วันอาทิตย์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ผูกคอตายโชว์แคมฟร็อก

วันนี้ ( 5 ธ.ค.) พ.ต.ท.ธนภัทร สุขมี พนักงานสอบสวน(สบ2) สน.บางเขน ได้รับแจ้งเหตุมีหญิงสาวผูกคอตายโชว์ผ่านโปรแกรมแคมฟร๊อก ภายในเอสเอ็นแมนชั่น ถนนพหลโยธินซอย 69 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสน.บางเขน แพทย์เวร เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุอยู่บนชั้น 2 จากการตรวจสอบภายในห้องเลขที่ 203 พบศพ น.ส.แก้ว (นามสมมุติ) อายุ 24 ปี ภูมิลำเนาอยู่ จ.นครสวรรค์ สภาพศพเสียชีวิตในท่ายืน ใช้ผ้าปูที่นอนสีฟ้าผูกคอตัวเองกับพัดลมเพดาน สวมเสื้อยึดแขนสั้นสีชมพู นุ่งกางเกงขาสั้นสีน้ำตาล หน้าเขียว ลิ้นจุกปาก ไม่พบบาดแผลตามร่างกาย นอกจานี้บริเวณด้านข้างศพยังพบคอมพิวเตอร์จำนวน 1 เครื่องเปิดทิ้งไว้โดยหน้าจอเป็นโปรแกรมแคมฟร็อก ห้องโกสเรดิโอ และมีการพูดคุยสนทนากันกับผู้ชายซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นแฟนหนุ่มของผู้ตายเนื่องจากข้อความมีเนื้อหาตัดพ้อเรื่องความรัก ส่วนกล้องเว็บแคมที่ติดอยู่บนหน้าจอคอมฯถูกหันไปที่กระจก เพื่อให้เห็นการฆ่าตัวตาย ทำให้มีคนเข้ามาดูเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ใต้โต๊ะคอมฯยังพบว่ามีจานข้าวที่ยังไม่ได้ผ่านการกินอีก 1 จาน เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุไปตรวจสอบอย่างละเอียด

จากการสอบถามแม่บ้านของแมนชั่นดังกล่าว ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุมีผู้ชายไม่ทราบชื่อและนามสกุล โทรศัพท์มาบอกว่ามีผู้หญิงที่พักอยู่ห้อง 203 กำลังจะผูกคอตาย ตนจึงรีบขึ้นไปเคาะประตูเรียก แต่ปรากฏว่าประตูห้องล็อค จึงไปตามคนที่รู้จักกับผู้ตายมาช่วยเกลี้ยกล่อมและรีบงัดห้องเข้าไปตรวจสอบ แต่เมื่อเข้าไปถึงก็พบว่าผู้ตายเสียชีวิตแล้ว

ต่อมา นายกล้า (นามสมมุติ) อายุ 25 ปี ได้เดินทางมาที่เกิดเหตุพร้อมกับเปิดเผยว่า ตนเป็นแฟนของผู้ตาย โดยก่อนหน้านี้ได้รู้จักกับผู้ตายผ่านทางโปรแกรมแคมฟร็อก และคบหากันได้ 1 เดือน ระหว่างที่คบกันตนสังเกตเห็นว่าผู้ตายเป็นคนที่ค่อนข้างมีความเครียด และใจร้อน อีกทั้งยังพูดให้ฟังว่าแฟนเก่ากลับมาขอคืนดี ทำให้ตนกับผู้ตายทะเลาะกัน จนกระทั่งวันนี้ขณะที่ตนอยู่ที่บ้านพักย่านเหม่งจ๋ายก็ได้พูดคุยกับแฟนสาวทางแคมฟร็อกและมีปากเสียงกันอีก ตนจึงเอ่ยปากบอกเลิกกับผู้ตาย ซึ่งผู้ตายได้ตอบกลับมาว่าทุกวันนี้ที่มีชีวิตอยู่ได้ก็เพราะมีตนเอง แต่ถ้าไม่มีแล้วก็ไม่รู้จะอยู่ไปทำไม จากนั้นแฟนสาวก็พยายามจะผูกคอตายให้เห็นผ่านทางห้องสนทนาดังกล่าว ตนจึงโทรศัพท์ไปบอกที่อพาร์ทเม้นท์ให้รีบขึ้นไปตรวจสอบ แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว

