วันพุธที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2553

ซัลกาโดเชื่อ “ราฟา” ดีพอคุมชุดขาว

ซัลกาโดเชื่อ “ราฟา” ดีพอคุมชุดขาว มิเชล ซัลกาโด แบ็กขวาจอมเก๋าของ แบล็กเบิร์น โรเวอร์ส เชื่อ ราฟาเอล เบนิเตซ นายใหญ่ ลิเวอร์พูล มีโอกาสสูงที่จะได้คุมทัพ รีล มาดริด ในช่วงซัมเมอร์นี้ แต่ทว่าอีกเป้าหมายของต้นสังกัดเก่าใน ลา ลีกา สเปน ก็คือ โชเซ มูรินโญ จากการตีข่าวของ “เดอะ ซัน”

ลิเวอร์พูล เกือบคว้าแชมป์ พรีเมียร์ชิป อังกฤษ เมื่อฤดูกาลที่แล้ว แต่ทว่าในปีนี้ผลงานกลับต่างกันราวฟ้ากับเหวเมื่อส่อแวววืดอันดับ 4 ไปลุยศึก ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก ในฤดูกาลหน้า แถมเกมเมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 เมษายนที่ผ่านมา ที่บุกเสมอ เบอร์มิงแฮม ซิตี 1-1 เบนิเตซ ยังขัดใจสาวก “เดอะ ค็อป” ด้วยการถอด เฟร์นานโด ตอร์เรส ดาวยิงตัวเอ้ออกจากสนามทั้งที่ต้องการชัยชนะอย่างยิ่งยวด

ทำให้คาดหมายว่า เบนิเตซ อาจจะถูกตะเพิดพ้นถิ่น แอนฟิลด์ ในช่วงซัมเมอร์นี้ หรือไม่ก็ถูก ยูเวนตุส หรือ รีล มาดริด ฉกตัวไปกุมบังเหียน ซัลกาโด อดีตแบ็กขวาทีมชาติสเปน ที่เคยเล่นให้ “ราชันชุดขาว” ถึง 10 ก็มองว่า กุนซือ ลิเวอร์พูล มีโอกาสรับงานในถิ่น ซานติอาโก เบร์นาบิว

“ทำไม ราฟา จะไม่มีโอกาสคุมทัพ รีล มาดริด ใน สเปน เขาถือว่าเป็นกุนซือที่สุดยอดคนหนึ่ง คว้าแชมป์ลีกสองครั้งกับ บาเลนเซีย แต่ว่าแน่นอนว่าจะเป็นการช่วงชิงตำแหน่งกันระหว่างเขากับ มูรินโญ” แข้งวัย 34 ปี กล่าวถึง เบนิเตซ ที่พา ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2006 คือ ถ้วย เอฟเอ คัพ


ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

รัฐประกาศพรก.ฉุกเฉินร้ายแรงคุมกทม.-ปริมณฑล

รัฐประกาศพรก.ฉุกเฉินร้ายแรงคุมกทม.-ปริมณฑล
รัฐบาลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงในเขตกทม.-ปริมณฑล และจังหวัดใกล้เคียง อภิสิทธิ์ย้ำต้องคืนภาวะปกติสู่บ้านเมือง หลังม็อบแดงขัดขืนการบังคับใช้กฎหมาย

เมื่อเวลา 18.15 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ ว่า ครม.ได้มีมติให้ออกแถลงประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี อ.เมืองสมุทรปราการ อ.บางพลี อ.พระประแดง อ.พระสมุทรเจดีย์ อ.บางบ่อ และ อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ อ.ธัญบุรี อ.ลาดหลุมแก้ว อ.สามโคก อ.ลำลูกกา และ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม และ อ.วังน้อย อ.บางปะอิน อ.บางไทร และ อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา รวมถึงประกาศอีก 6 ฉบับดังนี้ คำสั่งที่ 2 คำสั่งนายกรัฐมนตรี เรื่อง การจัดตั้งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน คำสั่งที่ 3 คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่พิเศษ 2/2553 เรื่อง แต่งตั้งผู้กำกับการปฏิบัติงาน หัวหน้าผู้รับผิดชอบ และพนักงานเจ้าหน้าที่ในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง , ประกาศ เรื่อง การกำหนดอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีตามกฎหมายเป็นอำนาจที่ของนายกรัฐมนตรี , ข้อกำหนด ออกตามในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 และ ตามมาตรา 11 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าตามที่ได้มีการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปช.) ตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค.เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน และ ทางรัฐบาลพยายามบริหาร และ ระงับยับยั้ง ผลกระทบมาตลอด แต่กลับกลายเป็นว่ารัฐบาลไม่สามารถระงับยับยั้งเหตุที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้างได้

