วันเสาร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2554

เผยชุดราตรีหรูชุดที่สองของเจ้าสาวผู้เลอโฉม

เผย ชุดราตรีหรูชุดที่สองของเจ้าสาวผู้เลอโฉม “ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์” ชาวอังกฤษแห่ดูถ่ายทอดสดราชพิธีเสกสมรสจนใช้ไฟสูงเป็นประวัติการณ์ ฮันนีมูนไม่รู้ที่ไหน
วันนี้(30เม.ย.)สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ว่า ความคืบหน้าของราชพิธีเสกสมรสครั้งยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ของราชวงศ์อังกฤษระหว่าง เจ้าชายวิลเลียมแห่งเวลส์ รัชทายาทลำดับ 2 แห่งราชวงศ์อังกฤษ พระชนมายุ 28 พรรษา กับ น.ส.เคท มิดเดิลตัน หญิงสามัญชนวัย 29 ปี ณ มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ กรุงลอนดอน เมื่อวันศุกร์ที่ 29 เม.ย.ที่ผ่านมา ท่ามกลางสักขีพยานผู้ชมทางโทรทัศน์จากทั่วโลก 2 พันล้านคน และ อีกกว่า 1 ล้านคนที่เฝ้าชื่นชมพระบารมีของสองพระองค์ในกรุงลอนดอน

“เคท มิดเดิลตัน” หรือดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ พระชายาของเจ้าชายวิลเลียมแห่งเวลส์ หรือ ดยุคแห่งแคมบริดจ์ ออกมาเปิดเผยต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันราชพิธีเสกสมรสครั้งยิ่งใหญ่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาโดยกล่าวว่า พระองค์พร้อมด้วยเจ้าชายวิลเลียมทรงมีวันเสกสมรสที่ดีเยี่ยม เพราะอากาศดีฝนไม่ตก ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์มีรับสั่งกับช่างภาพคนหนึ่ง ขณะเสด็จกลับมาจากพระราชวังบัคกิ้งแฮม เพื่อทรงพักผ่อนในช่วงเวลาสั้นๆ และ เปลี่ยนฉลองพระองค์เป็นชุดราตรียาวสีขาวเปิดไหล่ เป็นผลงานของดีไซเนอร์ ซาราห์ เบอร์ตัน จากห้องเสื้ออเล็กซานเดอร์ แมคควีน จากนั้นก็ได้เสด็จกลับไปงานเลี้ยงเสวยพระกระยาหารค่ำร่วมกับแขกผู้มีเกียรติและพระสหาย 300 คน ณ พระราชวังบัคกิ้งแฮม ซึ่งทั้งสองพระองค์ได้ประทับด้วยกันคืนแรกที่พระราชวังแห่งนี้ด้วย

หลังจาก เจ้าชายวิลเลียมกับเคท มิดเดิลตัน ได้เสกสมรสตามประเพณีแล้ว แต่การจราจรทางอินเตอร์เน็ตซึ่งมีการถ่ายทอดสดราชพิธีด้วยนั้น ถือว่าเป็นอะไรที่ใหม่สำหรับพระราชวงศ์อังกฤษ เพราะมีคนเข้าไปชมเป็นล้านๆคน รวมถึงการแสดงความเห็นในสังคมออนไลน์ บริษัทอาคาไม เทคโนโลยี อิงค์ ซึ่งให้บริการเครือข่ายอินเตอร์เน็ต 20% ทั่วโลก ระบุว่า เว็บไซต์ทั่วโลกในช่วงเช้าวันราชพิธีนั้น ทั่วโลกเฉลี่ยแล้วนาทีละ 5.4 ล้านครั้ง ถือว่ามากที่สุดเป็นอันดับ 6 แต่ก็ยังน้อยกว่าสถิติสูงสุด นาทีละ 10.4 ล้านครั้ง เมื่อช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลกปีที่แล้ว
ใช้ไฟเพิ่มเปิดทีวีดูถ่ายทอด