ด้านพ.ต.ท.ธนภัทร กล่าวว่า เบื้องต้นสันนิษฐานว่าผู้ตายน่าจะน้อยใจที่ถูกแฟนหนุ่มบอกเลิก จึงคิดสั้นฆ่าตัวตาย หลังจากนี้จะต้องสอบปากคำแฟนของผู้ตายอย่างละเอียดอีกครั้ง และมอบศพให้มูลนิธิส่งไปชันสูตรที่สถาบันนิติเวชถึงสาเหตุการตายที่ชัดเจน ก่อนจะติดต่อญาติของผู้ตายมารับศพกลับไปบำเพ็ญกุศลตามพิธีทางศาสนาต่อไป
ผูกคอตายโชว์แคมฟร็อก
ที่มา เดลินิวส์

วันเสาร์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2553

มาช่าแฉเหตุเตียงหัก

เงิน6ล้าน 'กฤษณ์'ยืมยังไม่คืน ฮึ่มถ้าไม่เคลียร์เจอฟ้องแน่ เผยเรื่องหญิงอื่นเรื่องเล็ก

"มาช่าม่ายสาวทรงเครื่อง ยอมเปิดใจ เตียงหักอีกครั้ง หลังใช้ชีวิตคู่กับ "กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์" ดารารุ่นน้องมานาน 4 ปี เผยตอนแรกหวังแยกกันอยู่สักพัก แต่ตอนนี้ทนไม่ไหวแล้ว ลั่นพร้อมเปิดศึก ไม่เคยกลัวคำขู่ของอีกฝ่าย ที่จะแฉกลับคืน หากพูดเรื่อง “ผู้หญิง-เงิน” ย้ำชีวิตในวงการบันเทิงผ่านมรสุมมานับไม่ถ้วน ระบุประเด็นใหญ่ เรื่องติดค้างเงินอีก 5-6 ล้านบาท หากอาทิตย์หน้าไม่คืน คงต้องพึ่งพาทนายความแน่นอน

หลังจากมีกระแสข่าวชีวิตรักของศิลปินดังในวงการบันเทิง ได้ปิดฉากลงอีกคู่ ระหว่าง “มาช่า วัฒนพานิช” ศิลปินม่ายสาวพราวเสน่ห์ กับดาราหนุ่มและพิธีกร “กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์” อย่างไรก็ดีทั้งสองคนยังไม่มีใครได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลนี้ อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 3 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวบันเทิงเดลินิวส์ พยายามติดต่อสัมภาษณ์ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงดังกล่าว โดย “มาช่า” ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า ขณะนี้ยังเก็บตัวอยู่ที่บ้านพักเนื่องจากไม่ค่อยสบาย ส่วนเรื่องปัญหาชีวิตรักนั้นตอนแรกตั้งใจว่าแยกกันอยู่สักระยะแต่ตอนนี้คงไม่ใช่แล้ว

ศิลปินม่ายสาวทรงเครื่อง ยอมเปิดใจถึงการตัดสินใจเลิกรากันว่า เนื่องจาก “ช่า” ได้มารู้ความจริงทุกอย่างจากคนใกล้ชิดของเขา บอกตรง ๆ ว่า “ช่า” ไม่ไหวแล้ว ที่ผ่านมาได้ยินคนอื่นพูด แต่ไม่ได้สนใจเพราะเชื่อใจกันมาตลอด รู้เขาคบผู้หญิงหลายคนมากแต่เรื่องผู้หญิงไม่ใช่ประเด็นใหญ่ที่เลิกกัน ผู้สื่อข่าวจึงสอบถามทันทีว่า แล้วเรื่องอะไรที่เป็นประเด็นใหญ่ “มาช่า” ได้เงียบเสียงไปสักครู่ใหญ่ ก่อนตอบว่า เรื่องเงิน ที่เขายืมช่าไป ตอนแรก 8 ล้านบาทก็คืนกลับมาให้บางส่วน ตอนนี้เหลืออีกประมาณ 5-6 ล้าน ซึ่งบอกว่าอาทิตย์หน้าจะคืนที่เหลือให้