แม้ว่ารัฐบาลจะบังคับใช้กฎหมายและมีพัฒนาการความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมที่ผิดกฎหมายมากขึ้น และ ยังได้มีการบุกรุกรัฐสภา ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญ จึงได้เชิญคณะรัฐมนตรี (ครม.) มาร่วมหารือเป็นกรณีพิเศษ เพื่อประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯในพื้นที่ กทม. และ พื้นที่ใกล้เคียง

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าทางรัฐบาลจะใช้เครื่องมือทางกฎหมายเพื่อแก้ไขสถานการณ์ 4 ประการ คือ

1. คืนความเป็นปกติสุขในพื้นที่ต่างๆในกทม.

2. ระงับยับยั้งการเผยแพร่ข้อมูลที่บิดเบือน

3. เพื่อให้สามารถดำเนินคดีกับแกนนำการชุมนุม

4. จะใช้มาตรการระงับเหตุวินาศกรรมให้มีผลมากขึ้น

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่ากฎหมายนี้ไม่ได้ใช้ปราบปรามประชาชนหรือทำร้ายประชาชนผู้บริสุทธิ์ แต่เป้าหมาย คือ คืนภาวะปกติ ซึ่งการบรรลุเป้าหมายดังกล่าวจะเป็นไปตามหลักสากล เพื่อให้บ้านเมืองสงบสุข เนื่องจากประเทศชาติได้รับผลกระทบอย่างรุ่นแรง และ ต้องการแก้ไขการกระทำใดๆที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความเดือดร้อนของประชาชน จึงขอให้ประชาชนได้เข้าใจ ไม่เข้ามาร่วมการชุมนุมที่ผิดกฎหมาย และ รัฐบาลขอความร่วมมือในการเดินหน้าประกาศ โดยยืนยันว่าทางรัฐบาลถือว่าประชาชนทุกคนเป็นเพื่อนร่วมชาติ และ ทางรัฐบาลต้องการรักษากฎหมายให้ศักดิ์สิทธิ์ เพื่อนำความสงบสุขคืนแก่ประชาชนเท่านั้น

นอกจากนี้ยังให้มีการจัดตั้งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) โดยมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคงเป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ โดยมี รมว.กลาโหม เป็นรองผู้อำนวยการฯ มีปลัดกระทรวงกลาโหมและผู้บัญชาการเหล่าทัพเป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการ รวมทั้งให้ข้าราชการระดับสูงและผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นกรรมการ
หน้าที่ของ ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.)

1.ปฏิบัติหน้าที่ตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 กฎหมายที่โอนมาเป็นอำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีหรือกฎหมายที่นายกรัฐมนตรีรักษาการ และประกาศของนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้เท่าที่จำเป็นในการปฏิบัติงานให้สถานการณ์ฉุกเฉินยุติลง

2.จัดโครงสร้างขององค์กรให้เหมาะสมแก่การปฏิบัติหน้าที่ และจัดให้มีหน่วยงานหรือศูนย์ปฏิบัติการ เพื่อเป็นองค์กรปฏิบัติการได้ตามที่เห็นสมควร

3.ดำเนินการด้านการข่าวและต่อต้านข่าวกรองที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์การก่อความไม่สงบและที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ หรือการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

4.ประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องตามความเป็นจริง เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างรัฐบาล ประชาชน และกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบรวมทั้งปฏิบัติการจิตวิทยาที่เกี่ยวข้อง

5.จัดกำลังตำรวจ ทหาร และพลเรือนดำเนินการตามแผนรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญและสถานที่ราชการต่างๆ รวมทั้งประสานให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องซึ่งเป็นเจ้าของสถานที่นั้นๆ ป้องกันตนเองตามความสามารถเป็นอันดับแรก

6.จัดชุดปฏิบัติการจากตำรวจ ทหาร และฝ่ายพลเรือนเข้าระงับการก่อความไม่สงบและช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่เกี่ยวกับสถานการณ์ฉุกเฉิน

