วันศุกร์ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2553

รวมชีวิตรักดาราปี53 ปี'เสือดุ'เตียงหัก-รักพังระนาว

สมกับเป็น “ปีเสือดุ” จริง ๆ นอกจากจะมีข่าวฉาวส่งกลิ่นคาวมากมายแล้ว ยังมีคู่รักดาราแปรสภาพกลายเป็นคู่รักคู่ร้างกันหลายคู่ นับไปนับมาปีนี้เลิกกันประมาณ 20 กว่าคู่เห็นจะได้ มีทั้งประเภทรักเร็วเลิกแรง บางคู่รักกันมานานความรักเลยจืดจางไปตามกาลเวลา เอ้า! เราไปดูกันดีกว่าว่ามีคู่ไหนที่ความรักของเขาและเธอชงกับ “ปีเสือดุ” กันบ้าง

“จบแบบดูไม่จืด”

เริ่มที่คู่ที่เลิกกันส่งท้ายปีก่อนเลยดีกว่าอย่าง “คู่ร้างรสแซบ” สำหรับม่ายสาว มาช่า วัฒนพานิช และ ดีเจกฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์ หลังจากคบหาดูใจกันมาเกือบ 6 ปี ระยะหลัง ๆ ทั้งคู่มีข่าวระหองระแหงออกมาตลอด แต่มาช่าและกฤษณ์ก็ยังยืนยันว่ายังเลิฟกันดี เพียงแต่ไม่ค่อยมีเวลาให้กันเท่านั้น แต่แล้วความลับก็แตกดังโพละ!! เมื่อ ดีเจมดดำ-คชาภา ตันเจริญ แฉกลางงานว่าเลิกกันแล้ว สุดท้ายฝ่ายชายเลยยอมรับว่าเบรกความสัมพันธ์กันแล้ว แต่แทนที่กระแสจะซาเงียบหายเหมือนคู่อื่น ๆ จู่ ๆ ก็มีข่าวในทางไม่ดีของฝ่ายชายออกมา ทั้งเรื่องหยิบยืมเงินกันบ้างล่ะ เรื่องความเจ้าชู้บ้างล่ะ ทำเอาฝ่ายชายทนไม่ได้ออกมาโต้ข่าวทันควัน และสุดท้ายก็จูงมือกันมาจัดฉาก เอ๊ย! ประกาศว่าถึงจะเลิกกัน แต่ก็ยังรักกันดี ไม่เคยมีปัญหาถึงขั้นจะฟ้องร้องกันอย่างที่เป็นข่าวมาก่อน

ฟากความสัมพันธ์ของ ฟิล์ม-รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ กับนักแสดงสาว แอนนี่ บรู๊ค น่าจะเหมาะกับคำว่า “กินในที่ลับ ฉาวในที่แจ้ง” ก่อนหน้านี้ไม่มีใครล่วงรู้ว่าคู่นี้ไปสนิทแนบท้องกันตอนไหน มาโผล่อีกทีก็ตอนฝ่ายหญิงป่องจนคลอดลูกออกมา ข่าวคราว จึงได้แพร่สะพัดจนกลายเป็นข่าวพาดหัวหนังสือพิมพ์ใหญ่โต ร้อนถึงฝ่ายชายต้องออกมายอมรับว่ามีความ สัมพันธ์กันจริง และต้องการตรวจดีเอ็นเอเด็ก แต่ แอนนี่กลับไม่ยอม จน พจน์ อานนท์ ผู้ใหญ่ทางฝ่ายฟิล์มยื่นคำขาดว่าห้ามฝ่ายหญิงพูดทำนองว่าเป็นลูกฟิล์ม ไม่งั้นมีฟ้องแน่!! แถมงานนี้แฟนลับ ๆ ที่คบกันมา 8 ปีของฟิล์มอย่าง ฝ้าย-อริญรดา ปิติ มารัชต์ เปิดตัวเปิดใจว่าเป็นแฟนตัวจริงของฟิล์ม แต่สุดท้ายรักก็ไม่ช่วยอะไร เพราะฟิล์มขอเคลียร์ตัวเองจากเรื่องฉาว ๆ ด้วยการตัดสัมพันธ์ฝ้ายผ่านสื่อซะงั้น ทำเอาฝ้ายเจ็บกระดองใจสุด ๆ

คู่ของนักแสดงรุ่นใหญ่ โอ-วรุฒ วรธรรม และภรรยาสาว เก๋-เจษฎาวรรลย์ จันทร์แตง ทำเอาประชาชนช็อกกันไปทั้งเมือง เพราะก่อนหน้านี้โอดูแลเอาใจใส่ศรีภรรยาและน้อง “แอร์บัส” ลูกชายเป็นอย่างดี แต่ดันมีข่าวลือรุนแรงออกมาว่านอกจากทั้งคู่จะแยกทางกันอย่างเงียบ ๆ มาหลายเดือนแล้ว โอยังไปตรวจดีเอ็นเอแล้วพบว่าลูกชายไม่ใช่ลูกตัวเองอีกต่างหาก บ้างก็ลือว่าโอตรวจเจอว่าตัวเองเป็นหมันจึงคิดว่าแอร์บัสไม่ใช่ลูกตัวเอง ยิ่งลือเรื่องก็ยิ่งแรง โอเลยแถลงข่าวชี้แจงเลิกกับเก๋จริง เพราะตัวเองยังติดบรรยากาศแสงสีสังสรรค์กับเพื่อนอยู่ พร้อมยืนยันว่าแอร์บัสเป็นลูกของเขาและเก๋ แถมความลับที่เก็บงำไว้มานานก็ถูกเปิดเผยออกจากปากโอว่าเขาไม่มีทางเป็นหมันแน่นอน เพราะก่อนหน้านี้เคยมีลูกกับภรรยาเก่า ซึ่งปัจจุบันเด็กชายคนนี้อายุ 15 ปี มีชื่อว่า “เอ้ก”