ชาวอังกฤษผู้นิยมดื่มชาตามธรรมเนียมปฏิบัติได้เผชิญกับประสบการณ์การใช้พลังงานไฟฟ้าสูงเป็นประวัติการณ์อีกครั้ง อันเนื่องจากการเปิดเครื่องรับโทรทัศน์เพื่อชมการถ่ายทอดสดราชพิธีเสกสมรส เทียบเท่ากับการเปิดกาต้มน้ำร้อนสำหรับดื่มชาเลยทีเดียว โดยบริษัทการไฟฟ้าแห่งชาติ แจ้งว่า กำลังการผลิตของไฟฟ้า 2,400 เมกะวัตต์ เพิ่มขึ้นสูงสุดเมื่อเวลา 12.40 น.หลังขบวนรถของเหล่าพระราชวงศ์เสด็จกลับมายังพระราชวังบัคกิ้งแฮม ถือเป็นการใช้กำลังไฟฟ้าสูงสุดเป็นอันดับ 4 ของประเทศ และยังมากกว่าเมื่อเทียบกับการใช้ไฟฟ้าเพื่อเปิดโทรทัศน์ชมการถ่ายทอดสดพระราชพิธีอภิเษกสมรสระหว่างเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์กับเจ้าหญิงไดอานาเมื่อปี 2524

ด้านหนังสือพิมพ์ของประเทศแถบอ่าวเปอร์เซียต่างเผยแพร่ภาพราชพิธีเสกสมรสของเจ้าชายวิลเลียม กับ เคท มิดเดิลตัน ณ มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ กรุงลอนดอน แต่กลับว่างเว้นวินาทีสำคัญของการจุมพิตระหว่างคู่บ่าวสาวซึ่งเป็นที่สนใจและยินดีของผู้คนจากทั่วโลก ทั้งนี้เพราะสื่อของประเทศในกลุ่มอาหรับนั้น จะไม่เผยแพร่หรือแสดงภาพอันเป็นการแสดงถึงความรักในที่สาธารณะ แต่ในดูไบซึ่งมีชาวอังกฤษอาศัยอยู่ถึง 1 แสนคนนั้น ตามสถานบันเทิงเช่นบาร์และร้านอาหารที่มีชาวต่างชาติเข้าไปใช้บริการกันมาก ก็มีการเปิดเครื่องรับโทรทัศน์ชมการถ่ายทอดสดเช่นกัน

ฮันนีมูนที่ไหนไม่มีใครรู้ ปัญหาใหญ่หลังจากเสร็จสิ้นราชพิธีเสกสมรส นั่นก็คือ สถานที่ดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ (ฮันนีมูน) ของคู่วิวาห์ใหม่คู่นี้ เพราะเจ้าชายวิลเลียมทรงลาราชการจากกองทัพอากาศอังกฤษได้ 2 สัปดาห์ แต่เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังก็ไม่เปิดเผยเบาะแสแม้แต่นิดเดียวว่าทั้งคู่จะไปดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์กันที่ไหน แต่จะออกจากลอนดอนในวันเสาร์ที่ 30 เม.ย.นี้ สถานที่ที่ทั้งคู่น่าจะเลือกก็มีหลายแห่ง เช่น พระตำหนักบัลมอรัลในสกอตแลนด์, เกาะส่วนตัวในทะเลแคริบเบียน, สถานที่ปกปิดในแอฟริกา และ อาจจะเป็นประเทศจอร์แดนก็ได้
ที่มา เดลินิวส์

วันอังคารที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2554

งานอภิเษกสมรสที่ยิ่งใหญ่อีกครั้งของโลก!!