7.มอบหมายให้ส่วนราชการ และหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง สนับสนุนกำลังพล งบประมาณ วัสดุครุภัณฑ์ ยานพาหนะ และเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ เพื่อดำเนินการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน

8.เรียกให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานรัฐ ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ชี้แจง ให้ข้อมูลข่าวสาร จัดส่งเอกสารหรือดำเนินการอื่นใดตามที่เห็นสมควร

9.แต่งตั้งคณะที่ปรึกษาหรือเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินได้ตามความจำเป็น

10.ดำเนินการอื่นๆ ตามที่นายกรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย
ข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน

นายกรัฐมนตรี ออกข้อกำหนดตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ซึ่งได้มีการบังคับใช้ตามการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินใน กทม. และปริมณฑล เพื่อให้สามารถแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินยุติโดยเร็ว และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงมากขึ้น

1.ห้ามมิให้มีการชุมนุมหรือมั่วสุมกัน ณ ที่ใดๆตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป หรือกระทำการใดอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย ทั้งนี้ภายในเขตพื้นที่ที่หัวหน้าผู้รับผิดชอบประกาศกำหนด

2.ห้ามการเสนอข่าว การจำหน่าย หรือทำให้แพร่หลายซึ่งหนังสือพิมพ์ สิ่งพิมพ์ หรือสื่ออื่นใดที่มีข้อความอันอาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว หรือเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉินจนกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนในทั่วราชอาณาจักร

3.ห้ามการใช้เส้นทางคมนาคม หรือการใช้ยานพาหนะ หรือกำหนดเงื่อนไขในการใช้เส้นทางคมนาคม หรือการใช้ยานพาหนะ ทั้งนี้ตามที่หัวหน้าผู้รับผิดชอบประกาศกำหนด

4.ห้ามใช้อาคาร หรือเข้าไป หรืออยู่ในสถานที่ใดๆ หรือห้ามเข้าไปในพื้นที่ใดๆ ทั้งนี้ตามที่หัวหน้าผู้รับผิดชอบประกาศกำหนด

5.ให้อพยพประชาชนออกจากพื้นที่ที่กำหนดเพื่อความปลอดภัยของประชาชน หรือห้ามผู้ใดเข้าไปในพื้นที่ ทั้งนี้ตามที่หัวหน้าผู้รับผิดชอบประกาศกำหนด

ที่มา www.posttoday.com/

กูเกิลโชว์แผน “Google Chrome OS” ลุยระบบปฏิบัติการสำหรับพีซี

กูเกิลโชว์แผน “Google Chrome OS” ลุยระบบปฏิบัติการสำหรับพีซี หลังจากเปิดตัวระบบปฏิบัติการสำหรับอุปกรณ์พกพา กูเกิล (Google) ประกาศว่ากำลังพัฒนาระบบปฏิบัติการสำหรับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลในขณะนี้
เท่ากับการเป็นคู่แข่งระหว่างกูเกิลและไมโครซอฟท์ (Microsoft) จะทวีความเข้มข้นขึ้นอีกในอนาคตกูเกิลแถลงว่าระบบปฏิบัติการของกูเกิลจะมีพื้นฐานอยู่บนเว็บเบราเซอร์ “โครม (Chrome)” ใช้ชื่อเรียกในขณะนี้ว่า Google Chrome OS โดยจะสร้างด้วยชุดคำสั่งมาตรฐานเปิด กลุ่มเป้าหมายสำคัญคือคอมพิวเตอร์เน็ตบุ๊ก (คอมพิวเตอร์พกพาตัวเล็กที่มีราคาต่ำกว่า คุณสมบัติน้อยกว่า ใช้พลังงานน้อยกว่า และขนาดเล็กกว่าคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก)

กูเกิลระบุว่าต้องการคิดใหม่ว่าระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ที่แท้จริงควรจะเป็นอย่างไร โดยคาดว่าคอมพิวเตอร์เน็ตบุ๊กระบบปฏิบัติการกูเกิลจะสามารถเริ่มวางตลาดได้ในช่วงกลางปีหน้า