เมื่อถามว่าสมมุติถ้าเขาไม่คืนเงินที่เหลือให้จะทำเช่นไร “มาช่า” ตอบว่า คงต้องมีทนาย เพราะมีหลักฐานเอกสารการยืมเงินทุกครั้ง ข่าวนี้พูดออกไปก็เหมือนเป็นการเปิดศึก “ช่า” ไม่กลัว อยู่ในวงการนี้มานานเจออะไรมาเยอะผ่านมรสุมมาไม่รู้เท่าไหร่ จริง ๆ แล้วก็ไม่อยากออกมาพูดหรอก แต่เพราะไม่ค่อยได้เจอสื่อ และที่ผ่านมาก็มีแต่ข่าวทางด้านเขาตลอด ซึ่งเขาก็เคยพูดกับ “ช่า” ว่าอย่าพูดเรื่องเงิน-ผู้หญิง ไม่อย่างนั้นเขาจะแฉให้หมด

ผู้สื่อข่าวถามว่าสาเหตุที่ยืมเงินไปนั้นบอกหรือไม่ว่าจะเอาไปทำอะไร “มาช่า” กล่าวทิ้งท้ายว่า “เขาบอกจะเอาเงินไปเปิดบริษัททำธุรกิจแต่ก็ไม่เคยตามไปดู เวลาช่ารักใครเชื่อใจและไว้ใจทุกอย่าง คนเรารักกันก็ต้องให้เกียรติกัน สรุปแล้วใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมา 4 ปี”

ประวัติ “มาช่า วัฒนพานิช” อายุ 40 ปี เป็นดาราลูกครึ่งไทย-เยอรมัน ประสบความสำเร็จในวงการบันเทิงมายาวนานกว่า 20 ปี ถือเป็นศิลปินนักแสดงซูเปอร์สตาร์หญิงของเมืองไทย เนื่องจากมีผลงานทั้งการแสดงและร้องเพลงเพราะเข้าวงการตั้งแต่วัยรุ่น ชีวิตรักได้มีทายาทกับศิลปินเจ้าของฉายาร็อกมือขวา “หนุ่ย-อำพล ลำพูน” มีทายาทเป็นบุตรชาย 1 คน คือ “กาย-นวพล ลำพูน” จากนั้นตัดสินใจหย่าร้างกันประมาณ ปี 2540 ครองตนเป็นม่ายสาวพราวเสน่ห์อยู่นานหลายปี เคยคบหากับดาราไฮโซ “บอล-อธิป นานา” ก่อนจะเลิกรากันไป กระทั่งประมาณปี 2549 สร้างความฮือฮา เมื่อประกาศตัดสินใจใช้ชีวิตคู่กับศิลปินรุ่นน้อง “กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์” อายุ 31 ปี โดยมีกำหนดการว่าจะจัดพิธีวิวาห์ในปี 2554 แต่สุดท้ายชีวิตรักก็มาแยกทางกัน ในที่สุด.

มาช่าแฉเหตุเตียงหัก
ที่มา เดลินิวส์

“มาช่า”แฉ“กฤษณ์”ติดค้างเงินไม่คืนพึ่งทนาย

“มาช่า”เปิดอก เตียงหักอีกครั้ง หลังใช้ชีวิตคู่กับ“กฤษณ์”นาน 4 ปี แฉกลับติดค้างเงินอีก 5-6 ล้านไม่คืนพึ่งทนาย

วันนี้ 4 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากมีกระแสข่าวชีวิตรักของศิลปินดังในวงการบันเทิง ได้ปิดฉากลงอีกคู่ ระหว่าง“มาช่า วัฒนพานิช”ศิลปินม่ายสาวพราวเสน่ห์ กับดาราหนุ่มและพิธีกร “กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์”ดาราหนุ่มและพิธีกร อย่างไรก็ดีทั้งสองคนยังไม่มีใครได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลนี้อย่างเป็นทางการ เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 3 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวบันเทิงเดลินิวส์ พยายามติดต่อสัมภาษณ์ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงดังกล่าว โดย”มาช่า”ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า ขณะนี้ยังเก็บตัวอยู่ที่บ้านพักเนื่องจากไม่ค่อยสบาย ส่วนเรื่องปัญหาชีวิตรักนั้นตอนแรกตั้งใจว่าแยกกันอยู่สักระยะแต่ตอนนี้คงไม่ใช่แล้ว