ส่วนคู่ของ แมน-ศุภกิจ ตังทัตสวัสดิ์ และ เมจิ-อโณมา ศรัณย์ศิขริน เป็นอีกคู่ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดปรากฏการณ์ “เตียงหัก” กับทั้งคู่ได้ เพราะแมนและเมจิคบหาดูใจกันมานานกว่า 9 ปี จนกระทั่งจูงมือเข้าพิธีวิวาห์ไปได้ 2 ปี ฝ่ายหญิงไปออกรายการ “คุยแหกโค้ง แอท ทรูอินไซด์” ประกาศกลางรายการว่าได้จบความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยากับแมนแล้ว เนื่องจากจับได้ว่าฝ่ายชายปันใจให้ผู้หญิงอื่น แต่อย่างไรก็ตามทั้งคู่ก็จบกันด้วยดี

ต่อกันที่เรื่องของ แดน โซดาไฟ เอ๊ย! แดน-ดนัย สมุทรโคจร กับแฟนเก่า ก้อย-แพรวพันธุ์ สมพงษ์มิตร ที่กลายเป็นเรื่องราวบานปลายใหญ่โต เพราะหลังเลิกกันก้อยก็ตามไปทำลายข้าวของที่บ้านแดนอยู่บ่อย ๆ จนกระทั่งล่าสุดถึงขนาดนำโซดาไฟไปสาดใส่แดนและเพื่อนสาวชาวต่างชาติคนใหม่ ทำเอาแดนหวิดเสียโฉม โชคดีที่ไม่ได้เป็นอะไรมาก แต่เหตุการณ์นี้แดนถึงกับขนหัวลุก สั่งเปลี่ยนเหล็กดัดเปลี่ยนประตูรอบบ้าน ติดสัญญากัน ขโมยพร้อมเปรยว่าอยากจะขายบ้านหลังนั้นทิ้ง เพราะกลัวคนเก่าจะตามมาราวี

ด้านตลกชื่อดัง บอล เชิญยิ้ม ถึงกับขำไม่ออก หลังจากที่เจ้าตัวประกาศจะควงแฟนลูกเสี้ยวญี่ปุ่น ยูริ-สุกานดา พุทธคุณรักษ์ แต่งงาน เล่นเอาสื่องงเป็นไก่ตาแตก เพราะไม่กี่เดือนก่อนที่จะตกเป็นข่าวรายการ “ตีท้ายครัว” ยังไปบุกไปเยี่ยมบอล ถึงที่บ้าน ดูความรักของเขาและอดีตภรรยาเก่า หนู-ปานชีวา โพธิ์เกษตร ยังเลิฟกันดีอยู่ แต่พอผ่านมาไม่เท่าไหร่ ดันประกาศแต่งงานกับสาวอื่นซะงั้น และความสัมพันธ์กับภรรยาเก่าก็ยังจบไม่สวย ตกลงเรื่องค่าเลี้ยงดูบุตรกันไม่ได้ เลยหอบกันไปทะเลาะกลางรายการ “ตีสิบ” ทางช่อง 3 อีกรอบ หลังยื้อ ๆ ยัก ๆ กันมาได้พักใหญ่ แต่ในที่สุดทั้งคู่ก็ตกลงกันได้

นอกจากนี้ เป้ย-ปานวาด เหมมณี และ บิ๊ก-ทองภูมิ สิริพิพัฒน์ ที่เลิกกันแบบมองหน้ากันไม่ติด เพราะต่างฝ่ายต่างเมาท์ลับหลังกันไม่ค่อยดีมากนัก ฟาก หนอ-วีระชัยศรีวณิก วรรณึกกุล ที่เคยสนิทกับ สาวเซ็กซี่ อุ้ม-ลักขณา วัธนวงส์ศิริ และ มายด์-กุณฑีรา ปัจฉิมสวัสดิ์ แบบไม่เผาผี ถึงขนาดที่ทั้ง 2 สาว พูด ถึงฝ่ายชายแบบแรง ๆ เลย ทีเดียว สำหรับ ชาม-ไอยว ริญท์ โอสถานนท์ และ แชมป์-พีรพล เอื้ออารีย์กุล ก็จบกันแบบไม่ประทับใจ เพราะมีข่าวว่าฝ่ายชายมีปัญหา กับแม่ของฝ่ายหญิง ถึงขั้นเขียนต่อว่าในอีเมลเป็นฉาก ๆ

ส่วน รุจ-ศุภรุจ เตชะตานนท์ และ ยิปซี-คีรติ มหาพฤกษ์พงศ์ หลังจากเลิกกันก็มีพูดกระทบกระทั่งกันเล็กน้อย แต่โชคดีที่ต่างคนเป็นคนไม่ค่อยแรง เรื่องก็เลยเงียบ ๆ ไป ต่อกันที่ แดน-ดนัย จิรา ก็จากกับนักแสดงสาว กี้-รฐกร สถิรบุตร ไม่ค่อยดีนัก เพราะฝ่ายหญิงจับได้ว่าแดนปันใจให้หญิงอื่นขณะที่คบกัน ด้านนางแบบสาว ลูกหมี-รัศมี ทองศิริไพศรี ก็ออกมาแฉถึงชีวิตคู่แย่ ๆ ระหว่างที่อยู่กินกับสามี หลุยส์-ราชันย์ มาลัยวงศ์ ผ่านทางพ็อกเกตบุ๊ก “แลก (กับ) รัก” ของเธอแบบหมดเปลือก

“รักมาราธอนไปไม่ถึงเส้นชัย”

ต่อกันที่ “คู่รักมาราธอน” อย่าง น้ำฝน-กุณณัฏฐ์ และ สเตฟาน-ฐสิษฐ์ สินคณาวิวัฒน์ เจออาถรรพณ์เลข 7 ไปเหมือนกัน หลังจากคบหาดูใจกันมานาน 7 ปี แต่สุดท้ายคู่รักต่างวัยคู่นี้ก็ไปกันไม่รอด ก่อนหน้านี้มีคนตาดีเห็นฝ่ายชายควงสาวอื่นบ่อยครั้ง แต่สเตฟานก็ปฏิเสธทุกครั้งไป ช่วงหลังทั้งคู่มีข่าวทะเลาะกันบ่อยครั้งสุดท้ายก็จบลงที่เลิกรา เพราะเข้ากันไม่ได้