ณ วินาทีนี้เชื่อว่าประชาชนนับพันล้านคนทั่วโลกต่างก็ใจจดใจจ่อเตรียมชมงานพระราชพิธีอภิเษกสมรสระหว่างเจ้าชายวิลเลียม รัชทายาทลำดับที่ 2 แห่งราชวงศ์วินด์เซอร์ของอังกฤษกับ “เคท มิดเลินตัน” พระคู่หมั้นของเจ้าชายวิลเลียม ในวันศุกร์ที่ 29 เมษายน 2554 ที่จะมีการถ่ายทอดสอดสดไปทั่วทุกจุดของโลกได้รับชมกัน สำหรับประเทศไทยก็มีโอกาสได้ชมการถ่ายทอดสดพร้อม ๆ กับคนทั่วโลกเช่นกันในอีกไม่กี่วันข้างหน้า “เคท มิดเดิลตัน”จะกลายเป็นเจ้าหญิงผู้เลอโฉม จากผู้หญิงสามัญชนธรรมดาสู่เจ้าหญิงแสนเสน่ห์ โดยเธอมาจากครอบครัวของชนชั้นกลางสู่อนาคตราชินีแห่งอังกฤษ ไม่แปลกใจที่เลยที่เรื่องการอภิเษกสมรสระหว่างเธอกับเจ้าชายวิลเลียมจะเป็นข่าวดีแห่งราชวงศ์อังกฤษ ลบล้างเรื่องที่ผ่านๆมาราชวงศ์อังกฤษ

เรามาทำความรู้จักว่าที่เจ้าหญิง “เคท มิดเดิลตัน” ให้รับทราบกันอีกครั้ง เพื่อให้รู้จักความเป็นมาตั้งแต่แรกเกิดจนถึงปัจจุบันนี้ที่กลายเป็นเจ้าหญิงผู้เลอโฉมของพระราชวงศ์กษัตริย์อังกฤษ ซึ่งตามประวัติของว่าที่เจ้าหญิงองค์ใหม่วัย 29 ปีแห่งราชวงศ์อังกฤษ เธอเป็นลูกสาวคนโตในจำนวนพี่น้องทั้งหมด 3 คน เกิดเมื่อวันที่ 9 ม.ค.2525 ในครอบครัวของชนชั้นกลาง ในแคว้นเบิร์กเชียร์ ทางตะวันตกของกรุงลอนดอน พ่อของเธอ ชื่อนายไมเคิล ทำงานเป็นนักบิน และ แม่คือนางแคโรล เป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน จากนั้นทั้งคู่ได้มาลงหลักปักฐานทำธุรกิจจำหน่ายสินค้าทางไปรษณีย์ เป็นอุปกรณ์เครื่องมือสำหรับการจัดงานเลี้ยงปาร์ตี้

นิยายรักบรรลือโลกกับเจ้าชายวิลเลียมของเธอ เริ่มขึ้นที่มหาวิทยาลัยเซนต์แอนดรูว์ ในสกอตแลนด์ เมื่อปี 2544 ซึ่งเธอไปศึกษาด้านประวัติศาสตร์ศิลปะ ทั้งคู่อาศัยอยู่ด้วยกัน ณ บ้านเช่าขนาด 4 ห้องนอนซึ่งมีเพื่อนอาศัยร่วมอยู่ด้วย แต่พอถึงเดือนเม.ย. 2547 เธอได้ไปร่วมเล่นสกีประจำปีกับเจ้าชายวิลเลียม ซึ่งมีพระบิดา เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ มกุฎราชกุมารแห่งอังกฤษ และ พระอนุชา เจ้าชายแฮร์รี เสด็จไปด้วย ทำให้เหล่าปาปารัสซีพากันคลั่งที่ได้รูปการสนิทสนมของทั้งสอง ต่อมามีข่าวว่าทั้งคู่แยกทางกันในปี 2550 สืบเนื่องจากเจ้าชายวิลเลียมต้องเสด็จไปปฏิบัติภารกิจทั่วประเทศในฐานะนักบินฝึกหัดของกองทัพอังกฤษ สื่อประเภทแทบลอยด์ จึงตั้งสมญานามว่าให้เธอว่า “เคที่ผู้รอคอย” เมื่อไม่สามารถทำให้ความฝันกลายเป็นความจริงในเรื่องการวิวาห์กับเจ้าชายผู้งามสง่า นอกจากนั้นสื่อยังหาว่า เธอแทบไม่ได้ทำอะไรกับชีวิตของเธอเลย นอกจากรอราชรถมาเกยจากเจ้าชายวิลเลียม