ศิลปินม่ายสาวทรงเครื่อง ยอมเปิดใจถึงการตัดสินใจเลิกรากันว่า เนื่องจาก “ช่า”ได้มารู้ความจริงทุกอย่างจากคนใกล้ชิดของเขา บอกตรงๆว่า”ช่า”ไม่ไหวแล้ว ที่ผ่านมาได้ยินคนอื่นพูด แต่ไม่ได้สนใจเพราะเชื่อใจกันมาตลอด รู้เขาคบผู้หญิงหลายคนมากแต่เรื่องผู้หญิงไม่ใช่ประเด็นใหญ่ที่เลิกกัน ผู้สื่อข่าวจึงสอบถามทันทีว่า แล้วเรื่องอะไรที่เป็นประเด็นใหญ่ “มาช่า”ได้เงียบเสียงไปสักครู่ใหญ่ ก่อนตอบว่า เรื่องเงินที่เขายืมช่าไป ตอนแรก 8 ล้านบาทก็คืนกลับมาให้บางส่วน ตอนนี้เหลืออีกประมาณ 5-6 ล้าน ซึ่งบอกว่าอาทิตย์หน้าจะคืนที่เหลือให้

เมื่อถามว่าสมมุติถ้าเขาไม่คืนเงินที่เหลือให้จะทำเช่นไร “มาช่า”ตอบว่า คงต้องมีทนาย เพราะมีหลักฐานเอกสารการยืมเงินทุกครั้ง ข่าวนี้พูดออกไปก็เหมือนเป็นการเปิดศึก “ช่า”ไม่กลัว อยู่ในวงการนี้มานานเจออะไรมาเยอะผ่านมรสุมมาไม่รู้เท่าไหร่ จริงๆแล้วก็ไม่อยากออกมาพูดหรอก แต่เพราะไม่ค่อยได้เจอสื่อ และที่ผ่านมาก็มีแต่ข่าวทางด้านเขาตลอด ซึ่งเขาก็เคยพูดกับ”ช่า”ว่าอย่าพูดเรื่องเงิน-ผู้หญิง ไม่อย่างนั้นเขาจะแฉให้หมด

ผู้สื่อข่าวถามว่าสาเหตุที่ยืมเงินไปนั้นบอกหรือไม่ว่าจะเอาไปทำอะไร “มาช่า” กล่าวทิ้งท้ายว่า “เขาบอกจะเอาเงินไปเปิดบริษัททำธุรกิจแต่ก็ไม่เคยตามไปดู เวลาช่ารักใครเชื่อใจและไว้ใจทุกอย่าง คนเรารักกันก็ต้องให้เกียรติกัน สรุปแล้วใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมา 4 ปี”

“มาช่า”แฉ“กฤษณ์”ติดค้างเงินไม่คืนพึ่งทนาย
ที่มา เดลินิวส์

วันอังคารที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ลือ "เจได" กรีดข้อมือประชด “เบสท์” รีบโต้เป็นอุบัติเหตุ ปัดมีปากเสียง

“เบสท์” ปัดทะเลาะ “เจได” รุนแรงถึงขั้นฝ่ายชายเอากระจกกรีดข้อมือตัวเอง แจงเป็นอุบัติเหตุแฟนหนุ่มถูกเพื่อนแกล้ง รับทะเลาะอีกฝ่ายถี่ แต่ไม่กระทบกระเทือนความสัมพันธ์ สาเหตุมาจากนิสัยต่างกัน ไม่เกี่ยวความเจ้าชู้ของฝ่ายชาย

เพิ่งปรับความเข้าใจหวานแหววกันได้ไม่นาน สำหรับคู่รักวัยใส “เบสท์ ชนิดาภา พงศ์ศิลป์พิพัฒน์” กับดีเจหนุ่มร่างบึ้ก “เจได ไพศาล ลิ้มจินดานุวัฒน์” แต่จู่ๆ กลับมีข่าวลือออกมาอีกว่า ทั้งคู่ทะเลาะกันอย่างหนักหน่วงรุนแรง ถึงขั้นฝ่ายชายทุบกระจกเอามากรีดข้อมือตัวเอง จนต้องถูกหามส่งโรงพยาบาล ซึ่งงานนี้สาวเบสท์ออกมายืนยันว่า เป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับแฟนหนุ่มเท่านั้น