ในส่วนของ จอย-ศิริลักษณ์ ผ่องโชค และหวานใจ แม็ค-วินัย วัฒนราษฎร์ ปลูกต้นรักกันมานาน 7 ปี ก็ไปไม่ถึงฝั่งฝัน สาเหตุมาจากทัศนคติในการใช้ชีวิตคู่ไม่ตรง กัน เลยต้องแยกทางกันเดิน การเลิกกันของคู่นี้ส่งผลให้บริษัทที่เปิดด้วยกันต้องปิดตัวไปพร้อมกับความสัมพันธ์ของทั้งคู่

เป็นอีกคู่ที่ไม่มีใครคิดฝันว่าจะเลิกกันได้ สำหรับ เดี่ยว-สุริยนต์ อรุณวัฒนกุล และ รถเมล์-คะนึงนิจ จักรสมิทธานนท์ เพราะรักกันตั้งแต่เพิ่งเข้าวงการมาใหม่ ๆ จนตอนนี้ต่างฝ่ายต่างเริ่มมีความมั่นคงในหน้าที่การงานแล้ว แต่ดูเหมือนพองานมั่นคง ความรักดันจืดจางลงจนทำให้ต้องแยกจากกันไป

ด้าน ธันญ์ ธนากร กับ ต้อง-ศุภัชญา รื่นเริง ก็เรือรักล่มซะแล้ว หลังจากที่ผ่านมาต่างก็พยายามยื้อกันเอาไว้ แต่แล้วก็ไปกันไม่รอด เมื่อต้องไปเผยในรายการหนึ่งว่า นางเอกสาวชื่อดัง “ย” (ยุ้ย-จีรนันท์ มะโนแจ่ม) เป็นมือที่ 3 ด้วยทำเอาสาวต้องช้ำรักส่งท้ายปีกันเลยทีเดียว

เป็นอีกคู่ที่อุตส่าห์ประคับประคองความรักกันมานาน แต่แล้วความรักของ หยก-ธัญย กันต์ ธนกิตติ์ธนานนท์ กับ “โอจีฟ” แฟนหนุ่มไฮโซก็ปิดฉากลง เพราะฝ่ายชายดันไปหลงเสน่ห์สาวหน้าหวาน พลอย จิน ดาโชติ งานนี้ทำเอาสาวหยก ถึงกับเฮิร์ตหนัก ตะลุยปาร์ตี้ฉลองความโสดอยู่บ่อย ๆ

ฟาก พิม-พิมพ์มาดา บริรักษ์ศุภกร ก็ขอแยกวงเลิกตีฉิ่งฉับกะไฮโซสาวหล่อ ก้อย-ภัทรา สหวัฒน์ ซะแล้ว แต่ฝ่ายพิมก็ไม่เคยพูดถึงสาเหตุที่ต้องแยกทางกัน ซึ่งพอเธอโสดไม่เท่าไหร่ ก็มีนักร้องรุ่นน้อง ว่าน-ธนกฤต พานิชวิทย์ มาดามใจทันที เพราะฝ่ายชายก็แอบปลื้มเธอมานาน แถมว่านก็เพิ่งจะห่างจากสาว มิ้นท์-มิณฑิตา วัฒนกุล เองเช่นกัน ประจวบเหมาะเด๊ะ เด๊ะ!!

“รักเร็วเลิกไว”

ก๊วนนี้ความรักจะมีอายุงานในการศึกษาไม่ถึง 7 ปี ประเดิมกันที่ คริส หอวัง และ อุ๋ย บุดดาเบลส เพราะพอสาวคริสดังปุ๊บก็อ้างว่าไม่มีเวลาให้แฟนหนุ่ม เลยขอเบรกความสัมพันธ์ไว้ทำเอาฝ่ายชายช้ำรักถึงกับแต่งเพลง “ลืมไปก่อน” มาประชดใจช้ำ ๆ ซึ่งสาวเนื้อหอม อย่างคริสก็โสดได้ไม่นานหันไปคบกับ “จูเนียร์” ทายาทสื่อดังทันที

เป็น “ซุปตา” ที่ความรักกับงานสวนทางกันตลอด สำหรับ ทาทา ยัง เพราะหลังจากคบแฟนหนุ่มนอกวงการ “พี่หมอ” ได้แค่ปีกว่า ๆ ก็ต้องสวมคอนเวิร์สเดินกันคนละทาง งานนี้เธอช้ำหนักถึงขั้นน้ำหนักลดฮวบเลยทีเดียว พระเอกไม้เลื้อยอย่าง ชาคริต แย้มนาม ก็เป็นอีกหนุ่มที่มักกินแห้วเรื่องรัก เพราะแฟนไฮโซ เพชร-บุญญาภาณิ์ เบญจรงคกุล ขอจบความสัมพันธ์ เพียงเพราะฝ่ายชายไม่มีเวลาให้

ต่อกันที่ เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ กับ ก้อย-รัชวิน วงศ์วิริยะ เป็นอีกคู่รักคู่ดัง แต่รักต้องมาพังเพียงเพราะงานยุ่ง ซึ่งทั้งคู่ต่างก็จากกันด้วยดีแบบไร้ปัญหามือที่ 3 ล่าสุดก้อยหันไปคบหาดูใจกับนักร้องหนุ่มฮอต ตูน บอดี้สแลม แล้ว ส่วนคู่ น้ำ-รพีภัทร เอกพันธุ์กุล กับ แนน-ปิยะดา ตุรงคกุล อันนี้ก็คบกันมาได้พักใหญ่ มีข่าวทะเลาะเบาะแว้งกันมาเรื่อย ๆ ซึ่ง สุดท้ายฝ่ายหญิงทนกับพฤติกรรมติดเพื่อนของแฟนหนุ่มไม่ไหว เลยขอเซย์กู๊ดบายด้วยเหมือนกัน