แต่ในที่สุดสื่อเองต่างหากที่ต้องกลับมามะรุมมะตุ้มรุมรักเคท มิดเดิลตันในปี 2550 เพื่อรอถ่ายภาพหน้าแฟลตที่พักของเธอในกรุงลอนดอน มาเป็นกองทัพจนถูกนำไปเปรียบเทียบกับเจ้าหญิงไดอานา เจ้าหญิงแห่งเวลส์ พระมารดาของเจ้าชายวิลเลียมนั่นเอง ซึ่งสิ้นพระชนม์เพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

แล้วในที่สุดทั่วโลกก็ได้เป็นสักขีพยานของการประกาศหมั้นเมื่อเดือนพ.ย.ปีที่แล้ว จากนั้น เจ้าชายวิลเลียม กับพระคู่หมั้นได้ปฏิบัติภารกิจร่วมกันอย่างเป็นทางการครั้งแรกในวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมาด้วยการปล่อยเรือกู้ชีพลำใหม่ที่เกาะแองเจลซีย์ แคว้นเวลส์ เพื่อเป็นการทดสอบเบื้องต้นว่า ต่อไปนี้ทั้งสองคนจะต้องอยู่ในความสนใจของสื่อไปจนกว่าจะถึงพิธีอภิเษกสมรสในวันศุกร์ที่ 29 เม.ย.นี้ ณ มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ กรุงลอนดอน ท่ามกลาวสักขีพยานผู้คนหลายร้อยล้านทั่วโลกที่จะได้ชมพิธีอภิเษกสมรสผ่านทางสถานีโทรทัศน์เครือข่ายต่างๆ

ส่วนเจ้าชายวิลเลียมผู้ทรงสง่างามนั้นเล่า ประสูติเมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 2525 ที่โรงพยาบาลเซนต์แมรี่ ย่านแพดดิงตัน ทางตะวันตกของกรุงลอนดอน พระนามเต็มของพระองค์คือ วิลเลียม อาร์เธอร์ ฟิลิป หลุยส์ ปัจจุบันทรงมีพระชนมายุ 28 พรรษา เป็นพระโอรสองค์โตของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ มกุฎราชกุมารแห่งอังกฤษ และ เจ้าหญิงไดอานา เจ้าหญิงแห่งเวลส์ ทรงเริ่มเข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนมิสซิสไมเนอร์ส จากนั้นไปเรียนต่อที่โรงเรียนวีเธอร์บายในลอนดอนจนถึงปี 2533 แล้วไปต่อที่โรงเรียนลุดโกรฟในเบิร์กเชียร์จนถึงปี 2538 จึงเข้าเรียนต่อที่อีตัน คอลเลจ และไปศึกษาระดับอุดมศึกษาที่มหาวิทยาลัยเซนต์ แอนดรูว์ ในสกอตแลนด์ ทรงสำเร็จการศึกษาด้านภูมิศาสตร์ในปี 2548

เจ้าชายวิลเลียมมีพระชนมายุ 15 พรรษา ขณะที่เจ้าหญิงไดอาน่า พระมารดาสิ้นพระชนม์ในเดือน ส.ค.2540 ด้านการรับราชการทหารนั้น เจ้าชายวิลเลียมทรงเข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนนายร้อยแซนด์เฮิร์สท์ของกองทัพบกอังกฤษ ในฐานะนักเรียนนายร้อย และเข้าประจำการในฐานะนายทหารต่อหน้าพระพักตร์ของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธ ที่ 2 แห่งอังกฤษ เมื่อเดือน ธ.ค. 2549 ทรงสังกัดกองทหารม้า ยศร้อยตรี ต่อมาทรงสำเร็จการศึกษาและได้รับการบรรจุแต่งตั้งเป็นนักบินหน่วยกู้ภัยและค้นหาของกองทัพอากาศอังกฤษเมื่อเดือน ก.ย.ปีที่แล้ว