จุดสำคัญที่กูเกิลจะพัฒนาให้ Google Chrome OS คือความเร็ว ความง่าย และความปลอดภัย โดยกูเกิลยืนยันว่าจะพัฒนาให้ระบบปฏิบัติการสามารถทำงานได้เร็วและไม่กินทรัพยากรมาก ตั้งเป้าว่าจะพัฒนาให้เครื่องสามารถเริ่มทำงานและเปิดเว็บเพจบนโลกออนไลน์ได้ใน 2-3 วินาที

กูเกิลบอกว่าความเคลื่อนไหวครั้งนี้มาจากแนวคิดที่ว่า คอมพิวเตอร์จำเป็นต้องดีกว่านี้

“เพราะผู้บริโภคต้องการให้คอมพิวเตอร์สามารถทำงานได้เร็วเหมือนตอนแรกที่ซื้อมา พวกเขาต้องการเข้าสู่โลกอินเทอร์เน็ตได้แบบทันที ซึ่งตอนนี้ เราต้องการความช่วยเหลือจากสังคมโอเพ่นซอร์สอย่างมากในการทำให้วิสัยทัศน์นี้ประสบความสำเร็จ”

กูเกิลยืนยันว่า Google Chrome OS จะเป็นคนละส่วนกับระบบปฏิบัติการสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่นามแอนดรอยด์ (Android) ไม่ระบุรายละเอีอยดทีมนักพัฒนา แต่เชื่อว่ามีจุดยืนใกล้เคียงกัน

”Google Chrome OS ถูกสร้างเพื่อคนที่ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในโลกออนไลน์ และถูกออกแบบมาเพื่อให้เหมาะกับการจัดการพลังงานทุกระดับในเครื่องคอมพิวเตอร์ ตั้งแต่เน็ตบุ๊กขนาดเล็กจนถึงคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปเต็มรูปแบบ ที่สำคัญ การสร้างแอปพลิเคชันบนอินเทอร์เน็ตจะไม่ต้องถูกจำกัดเพราะมาตรฐานของระบบปฏิบัติการอีกต่อไป”

ที่มา : www.manager.co.th/CyberBIZ/

Sager NP9280 อีกหนึ่งโน๊ตบุ๊กระดับโคตรเทพจากพลังของซีพียู Core i7

Sager NP9280 อีกหนึ่งโน๊ตบุ๊กระดับโคตรเทพจากพลังของซีพียู Core i7 โน๊ตบุ๊กระดับเทพตัวแรงอีกหนึ่งรุ่นที่ใช้ซีพียู Core i7 จาก Sager NP9280 สุดทีนเลยครับพี่น้องหลังจากได้ยินข่างของโน๊ตบุ๊กซีพียู Core i7 กันมาบ้างแล้ว จนเริ่มมีหลายๆค่ายสนใจจะผลิตโน๊ตบุ๊ก Core i7 ซึ่งแต่ละรุ่นที่ออกมานั้นอยู่ในระดับแรง (โคตรๆ) ตามสเปกของซีพียูที่แรงๆ (โคตรๆ) เช่นกัน และวันนี้ก็คืออีกหนึ่งรุ่นที่ได้ใช้ซีพียู Core i7 มาใช้ในโน๊ตบุ๊กกับ Sager NP9280 แน่นอนว่าใช้ซีพียู Core i7 ซึ่งจะทำงานบนชิปเซ็ตอย่าง Intel X58 แรมเองก็ยังทำงานแบบแพลตฟอร์มของ i7 ด้วยแรมแบบ triple channel DDR3 การ์ดจอเองก็อยู่ในระดับแรงไม่น้อยหน้าด้วย 1GB of NVIDIA GeForce GTX 280M ทำงานบนจอภาพขนาด 17.1 นิ้ว ความละเอียด 1920×1200 display และแบตเตอรี่ขนาดสูงถึง 12-cellแต่ถึงกระนั้นก็สามารถใช้งานหนักๆแบบเต็ม speed ได้เพียง 30 นาทีเท่านั้น (ท่าทางจะกินไฟน่าดู) รองรับฮาร์ดดิสค์แบบ SATA ได้ถึง 3 ลูก , ลำโพง 4 ตัว , eSATA, HDMI และ DVI , 3 megapixel webcam, 4x USB 2.0 ส่วนน้ำหนักเองก็มากถึง 11.55-pound กับขนาดตัวที่ 15.5 x 11.75 x 2.35 นิ้ว
ส่วนในรุ่นสูงสุดๆๆๆๆ ซีพียู Core i7 975 Extreme Edition ,แรม 12GB DDR3 , ฮาร์ดดิสค์ 3x 160GB แบบ SSDs มีราคาค่าตัวสูงถึง $7,000 (ประมาณ 230,000 บาท)