นอกจากนี้ก็มี หมิง-ชาลิสา บุญครองทรัพย์ และ เปรม บุษราคัมวงศ์ ที่กิ๊กกั๊กกันได้ไม่นาน แต่แล้วก็ต้องเลิกราไป เพราะจูนกันไม่ติด ฟาก โบวี่-อัฐมา ชีวนิชพันธ์ และ แมน-การิน ศตายุ หวานกันไม่ทันไรก็ต่างคนต่างไปซะแล้ว แต่ที่อึ้งสุด ๆ ต้องยกให้คู่รักรุ่นพี่ อย่าง แอน-นันทนา บุญหลง และ บอม สินเจริญ ที่แต่งงานกันหม้อข้าวยังไม่ทันดำก็เลิกรากัน แหม! เห็นแล้วเศร้าใจจริง ๆ

“ปีเสือดุ” ทำดาราช้ำรักไปหลายคู่ ก็ขอให้ “ปีเถาะ” ที่กำลังจะมาถึงนี้เป็นปีแห่งความสุขสมหวังมีแต่เรื่องดี ๆ เกิดขึ้นกันนะจ๊ะ เจอกันใหม่ปีหน้า บ๊าย บาย......

วัลภา ธีรสุขยอดยิ่ง รายงาน
รวมชีวิตรักดาราปี53 ปี'เสือดุ'เตียงหัก-รักพังระนาว
ที่มา เดลินิวส์

วันพฤหัสบดีที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2553

รวมละครเรื่องยอดฮิต...ที่เรตติ้งดีใน ปี 53

ช่อง 7 ละครฮา.. มาแรง “สาวใช้ไฮเทค”

ในปีเสือดุ คนไทยเจอแต่เรื่องเครียด ๆ อย่างที่รู้ ๆ กันอยู่ สิ่งใดที่เป็นการช่วยผ่อนคลายได้ก็ต้องรีบคว้าไว้ ถ้าพูดถึงละครทีวี ก็หันไปดูแนวเบาสมองฮา ๆ ขำ ๆ ไม่ต้องคิดอะไรมาก อย่างละครช่อง 7 ที่ได้รับความนิยมสูงสุดเมื่อเทียบกับละครช่องอื่น ๆ ที่ออกอากาศในปี 2553 มีเรตติ้งสูงถึง 16.6 คิดเป็นจำนวนผู้ชม 10.429 ล้านคน แน่นอนละครเรื่อง สาวใช้ไฮเทค ผลงานของค่ายดาราวิดีโอ นำแสดงโดย อรรคพันธ์ นะมาตร์, วรัทยา นิลคูหา ฯลฯ ขณะที่ละครช่วงเย็นในปีนี้ เรื่อง คุณชายตำระเบิด แนวสนุกสนานของค่ายดีด้าฯ ที่ครองแชมป์ความนิยมสูงสุด 4 สัปดาห์ติดต่อกัน เรตติ้งเฉลี่ยสูงสุด 16.6 คิดเป็นจำนวนผู้ชม 10.398 ล้านคน

ด้านละครบู๊แอ๊คชั่น ที่ช่อง 7 ครองแชมป์มาแล้วถึง 2 ปี คราวนี้ก็ยังได้อยู่ นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว ผลงานของค่าย คำพอดี เปิดตัวด้วยเรตติ้งสูงสุด 16.4 ส่วนละคร พระจันทร์ลายพยัคฆ์ เป็นการกลับมาพบกันอีกครั้งของ อั้ม-พัชราภา กับ ยุ้ย-จีรนันท์ ในรอบสิบปี ครองความนิยมสูงสุด 4 สัปดาห์ติดต่อกัน เรตติ้งเฉลี่ย 15.6 และเป็นละครแจ้งเกิดให้กับ อรรคพันธ์ นะมาตร์ กลายเป็นพระเอกเนื้อหอมที่มีงานชุกที่สุดแห่งปีทีเดียว ส่วน ละครแนวชีวิตน้ำเน่า ที่ตอกย้ำความแรงสุด ๆ ของละครหลังข่าว ต้องยกให้ รักใน ม่านเมฆ ของค่ายดีด้าฯ เรตติ้ง ต่อตอนสูงสุดในรอบปี โดยตอนจบมีเรตติ้งสูงถึง 21.5 ส่งผลให้ มีน-พีชญา วัฒนามนตรี นางเอกน้องใหม่แจ้งเกิดอย่างเต็มตัว

นอกจากนี้ยังมีละครหลังข่าวเรื่องอื่น ๆ ที่ได้รับความนิยมจากผู้ชมอย่างท่วมท้น อาทิ หงส์ฟ้า (13.5), ตะวันยอแสง (12.6), นักฆ่าขนตางอน (11.9), เจ้าสาวริมทาง (11.8) พ่อหนูเป็นซูเปอร์สตาร์ (11.7) ฯลฯ ขณะที่ละครช่วงเย็นก็ไม่เบา คนดูยังแน่นปึ้กเหมือนเดิม อาทิ แม่ศรีไพร (14.3) บ้านนาคาเฟ่ (11.4) ปอบอพารต์เม้นท์ (10.5) ฯลฯ ส่วนละครซิทคอม ทางช่อง 7 สี ในวันเสาร์-อาทิตย์ ก็ได้รับความนิยมจากคนดูทั่วประเทศ ชนิดว่าเหนือคู่แข่งในช่วงเวลาเดียวกัน อาทิ สายสืบเสียงทอง (5.1) รักกระหน่ำซัมเมอร์เซล (4.8) ศึกวันชูใจ (4.5) วัยป่วนก๊วนล่าฝัน (4.4) และอีกหลายเรื่อง ส่งท้ายปลายปี 53 กับละคร วันพ่อ ลูกโขน เรื่องราวเกี่ยวกับศิลปะการเล่นโขนและมวยไทย ที่เรตติ้งเฉลี่ย 12.9 ในขณะที่ตอนจบมีเรตติ้งสูงถึง 16.2 คิดเป็นจำนวนผู้ชม 10.148 ล้านคน สรุปในปี 53 ช่อง 7 สีมีผลงานละครทีวีที่ออกอากาศสู่สายตาผู้ชม 42 เรื่อง ในจำนวนละครหลายต่อหลายเรื่องนั้น ทำให้หนุ่ม-สาวคนรุ่นใหม่ ที่มีพรสวรรค์ด้านการแสดง แจ้งเกิดในวงการบันเทิงเพียบ อาทิ พีชญา วัฒนามนตรี (เรือนซ่อนรัก, รักในม่านเมฆ) ฝนทิพย์ วัชรตระกูล (คุณพ่อหวานแหวว) พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ (นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว) ฯลฯ