ทั้งสองจะเป็นคู่สมรสที่ถูกจับตามองจากทั่วโลกว่า หลังจากงานพระราชพิธีอภิเษกสมรสของเจ้าชายวิลเลียมกับ “เคท มิดเดิลตัน” ผ่านไปแล้ว จะทรงดำเนินชีวิตอย่างไรต่อไปที่จะทำให้ประชาชนคนทั้งโลกรักชื่นชม และอยู่ในความทรงจำของคนทุกมุมโลกตลอดไป.
งานอภิเษกสมรสที่ยิ่งใหญ่อีกครั้งของโลก!!
ทีมข่าวต่างประเทศ รายงาน
ที่มา เดลินิวส์

วันจันทร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2554

โซนี่มิวสิคแจ้งจับ “มาช่า” ละเมิดลิขสิทธิ์เพลงเรียก 100 ล้าน

ผู้รับมอบอำนาจ บริษัท โซนี่มิวสิค ยุโรป ให้การตำรวจ บก.ปอศ หลังหุ้นส่วนแจ้งจับ “มาช่า” ฐานละเมิดลิขสิทธิ์เพลง I’m back พร้อมเรียกค่าเสียหาย 2 ล้านยูโร หรือเกือบร้อยล้านบาทไทย

วันนี้ (25 เม.ย.) เวลา 12.00 น. น.ส.ภัทรธร แสงจันทร์ศรี อายุ 34 ปี ผู้รับมอบอำนาจจากบริษัท โซนี่มิวสิค ยุโรป เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.สถาพร รอดโพธิ์ทอง รอง ผกก.3 บก.ปอศ.เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมกรณีแจ้งความดำเนินคดีต่อ นางมาช่า วัฒนพานิช และผู้จัดการ กรณีละเมิดลิขสิทธิ์เพลง I’m back โดย น.ส.ภัทรธร แสงจันทร์ศรี ให้การว่า เมื่อราวปลายปี 2553 นางมาช่า วัฒนพานิช ได้ร่วมกันทำอัลบั้มเพลงกับนายซีริว ชาวฝรั่งเศส จนเดือนมกราคม 2554 นางมาช่าได้จดทะเบียนบริษัท มาช่า โปรดักชั่น จำกัด ตั้งอยู่ที่อำเภอเมือง จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นการร่วมหุ้นกันของคนทั้งคู่ ต่อมาประมาณกลางเดือนมีนาคม 2554 ได้มีแผนเปิดตัวอัลบั้มเพลง I’m back ของมาช่า โดยทำออกมาในหลายรูปแบบ ทั้งเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ต หรือโชว์ตัวตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งเป็นไปโดยนายซีริวไม่ได้มีส่วนรับรู้

น.ส.ภัทรธรให้การอีกว่า จนกระทั่งวันที่ 14 มีนาคม 2554 นายซีริวจึงแจ้งเป็นวาจาส่งจดหมาย และอีเมลไปยังมาช่าเพื่อให้หยุดการเผยแพร่เพลง I’m back แต่ยังพบมีการเผยแพร่ตามสื่อต่างๆ จนในเวลา 11.00 น.วันที่ 8 เมษายน 2554 นายซีริวจึงให้ทนายความเข้าแจ้งความต่อ ร.ต.อ.หญิง ยุพิน เฉลิมประเวศวงษ์ พงส.สบ.1 กก.3 บก.ปอศ. ข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์เพลง I’m back พร้อมเรียกค่าเสียหาย 2 ล้านยูโร หรือเกือบร้อยล้านบาทไทย

น.ส.ภัทรธรให้การต่ออีกว่า จนวันที่ 22 เมษายน 2554 มาช่าได้ให้ตัวแทนมาเจรจากับตัวแทนของนายซีริว ที่ บก.ปอศ.แต่การเจรจาไม่เป็นผล ซึ่งจากนี้ไปนายซีริวจะดำเนินคดีต่อมาช่าให้ถึงที่สุด แต่อย่างไรก็ตามหากมีข้อเสนอใหม่ๆ ก็พร้อมที่จะเจรจากันได้