“พอดีพี่เขาเกิดอุบัติเหตุค่ะ เหมือนเขานอนอยู่ในห้องจัดรายการ แล้วตอนตื่นขึ้นมามีพี่ๆ กำลังแกล้งกันอยู่ ทำให้มือไปโดนตู้กระจกแล้วบาดที่ข้อมือพี่เขาที่ด้านขวา ก็เย็บไป 6 เข็ม ไม่ได้หนักหนาอะไรมากมาย แต่ตอนนี้ก็ขยับแขนขวาไม่ค่อยได้ ขับรถก็ต้องขับมือซ้าย ไม่ใช่ว่าเราทะเลาะกันจนมีเรื่องมีราวอะไร คือที่เบสท์ไม่ได้ไปโรงพยาบาลด้วย เพราะตอนที่พี่เขาเกิดอุบัติเหตุตัวเบสท์ไม่ทราบ มือพี่เขาเองก็ขยับไม่ได้เลย ไม่สามารถที่จะโทรบอกใครได้เลย ทางเอไทม์ฯก็พาเขาไปโรงพยาบาลเอง”

“เรื่องมีปากเสียงจริงๆ แล้วเราเองก็ยังมีเรื่องทะเลาะกันนิดหน่อย ไม่ได้อะไรมาก แต่ที่เขาเกิดอุบัติเหตุไม่เกี่ยวกับที่เราทะเลาะกัน มันไม่ได้ขนาดนั้นจริงๆ พี่เขาเองยังบอกเลยเดี๋ยวคนจะคิดว่า พี่กรีดข้อมือทำร้ายตัวเอง เพราะมันเกือบโดนเส้นเลือดใหญ่ มันก็น่ากลัวเหมือนกัน คือยังโชคดีที่มันไม่อันตรายมาก แต่แผล 2 นิ้วเลย แต่ยืนยันว่าแผลที่เกิดไม่ได้เกิดจากที่พี่เขาไปชกกระจก มันเป็นอุบัติเหตุจริงๆ ก็เลยบอกพี่เขาไว้ว่า จะทำอะไรก็ต้องระมัดระวังหน่อย อย่าแกล้งกันแรงมาก คนที่เขาแกล้งก็เสียใจนะ เขาก็รู้สึกผิด เหมือนพี่เขานอนหลับอยู่ในห้องจัดรายการไง ก็เลยไปแกล้งล็อกคอเล่น แล้วพี่เขาก็สะบัดออกแล้วเหมือนมือดันไปโดน”

“พอรู้ข่าวก็เป็นห่วงมาก พี่เขาโทรมาบอกว่าตอนนี้อยู่โรงพยาบาลนะ มาเย็บ 6 เข็ม เราก็ถามว่าพี่เขาอยู่โรงพยาบาลอะไร เขาก็บอกว่าไม่เป็นไร ไม่ต้องมา พี่ๆ ทีมงานจะดูแลให้ เราก็เป็นห่วง พี่เขาก็จะเขียนสเตตัสบีบีไว้ว่า บีบีตอบกลับไม่ได้นะ เพราะพิมพ์ไม่ได้เลยจริงๆ ซึ่งพี่เขาเองก็ยังไม่ได้ทำงานปกตินะคะ แต่เขาสปิริตมากๆ คืองานที่รับไว้ทั้งหมดก็ไม่ได้แคนเซิลเลย เบสท์เองตอนแรกก็อาสาจะขับรถให้ แต่เขาบอกว่าไม่เอา...พี่กลัวตาย กลัวเจ็บหนักกว่าเดิม (หัวเราะ) เพราะเบสท์เองก็เพิ่งหัดขับรถได้ไม่ถึงปี เขาก็เลยอย่าดีกว่า พี่กลัวจะเจ็บยิ่งกว่าเดิม”

รับทะเลาะแฟนหนุ่มถี่ สาเหตุมาจากความแตกต่าง ไม่เกี่ยวข่าวฝ่ายชายเจ้าชู้ แต่ยันความสัมพันธ์ไม่สั่นคลอน