สำหรับในปี 54 ที่กำลังจะมาถึง แฟนละครช่อง 7 สี เตรียมพบกับละครหลากหลายรสหลายแนว จากบทประพันธ์ชื่อดัง อาทิ ทวิภพ, ฟ้าจรดทราย, ในรอยรัก, ค่าของคน, เสือสั่งฟ้า, คู่แค้นแสนรัก, เสน่ห์บางกอก ฯลฯ ติดตามชมอย่างต่อเนื่อง เพราะช่อง 7 สีทีวีเพื่อคุณจริง ๆ

ช่อง 3 ต้องยกให้! หวานหวาน ซุปตาร์ตัวแม่ “ระบำดวงดาว”

ด้านละครวิก 3 พระราม 4 ในปี 53 ก็มาแรง เรียกว่าบี้กันมาสุด ๆ โดยสำรวจความนิยมจากผู้ชมละครช่อง 3 แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ ผู้ชมทั่วประเทศ กับ ผู้ชมกลุ่มคนเมือง ละครหลังข่าวที่ชนะใจผู้ชมทั่วประเทศมากที่สุด คือ ทัดดาวบุษยา เจ้าฮะ ๆ กาแฟมั้ยฮะ? วลีเด็ดที่กลับมาฮิตอีกครั้งในปีนี้ ตามมาด้วย หวานใจกับนายจอมหยิ่ง ละครม้ามืดมาแรง เจ้าของตำแหน่งเรตติ้งเฉลี่ยสูงสุดในรอบปีของช่อง 3 และก็มาถึงละคร วิวาห์ว้าวุ่น เป็นการพบกันครั้งแรกของพระ-นางชื่อดังสุด ๆ อย่าง เคน-ธีรเดช กับ ชมพู่-อารยา ในขณะที่ละคร ระบำดวงดาว ที่เจอหน้าใครก็มักจะเรียก หวานหวาน...ซุปตาร์ตัวแม่ ที่ต้องยกนิ้วให้ เป็นละครอันดับหนึ่ง ที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากผู้ชมกลุ่มคนเมือง โดยเฉพาะบรรดาสาว ๆ จะติดธุระที่ไหนอย่างไร ก็จะรีบกลับบ้านไปดูหวานหวาน สวมบทโดย พลอย-เฌอมาลย์ ที่เล่นร้ายได้ใจ จนผู้ชมอินไปกับเธอทุกครั้งที่โผล่หน้าจอ ที่แน่ ๆ ละครเรื่องนี้ ทำให้ “ลีเดีย-ศรัณย์รัชต์” นักร้องสาวที่น่ารัก ได้แจ้งเกิดในฐานะนางเอกละครครั้งแรก จากบท เหมย ที่ผู้ชมต่างก็ปรบมือให้กับผลงานชิ้นนี้ที่เธอทุ่มเทอย่างสุดฝีมือ

แต่ละคร ระบำดวงดาว ที่ว่าแน่และได้รับความนิยมอันดับหนึ่ง จากผู้ชมกลุ่มคนเมือง จริง ๆ แล้วเฉือน ละครวนิดา ไปนิส... เดียว ก็เพราะพันตรีประจักษ์หล่อเข้มโดนใจสาว ๆ ในขณะที่วนิดาก็กลายเป็นที่หมายปองของหนุ่ม ๆ ไปทั้งประเทศ ถ้าคนไหนยังไม่มีแฟน ก็อยากมีแฟนที่สวยเรียบร้อย เหมือนวนิดา (เฮ่อ...ฝันหวานไปเหอะ) ตามด้วย ละคร หวานใจกับนายจอมหยิ่ง และที่ได้รับความนิยมอันดับ 4 ต้องละครเรื่องนี้เลย 4 หัวใจแห่งขุนเขา : ธาราหิมาลัย โปรเจคท์บิ๊กเบิ้มฉลอง 40 ปีช่อง 3 เล่นเอานักแสดงชาย-หญิงหน้าใหม่เอี่ยมอ่อง เดินพาเหรดแจ้งเกิดกันถ้วนหน้า ละคร วิวาห์ว้าวุ่น ตามมาอันดับ 5 และอันดับ 6 ทัดดาว บุษยา และ 4 หัวใจแห่งขุนเขา : ดวงใจอัคนี เป็นอันดับ 7 และ อันดับ 8 ละคร กุหลาบไร้หนาม เป็นการเปิดตัว นางเอกใหม่ ญาญ่า-อุรัสยา เล่นคู่พระเอก โฬม-พัชฏะ

ส่วนละครที่เป็นขวัญใจกลุ่มคู่วิวาห์ และคู่รักคู่เลิฟ 365 วันแห่งรัก ได้รับความนิยมจากผู้ชมกลุ่มคนเมืองไม่มากเท่าไหร่ แต่เพราะคู่พระ-นาง “เคน-ธีรเดช” กับ “แอน- ทองประสม” โคจรมาพบกันเป็นเรื่องที่ 5 บรรดาผู้ชมที่เป็นแฟนคลับของทั้งคู่ที่ยังประทับใจผลงานเรื่องก่อน ๆ ไม่สร่างซา ก็จะเฝ้าติดตามชมตลอด ปิดท้ายด้วย สวยเริ่ด เชิดโสด เป็นการประกบคู่ของ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ กับ ฟิล์ม-รัฐภูมิ ที่ฮือฮาออกมานอกจอ จนเกือบจะเป็นเรื่องซะแร้ว...ว

