองแอ๊ด ได้เอากีตาร์ออกจากคอแล้วทุ่มลงพื้นเวทีเสียงดังลั่น สร้างความแตกตื่นให้คนในงานเป็นอย่างมาก จากนั้นวงคาราบาวทั้งหมดได้เดินทางกลับทันที

เมื่อสอบถามไปยังโด๋ว-มรกต พิธีกร ถึงเหตุการณ์ดังกล่าว ปรากฏว่า โด๋ว บอกเพียงว่าไม่รู้เรื่องไม่ทราบว่าเกิดเหตุเพราะเรื่องอะไร ขณะเดียวกันได้โทรศัพท์สอบถามไปยังแอ๊ด คาราบาว ปรากฎว่าเมื่อแอ๊ด รับสายแล้วได้ตัดสายไปและปิดเครื่องโทรศัพท์ทันที เบื้องต้นคาดว่า แอ๊ด ไม่พอใจที่พิธีกรแซวบนเวที ซึ่งผู้สื่อข่าวจะได้รายงานความคืบหน้าต่อไป

ดูคลิปได้จาก...แอ๊ด คาราบาว ทุ่มกีตาร์!!

ที่มา เดลินิวส์,youtube