“คือยอมรับว่าเราทะเลาะกันบ่อยจริง แต่ความสัมพันธ์ก็ยังเหมือนเดิม เราเองอาจจะมีปัญหาบ้างเล็กๆ น้อยๆ แต่เบสท์ก็พยายามใจเย็น คุยๆ กัน เหมือนลองปรับความเข้าใจกันดูว่าปัญหามันมาจากอะไร แล้วเราต้องแก้ไขในส่วนไหน ปัญหามันไม่มีเรื่องของผู้หญิงคนอื่นมาเกี่ยวข้องเลย ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของความไม่เข้าใจ ความชอบที่แตกต่างกันมากกว่า บางทีพี่เขาจะบอกว่าที่เบสท์ทำเขาไม่ค่อยชอบ ส่วนที่พี่เขาทำเราก็ไม่ชอบ ก็เลยจะทะเลาะกันแบบนี้มากกว่า หรือบางทีเราตั้งชื่อสเตตัสตัดพ้อ ก็อาจจะด้วยความที่เรายังเป็นวัยรุ่น ก็จะเล่นทวิตเตอร์ เฟซบุ๊กหรือบีบีก็ตาม บางทีตั้งชื่อประชดนิดๆ หน่อยๆ เขาก็จะแบบน้องนะ...ตั้งชื่อแบบนี้อีกแล้ว ซึ่งเราเองก็เข้าใจเขา เวลาเขามาอ่านบางทีก็คงรู้สึกว่า ทำไมโกรธเขา งอนเขาอีกแล้วเหรอ”

“เขาเองก็พยายามลดนะ เราก็พยายามจะไม่เขียน ก็บอกเขาว่าพี่เอง...ก็อย่าทำให้หนูน้อยใจอีก ถ้าพี่ไม่ทำให้หนูน้อยใจ หนูก็ไม่เขียนหรอก ก็บอกเขาอย่างนี้ เขาก็บอกโอเค เราก็พยายามคุยๆ กัน อาจจะยังมีบ้างนิดๆหน่อยๆ แต่พี่เขาก็พยายามง้อนะ จริงๆ คนอาจจะมองว่าเหมือนเบสท์ที่เป็นคนง้อพี่เขา แต่จริงๆ เบสท์ไม่ได้ง้อนะ อย่างวันนั้นที่สัมภาษณ์คู่กับพี่เจได ซึ่งดูเหมือนว่าเบสท์จะค่อนข้างพูดแรงในลักษณะเหมือนไม่รักษาน้ำใจพี่เขา ก็ได้ออกมาขอโทษแล้ว แต่คนก็คิดไปว่าเหมือนพี่เจไดไม่เอาแล้ว ก็เลยต้องออกมาขอโทษ”

“พอดีมีคนถามเบสท์ค่อนข้างเยอะว่า พี่เขาบอกเลิกเราใช่ไหม ซึ่งเบสท์เองก็บอกกับเขาไปว่าไม่จริงเลย แต่พี่เจไดอาจจะไม่มีโอเคได้ออกมาพูดสักเท่าไหร่ อย่างเบสท์เองได้ออกงาน ได้มาเจอพี่ๆ สื่อก็เลยได้พูดมากกว่าพี่เขา เบสท์เองก็รู้สึกผิดกับพี่เขาจริงๆ ก็เลยออกมาขอโทษ”
ลือ "เจได" กรีดข้อมือประชด “เบสท์” รีบโต้เป็นอุบัติเหตุ ปัดมีปากเสียง
ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

ข่าวฮาๆโดนหลอกจับนม!

สาว ๆ เจ้าของอกไข่ดาวหลายคน ฝันอยากมีอกตูม ดูม ดูม เพิ่มความเซ็กซี่ ถึงขั้นบางรายยอมลงทุนไปอัพไซส์เสริมอึ๋มด้วยการทำศัลยกรรม อย่างที่ สองสาวอกเล็กแห่งไอดาโฮ แดนมะกัน ได้พบหมอศัลยกรรมด้วยความบังเอิญ

เธอทั้งคู่ได้พบกับศัลยแพทย์สาว ‘เบอร์ลีน อัสเซียโชวน่า’ ที่ตกลงรับทำนมเพิ่มขนาดอกให้กับพวกเธอ แต่จะต้องผ่านการตรวจรูปเต้าทรงเสียก่อน นำมาซึ่งการเปิดเสื้อ ปลดยกทรง โชว์เนินอกให้คุณหมอได้ทั้งลูบคลำและจิ้มบีบ

เมื่อเสร็จขั้นตอนการตรวจและการประเมินก่อนผ่าแล้ว หมอมือมีดรายนี้จึงจัดแจงนัดวัน พร้อมส่งเบอร์โทรศัพท์คลินิกของหมอให้ยกหูไปคอนเฟิร์มก่อนวันนัด ครั้นถึงเวลาต้องติดต่อ พวกเธอโทรฯ ไปตามเบอร์ที่ได้ ปลายสายแจ้งชื่อคลินิกแห่งหนึ่ง แต่ไม่ยักมีชื่อหมอศัลยกรรมชื่อ เบอร์ลีน