หากจะว่าไปแล้วโดยภาพ รวมละครของช่อง 3 มีให้ผู้ชมเลือก ดูแบบหลายรสหลายแนว แต่ เรตติ้งกลับไม่ค่อยสวย ในขณะที่กระแสละครแรงจัด...รับไปเต็ม ๆ ต่างกับละครช่อง 7 กระแสดูแผ่วไปหน่อย แต่เรตติ้ง กลับดี แต่ถึงจะยังไงก็ตาม หากดูกันที่ตัวเนื้อ หาละครรวมไปถึง นักแสดงระดับ ฝีมือ และผู้ผลิตละครจากค่ายต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นช่อง 3, ช่อง 7 หรือแม้แต่ช่อง 5 ละครทุกเรื่องในปีนี้ถือว่าโดนใจผู้ชมแบบเต็ม ๆ เกือบจะทุกเรื่องด้วยซ้ำไป เพียงแต่ว่าใครจะชอบดูแนวไหนมากกว่ากัน ก็จะเฉลี่ยกลุ่มผู้ชมออกไปตามกระแสบ้างอะไรบ้าง ทั้งนี้ทั้งนั้นผู้จัดละครทุกช่องก็พยายามสร้างสรรค์ละครดี ๆ เพื่อผู้ชมแบบสุดแรงเกิด ไม่เชื่อต้องตามไปดูละครปี 54 รับรองทั้งสนุกทั้งมันส์เลยจ้า

ช่อง 5 “มาลัยสามชาย” โดนใจผู้ชมถล่มทลาย

พูดถึงละครค่ายเอ็กแซ็กท์ ทางช่อง 5 ในปีนี้มีละครที่ออกอากาศประมาณ 7 เรื่อง ที่ได้รับความนิยมจากผู้ชมสูงสุด คือละคร มาลัยสามชาย จากผลงานที่ทุ่มเทสุดหัวใจ ของ บอย-ถกลเกียรติ วีรวรรณ ที่คนในวงการละครมักจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ละครอิงประวัติศาสตร์ ทำยาก และหินสุด ๆ ถ้ามือไม่ถึง ละครจะขาดความสมจริงและไม่น่าสนใจ แต่วันนี้เขาทำได้สุดยอดมาก ส่วนละครที่เรตติ้งไม่ค่อยดี ละคร จับตายวายร้ายสายสมร แสดงโดย แท่ง-ศักดิ์สิทธิ์ กับ น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์ ก็ไม่เป็นไรเนื้อหาอาจจะไม่โดนใจผู้ชมในขณะนั้น แต่ละครที่ตอกย้ำความแรงของนักร้องหนุ่มชื่อดัง บี้-สุกฤษฎิ์ พร้อมแจ้งเกิด ฮั่งตู๋ หมาแสนรู้ ที่ฟีเว่อร์ไปทั่วประเทศ คือ ดอกรักริมทาง ด้านละคร ตราบาปสีขาว ก็ส่งให้ “สิงโต-สิงหรัตน์” นักร้องจากเวที เดอะสตาร์ 5 ที่โดดมาเล่นละครครั้งแรก แจ้งเกิดได้อย่างสง่างาม อนาคตคงหนีไม่พ้น..นักแสดงชื่อดังระดับแถวหน้าของเมืองไทย

ใครที่เป็นแฟนละครทีวีตัวจริง เสียงจริง ขอบอกว่าปี 54 แต่ ละช่องแต่ละสถานี เตรียมละครเรียกว่าสุดยอดจริง ๆ มาฝากผู้ชมให้ได้อิ่มเอมกับความบันเทิง...สุขล้นจอ ส่วนจะมีอะไรยังไงบ้าง ติดตามชมหน้าจอเร็ว ๆ นี้ สวัสดีปีใหม่...บ๊าย...บาย ไอ เลิฟ ทุกคนเลยจ้า.

รวมละครเรื่องยอดฮิต...ที่เรตติ้งดีใน ปี 53
ที่มา เดลินิวส์

วันพุธที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2553

เลดี้ กาก้า ช็อก! โดนมือดีจับอกกลางกรุงปารีสต่อหน้าต่อตา

เลดี้ กาก้า ซูเปอร์สตาร์สาว ถึงกับช็อกหลังถูกมือดีซึ่งเป็นสตรีรายหนึ่ง จับหน้าอกเข้าเต็มเปากลางกรุงปารีส…ต่อหน้าต่อตา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.ว่า สเตฟานี โจแอนน์ เจอร์มาน็อตตา หรือ “เลดี้ กาก้า” นักร้องสาวชื่อดัง ถึงกับช็อกกลางกรุงปารีส ของฝรั่งเศส หลังจากที่เธอโดนมือดี คว่้าหมับเข้าที่หน้าอกของเธออย่างเต็มเปา ขณะที่เธอกำลังเดินทางออกจากโรงแรมที่พักเมื่อวานนี้ (22)

รายงานข่าวระบุว่า เหตุการณ์ที่ทำให้ ซูเปอร์สตาร์สาวชาวอเมริกันเชื้อสายอิตาเลียนวัย 24 ปีรายนี้ถึงกับ ออกอาการช็อกจนตัวแข็งเกิดขึ้น ขณะที่เธอกำลังเดินออกจากโรงแรมแห่งหนึ่ง ในนครหลวงของฝรั่งเศส โดยมีบรรดาแฟนคลับจำนวนหนึ่งมารายล้อมอยู่ด้านหน้าโรงแรม และในจังหวะที่นักร้องสาวเผลอ ได้มีมือที่สวมถุงมือหนังสีนำ้ตาลข้างหนึ่งย่ืนมาตะปบเต็มๆที่หน้าอกของเธอ ก่อนที่บอดี้การ์ดของนักร้องสาวจะป้องกันได้ทัน
ที่มา ไทยรัฐ