ปล.Alienware Powerful M17x ที่ว่าแพงแล้วเห็นเจ้านี้ดูถูกไปเลย 555

ที่มา http://www.notebookspec.com/web/?p=859

Aspire Timeline 1810T สืบทายาทความอึดในสไตล์ netbook จาก Acer

Aspire Timeline 1810T สืบทายาทความอึดในสไตล์ netbook จาก Acer
Acer ผุด Netbook ในสไตล์ Aspire Timeline มาแล้วสำหรับท่านที่ชอบความอึดแบบเล็กๆAcer ผุด อีกหนึ่ง netbook ที่จะพร้อมรองรับ Windows 7 กับอีกหนึ่งเผ่าพันธ์ Aspire Timeline ที่ได้รับความนิยมมาแล้ว ด้วยรุ่นใหม่ที่ยังคงแนวคิดของ Timeline ไว้และขนาดที่เล็กลงตามสไตล์ Netbook กับชื่อรุ่นว่า 1810T โดยจะมีหน้าตาคล้ายๆ Aspire One 751 ด้วยจอภาพขนาด 11.6 นิ้ว (1,366 x 768 ) ซีพียูรุ่นประหยัดพลังงานจาก Intel ในรุ่น 1.4GHz ULV SU3500 ,การ์ดจอ GMA 4500MHD แรม 4GB , พอร์ต HDMI , gigabit Ethernet, WiFi, พร้อมรองรับ 3G / Bluetooth 2.1+EDR และที่ขาดเสียมิได้คือแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้ถึง 8 ชั่วโมงตามคอนเซปของ Acer Timeline พร้อมระบบปฏิบัติการ Vista Home Premium แต่สามารถอัพเกรทเป็น Win7 ได้ฟรีเช่นเคยครับ ส่วนราคายังไม่เปิดเผยออกมาแต่คาดว่าไม่น่าจะเกิน 25,000 บาท

ที่มา http://www.notebookspec.com/web/?cat=1&paged=67

มาแล้วจ้า VAIO W netbook ราคาพอเหมาะพร้อมความสวยตามแบบฉบับ Sony

มาแล้วจ้า VAIO W netbook ราคาพอเหมาะพร้อมความสวยตามแบบฉบับ Sony
และแล้ว Sony ก็อดรนทนไม่ได้ที่จะส่ง Netbook ราคาประหยัดมากับเขาบ้างในนาม VAIO Wหลังจากส่ง VAIO P ที่ Sony ยืนกรานว่ามันไม่ใช่ Netbook นะ ซึ่งทำให้มันมีสเปกและราคาที่สูงเกินไปสักหน่อย สุดท้าย Sony ก็ต้องส่ง Netbook ในแบบฉบับตัวเองมาสู่ตลาดกับ VAIO W ด้วยขนาดจอภาพ 10.1 นิ้ว ซีพียูรุ่นฮิตอย่าง 1.6GHz Atom ระบบปฏิบัติการ Windows XP แรม 1GB of RAM โดยสามารถนับได้ว่า VAIO W ตามมาจาก VAIO P ลงสู่ตลาดได้ 6 เดือนแล้ว เพื่อถมช่องว่างในตลาดนี้ แต่แน่นอนว่าในระดับ VAIO แล้วต้องไม่ธรรมดา นอกจากรูปแบบภายนอกที่ออกแบบมาอย่างสวยงามตามสไตล์ VAIO แล้ว ยังมาพร้อมจอภาพความละเอียดสูงถึง 1366 x 768 ฮาร์ดดิสค์ 160 GB HDD ,Bluetooth, 802.11b/g/n, VGA out, two USB ports, Ethernet, webcam และ MemoryStick / SD card readers. แบตเตอรี่ขนาด 3 cell ที่สามารถใช้งานได้ราวๆ 3 ชั่วโมง พร้อมรองรับ 3G , GPS และฮารืดดิสค์แบบ SSD เป็นออปชั่นเสริมด้วยคับ ในราคาเปิดตัวประมาณ $500 (ประมาณ 17,000 บาท)