งานนี้สองสาวพาเต้าที่ถูกหลอกจับฟรี ๆ ไปแจ้งตำรวจให้ทราบถึงความไม่ชอบมาพากล เมื่อเช็คประวัติอาชญากรรมผลที่ได้ระบุว่า หมอเบอร์ลีน ยังมีอีกชื่อเรียก อย่าง คริสติน่า รอส แต่ยังคลุมเครือว่า เขาเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงกันแน่ แต่ในที่สุดโปลิสก็สามารถจับกุมตัวหมอเก๊รายนี้ได้

ดีนะที่ยังไม่เสียเงิน ไม่อย่างนั้นซวยสองเด้ง ดึ๋ง ดั๋งแน่.

ข่าวฮาๆโดนหลอกจับนม!
ที่มา เดลินิวส์

สาวภาพหลุดแค่แฟนรุ่นน้อง 'แมน' ยันชอบสาวหมวย

หลังจากเลิกรากับอดีตภรรยา เมจิ-อโณมา ศรัณย์ศิขริน ไป นักแสดงหนุ่ม แมน-ศุภกิจ ตังทัตสวัสดิ์ ก็ดูจะมีความสุขกับชีวิตโสดเสียเหลือเกิน เพราะก่อนหน้านี้ก็มีภาพควงสาวหมวยหลุดออกมา และเมื่อเร็ว ๆ นี้ก็มีภาพควงสาวผิวคล้ำออกมาอีก ล่าสุดเจอหน้าแมนในงานเปิดตัวละครเวที “เคนลี่กับก๊วนขี้เล่น” ที่เอสพลานาด จึงสอบถามเจ้าตัวซะเลยว่าสาวคนนั้นที่ควงเป็นใครกันแน่

แมน กล่าวว่า “ผู้หญิงคนนั้นเป็นแฟนของรุ่นน้อง ไม่ใช่แฟนผม ผมชอบผู้หญิงหมวยผิวขาว แต่ไม่ได้ว่าน้องผู้หญิงคนนั้นผิวคล้ำนะ วันนั้นที่ถูกถ่ายรูปก็ไปกัน 5-6 คน ไปงานเปิดตัวกางเกงยีนยี่ห้อหนึ่ง แต่ผมกับน้องผู้หญิงคนนั้นอาจจะแต่งตัวคล้ายกัน ใส่แว่นดำเหมือนกัน คนก็เลยเข้าใจผิดคิดว่าเป็นแฟนกัน ผมเห็นแล้วล่ะว่ามีคนถ่ายรูปยังหันไปยิ้มให้กล้องเลย”

ภาพหลุดออกมา รุ่นน้องว่าอย่างไร? “ผมพูดกับรุ่นน้องตั้งแต่วันนั้นแล้วว่าคอยดูนะเดี๋ยวต้องมีคนเอาภาพไปลง ซึ่งก็มีจริง ๆ น้องเขาไม่ว่าอะไร เป็นเรื่องที่สื่อเอาไปเขียนให้เป็นประเด็นขึ้นมา อีกอย่างผมก็ยังไม่มีแฟนใหม่ชัดเจน เป็นเรื่องธรรมชาติที่ต้องถูกจับตามอง” ...ตอนนี้มีคบใครหรือยัง... “เมื่อไหร่ที่ผมคิดว่าใช่หรือพร้อมก็จะออกมาบอก เพราะเข้าใจว่าสมัยนี้หลบสายตาสื่อยาก นอกจากจะเป็นสื่อที่ทำหน้าที่โดยตรงแล้ว ยังมีประเภทพวกถ่ายรูปแล้วเอาภาพไปส่งหนังสือต่าง ๆ อีก จริง ๆ ผมก็มีคนที่คุยด้วยอยู่ เขาไม่ใช่คนในวงการ เขาก็คงไม่เข้าใจสิ่งที่ผมต้องเจอ เราเองก็ไม่อยากให้เขารู้สึกอึดอัด เขาไม่พร้อมและไม่อยาก ออกสู่สาธารณชน”.
สาวภาพหลุดแค่แฟนรุ่นน้อง 'แมน' ยันชอบสาวหมวย
ที่มา เดลินิวส์