รายงานข่าวระบุว่า เรื่องที่น่าตกใจยิ่งกว่า คือการที่มือดีที่ลงมือก่อเหตุคราวนี้เป็นผู้หญิงเสียด้วย อย่างไรก็ดีรายงานไม่ได้ให้รายละเอียดมากนักเกี่ยวกับตัวหญิงผู้ก่อเหตุ และไม่มีการเปิดเผยว่า มีการจับกุมดำเนินคดีมือดีรายนี้หรือไม่

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าหลังจบการแสดงคอนเสิร์ตของเธอที่กรุงปารีส มีแฟนเพลงรายหนึ่งได้รับบาดเจ็บ จากการที่ เลดี้ กาก้าเหวี่ยงรองเท้าส้นสูงของเธอเข้าไปกลางหมู่แฟนเพลงตามธรรมเนียมของเธอด้วยเช่นกัน

สำนักข่าวCNN ยกกรณีม็อบเสื้อ แดงในไทย เป็นอันดับ 1 สุดยอดเหตุการณ์เปลี่ยน แปลงโลก

"ฮือฮา สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น ยกกรณีม็อบเสื้อ แดงในไทย เป็นอันดับ 1 สุดยอดเหตุการณ์เปลี่ยน แปลงโลก ซ้ำการส่ง “วิคเตอร์ บูท” ให้สหรัฐฯ ยังติดที่ 16...

เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานการจัดอันดับ 20 สุดยอดเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงโลกในปี 2553 พบว่า เหตุการณ์ประท้วงของคนเสื้อแดงไทยครองแชมป์ โดยการชุมนุมได้เริ่มต้นจนนำไปสู่การสลายการชุมนุมในอีก 2 เดือนต่อมา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 90 คน บาดเจ็บกว่า 1,400 คน และยังขยายการปราบ ปรามอย่างรุนแรงในอีก 7 จังหวัด

นอกจากนี้การส่งตัวนายวิคเตอร์ บูท ชาวรัสเซีย จากไทยไปดำเนินคดีที่สหรัฐฯ เป็นอีกหนึ่งเหตุ การณ์ในลำดับที่ 16 เพราะความพยายามอย่างหนักเป็นเวลานานหลายเดือนของรัฐบาลสหรัฐฯที่ต้องการตัว นายบูทจากไทย.

ที่มา ไทยรัฐ

วันอังคารที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2553

เผยฉายานักการเมืองปี 53 “รัฐบาลรอดฉุกเฉิน”

นักข่าวทำเนียบตั้งฉายารัฐบาล “รัฐบาลรอดฉุกเฉิน” ขณะที่ “ อภิสิทธิ์”ได้รับฉายา “ ซีมาร์คโลชั่น “

เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบได้มีติตั้งฉายารัฐบาลและรัฐมนตรีประจำปี 2553 ดังนี้ ฉายารัฐบาล คือ รัฐบาลรอดฉุกเฉิน เนื่องจากรัฐบาลต้องเผชิญกับวิกฤตหลายด้านและมีการประกาศใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 รวมทั้งรอดพ้นจากคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ท่ามกลางข้อกังขาจากสังคม ขณะนี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้รับฉายาว่า ซีมาร์คโลชั่น เนื่องในภาวะที่ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจโลก วิกฤติความขัดแย้งทางสังคมทั้งระดับประเทศ ลงไปถึงระดับครอบครัว เปรียบเสมือนผู้ป่วยหนักที่ต้องการยารักษาโรคให้หายขาด บางปัญหาต้องทำการผ่าตัด-ปรับโครงสร้าง-เปลี่ยนอวัยวะ สังคมคาดหวังว่านายกฯ จะเข้ามาแก้ไขปัญหาและรักษาอาการของประเทศได้ แต่ผลการปฏิบัติหน้าที่ของนายกฯ ยังทำได้ผลเพียงการบรรเทาโรค เปรียบเสมือนการใช้ “ซีม่าโลชั่น” ทาแก้คันเท่านั้น

นอกจากนั้นรัฐมนตรีที่ได้รับฉายาด้วยได้แก่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้รับฉายา ทศกัณฐ์กรำศึก เนื่องจากนายสุเทพถือว่าเป็นบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในทุกเรื่อ เปรียบเหมือนทศกัณฐ์ที่มีหลายหน้าและต้องเผชิญศึกหนักจากรอบด้าน พล.ต. สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ได้รับฉายา ลิ้นชาละวัน เนื่องผลงานในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ไม่เป็นที่ประจักษ์-เป็นรูปธรรม แต่บทบาทที่เด่นชัดคือการเดินสายเจรจาสร้างความปรองดองกับทุกพรรคการเมืองทั้งฝ่ายค้าน-รัฐบาล และกลุ่มผลประโยชน์ทางการเมืองทุกสี รวมทั้งการเจรจากับพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จนถูกวิจารณ์ว่าอยากเป็นนายกรัฐมนตรี นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต. ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี : ได้รับฉายา กริ๊ง...สิงสื่อ แม้จะพ้นจากการกำกับดูแลสื่อแล้วแต่มักโทรศัพท์สายตรงไปถึงกองบรรณาธิการ-สถานีโทรทัศน์ เพื่อชี้นำและกำหนดทิศทางในการนำเสนอประเด็นข่าว