ด้าน พ.ต.ท.สถาพร รอดโพธิ์ทอง รอง ผกก.3 บก.ปอศ.กล่าวว่า คดีลิขสิทธิ์สามารถยอมความกันได้ทุกขั้นตอน ซึ่งแล้วแต่คู่กรณีจะตกลงกัน แต่หากประสงค์จะดำเนินคดีตามกฎหมายทางพนักงานสอบสวนก็ว่าไปตามหลักฐานต่อไป

"มาช่า วัฒนพานิช -นายซีริว ชาวฝรั่งเศส"

น.ส.ภัทรธร แสงจันทร์ศรี ผู้รับมอบอำนาจ บริษัท โซนีมิวสิค ยุโรป เข้าให้ปากคำเพิ่มเติมกรณีแจ้งความดำเนินคดีกับมาช่า วัฒนพานิช และผู้จัดการกรณีละเมิดลิขสิทธิ์เพลง I’m back พร้อมเรียกค่าเสียหาย 2 ล้านยูโร
ที่มา โดยผู้จัดการ

วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2554

ธัญญ่า เตรียมฟ้องหย่า เป๊ก หลังสามีไม่ยอม

ทำใจได้แล้ว นางเอกหน้าเด็ก ธัญญ่า ธัญญาเรศ เปิดใจ เตรียมฟ้องหย่าสามี เป๊ก สัณชัย เองตระกูล หลังเคยพูดคุยเรื่องหย่ากับฝ่ายชายมาก่อนหน้านี้แล้ว แต่ เป๊ก สัณชัย ไม่ยอม ยันคุยกันด้วยดี พร้อมเผยตอนนี้อยากใช้ชีวิตอยู่ที่อเมริกาสักระยะก่อน ไม่พร้อมกลับเมืองไทย

ธัญญ่า ธัญญาเรศ เปิดใจข้ามทวีป ผ่านรายการ ไนน์เอ็นเตอร์เทน ว่าตอนนี้เตรียมฟ้องหย่า เป๊ก สัณชัย หลังฝ่ายชายไม่ยอม

''ตัวเราเองก็ก้าวออกมาเยอะพอสมควรแล้ว และเราก็ตัดสินใจแล้วว่าเราอยากจบความเป็นสามี ภรรยา คือตอนนี้ความต้องการของเราสองคนมันต่างกัน คนนึงอยากหย่า คนนึงไม่อยากหย่า คราวนี้ถ้าตกลงกันไม่ได้มันก็ต้องพึ่งศาล (พี่เป๊กว่ายังไง?) ตัวเขาบอกว่าไม่ได้อยากหย่า เขาบอกว่ายังรักเราและรักลูกอยู่ ถ้าต้องฟ้องก็ไม่เป็นไร ก็ฟ้องเอาแล้วกัน แล้วถ้าต้องถึงขั้นนั้นจริงๆ อย่าโกรธกันแล้วกัน เราคุยกันด้วยดี ตอนนี้ธัญญ่าเหนื่อยกับปัญหาที่เกิดขึ้น มันยังหาทางออกไม่ได้ ก็เลยตัดสินใจอยู่ที่อเมริกาก่อน มันก็มีความสุขดี เหมือนเราดึงตัวเองออกมาจากปัญหาตรงนั้น ตอนแรกมันยากเหมือนกัน แต่พอมาถึง ณ จุดนี้มันสบายใจแล้วค่ะ''
ที่มา Sanook

วันศุกร์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2554

"บรู๊ค"ยัน"กบ สุวนันท์"คลอดลูกสาว

อดีตพระเอกดัง"บรู๊ค"ยืนยัน"กบ สุวนันท์"คลอดแล้ว ได้ลูกสาว ที่โรงพยาบาลสมิติเวช

วันนี้ (22 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากแต่งงานกับนายดนุพร ปุณณกันต์ หรือบรู๊ค มาเกือบ 2 ปี ในที่สุดแฟนคลับของนางเอกละครชื่อดังก็ได้เฮ เมื่อนางสุวนันท์ ปุณณกันต์ หรือกบ ได้คลอดลูกสาวแล้วเมื่อเช้านี้ ที่โรงพยาบาลสมิติเวช ซึ่งก่อนหน้านี้นางเอกสาวกล่าวถึงการมีลูกคนแรกว่ารู้สึกมหัศจรรย์มากๆ คนไม่เคยมีคงไม่รู้ว่าเป็นอย่างไร ดีใจมาก แล้วรู้สึกเป็นห่วงลูก กังวล เวลาปวด จะกังวลว่าจะเป็นอะไรหรือเปล่า หัวใจยังเต้นอยู่ไหม ส่วนบรู๊คเห่อลูกมาก เพราะเขาบอกให้กบคอยฟังป๋องแป๋งไว้

"ตอนแรกก็งงว่าเสียงป๋องแป๋งคืออะไร แต่พี่บรู๊คมาเฉลยว่าเป็นเสียงตกกระป๋อง คือเขาแซวกบ ว่าอีกหน่อยมีลูก ระวังกบจะตกกระป๋อง ตอนนี้พี่บรู๊คสรรหาซื้อของมาให้กินเยอะมาก พอไม่กินก็บังคับ บอกว่าซื้อมาให้ลูกกิน ไม่ได้ซื้อมาให้กบกิน เวลากบแกล้งเขา เขาก็จะมาลูบท้อง แล้วบอกให้น้องแผลงฤทธิ์ใส่ ซึ่งกบก็รู้สึกเหมือนโดนแผลงฤทธิ์จริงๆ นะ เพราะจะรู้สึกไม่สบาย พะอืดพะอม ไม่รู้เหมือนกัน ว่าพี่บรู๊คอยากได้ลูกชายหรือหญิง แต่เท่าที่ฟังๆ เขาคุย ก็รู้สึกว่าอยากได้ผู้หญิง" กบกล่าว.
ที่มา เดลินิวส์

วันพุธที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2554

เจอเอเลี่ยนกลางหิมะ! (คลิปเจอมนุษย์ต่างดาวที่รัสเซีย)

ที่แถบไซบีเรีย ไม่ใกล้ไม่ไกลจากแดนหมีขาว ชาวรัสเซียบันทึกภาพวิดีโอขณะพบซากบางอย่างที่พวกเขาเชื่อว่าเป็นเอเลี่ยน หรือมนุษย์ต่างดาว นอนแน่นิ่งไร้สัญญาณชีพกลางหิมะ สภาพร่างของเอเลี่ยนเหมือนได้รับบาดเจ็บ จนเสียขาไปหนึ่งข้าง

วิดีโอที่ว่านี้ถูกนำไปเผยแพร่ลงในเว็บไซต์ยูทูป ตั้งแต่วันอาทิตย์(17 เม.ย.) ที่ผ่านมา โดยวิดีโอชิ้นแรกต้นเรื่องมีผู้เข้าชมกว่า 9 แสนครั้ง ซึ่งยังไม่นับรวมก๊อปปี้วิดีโอที่ถูกเผยแพร่แยกย่อยออกไปอีก

แม้ภาพดังกล่าวจะยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างชัดเจนว่าเป็นเรื่องจริง หรือโอ้ละพ่อ โอ้ละแม่ แต่งขึ้นมาแหกต่างชาวโลก แต่เดอะซัน จอมแฉก็รายงานข่าวนี้ไปเรียบร้อย พร้อมถามไถ่ไปยังหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง จนได้รับการยืนยันว่า ช่วงเวลาที่ผ่านมา ไม่มีรายงานการพบเครื่องบิน จานบิน หรือวัตถุประหลาดใดๆ บนท้องฟ้าเลยสักนิด แต่เรื่องนี้ยังไงก็คงต้องสืบกันต่อไป เพราะชาวบ้านลือกันว่า ก่อนพบเอเลี่ยนมีคนเห็นจานบินปล่อยแสงสีชมพู-ฟ้าปรากฎให้เห็น
เจอเอเลี่ยนกลางหิมะ! (คลิปเจอมนุษย์ต่างดาวที่รัสเซีย)

ที่มา เดลินิวส์,YouTube