นายกรณ์ จาติกวณิช รมว. คลัง ได้รับฉายา โย่งคาเฟ่ เนื่องจากรมว. คลังจำเป็นต้องมีภาพลักษณ์ที่น่าเชื่อถือ และส่งสัญญาณต่อความเชื่อมั่นเรื่องภาวะเศรษฐกิจ แต่นายกรณ์กลับแสดงออกไม่สมบทบาทขุนคลัง ในหลายกรณี อาทิ การเปิดผับเชียร์ฟุตบอลโลก การแสดงบทพ.ต. ประจักษ์ มหศักดิ์ คู่กับแอฟ ทักษอร ในละครวนิดา ภาคปลดหนี้ จนถูกวิจารณ์ว่ามีพฤติกรรมที่เน้นสร้างความบันเทิง-เฮฮา นายมั่น พัธโนทัย รมช. คลัง ได้รับฉายา หยากไย่ เนื่องจากเป็นนักการเมืองรุ่นเก่าที่ได้เข้ามาร่วมรัฐบาลชนิดที่หลายฝ่ายคาดไม่ถึง ไม่มีผลงานชัดเจน แต่ก็ยังชักใย-เกาะติดอยู่กับฝ่ายรัฐบาลได้ทุกยุค เปรียบเหมือน “หยากไย่” ที่เกาะอยู่ในบ้านเรือน ที่ไม่มีประโยชน์ รอวันถูกปัด-กวาดทิ้ง

นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว. มหาดไทย ได้รับฉายา เสืออิ่ม สิงห์โอด เนื่องจากถูกวิจารณ์เรื่องความไม่ชอบมาพากลสารพัดโครงการ การแต่งตั้งโยกย้ายที่ถูกร้องเรียนว่าไม่เป็นธรรมมากที่สุด ทำลายสถิติเรื่องการมีว่าที่ปลัดกระทรวงมากที่สุด จนนักปกครองทุกสีทั้ง สิงห์ดำ-สิงห์แดง-สิงห์ขาวออกมาโอดครวญ เพราะถูก “เสือ” เจ้ากระทรวงขย้ำจนไม่เหลือความเป็น “สิงห์” ขณะที่เสือ-คนรอบตัว รมว.กลับอิ่มหมีพีมันเสพสุข พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว. กลาโหม ได้รับฉายา ป้อมทะลุเป้า แม้คนภายนอกมองว่าบทบาทของเขาไม่โดดเด่น แต่ในความเป็นจริงเขากลับสร้างผลงานได้ทะลุเป้าในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการกุมอำนาจในฝ่ายความมั่นคง การปฏิบัติการกระชับพื้นที่ชุมนุมย่านราชประสงค์ การขออนุมัติใช้งบของกองทัพทั้งงบลับ-งบแจ้งที่ถูกครหาว่าสูงเป็นประวัติการณ์ การได้รับอนุมัติจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์จากรัฐบาลทุกรูปแบบ ทุกเงื่อนไข ทำให้เป็นปีที่ “ป้อมทะลุทุกเป้า”

นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว. เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้รับฉายา หัวเทียนบอด-แบน เป็นคนหนุ่มไฟแรงที่นายกฯ ตั้งความหวังเอาไว้มากว่าจะเข้ามาพัฒนาระบบไอทีของประเทศ แต่ทั้งนายกฯ และคนไทยกลับต้องผิดหวังแทบทุกเรื่อง เพราะทั้งระบบ 3 จี บัตรประชาชนอเนกประสงค์ (สมาร์ทการ์ด) ทุกโครงการยังไม่สำเร็จ นางพรทิวา นาคาศัย รมว. พาณิชย์ ได้รับฉายา นาง “ฟ้า” สต็อคลม เพราะเป็นอดีตแอร์โฮสเตสทและเข้าฐานะรมว. พาณิชย์ ต้องค้า-ขายบริหารสินค้าเกษตร และระบายสต็อกสินค้าเกษตรทั้งหมด แต่ทุกครั้งที่มีการเปิดประมูลสินค้าเกษตร มักมีปัญหาส่อความไม่ชอบมาพากล

สำหรับวาทะแห่งปี2553 คือ “ถ้าเลือกตั้งแล้วนองเลือด แล้วผมชนะ ผมไม่เอาหรอก” ซึ่งเป็นการให้สัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2553 ที่โรงแรมเซนทาราแกรนด์ อนึ่ง ที่ประชุมสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล ได้ตัดสิทธิสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ในการเข้าร่วมประชุมและเผยแพร่ฉายารัฐบาล เนื่องจากในปี 2552 ได้มีการเผยแพร่ข้อมูลฉายารัฐบาลประจำปี 2552 พร้อมเบื้องหลัง ก่อนวันเวลาที่กำหนด

เผยฉายานักการเมืองปี 53 “รัฐบาลรอดฉุกเฉิน”
ที่มา เดลินิวส์

วันจันทร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2553

เจ้าพ่อหนังสือ'เพลย์บอย'วัยดึกประกาศหมั้นสาววัย24

เจ้าพ่อหนังสือ'เพลย์บอย'วัยดึกประกาศหมั้นสาววัย24
ผู้ก่อตั้งนิตยสาร “เพลย์บอย” ฮิวจ์ เฮฟเนอร์ อายุ 84 ปี ประกาศหมั้นสาววัย 24 เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.ที่ผ่านมา

วันนี้ 27 ธ.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ฮิวจ์ เฮฟเนอร์ ผู้ก่อตั้งนิตยสาร “เพลย์บอย” ซึ่งปัจจุบันอยู่ในวัย 84 ปี ระบุในข้อความที่เขาโพสต์ขึ้นทวิตเตอร์เมื่อวันเสาร์(25)ว่า เขากำลังจะแต่งงานเป็นครั้งที่สาม โดยที่เขากับแฟนสาวของเขา คือ คริสตอล แฮร์ริส วัย 24 ปี ได้หมั่นกันเรียบร้อยแล้วเมื่อวันศุกร์(24)ที่ผ่านมา

“ตอนที่ผมมอบแหวนให้แก่คริสตอลนั้น เธอน้ำหูน้ำตาไหลอย่างกลั่นไม่อยู่ นี่เป็นสุดสัปดาห์เทศกาลคริสต์มาสที่ผมมีความสุขที่สุดเท่าที่ผมจำได้ทีเดียว” เฮฟเนอร์ระบุในขัอความที่เขาทวีต ทั้งนี้ คริสตอล แฮร์รัส เคยเป็น “เพลย์บอย เพลย์เมต ออฟ เดอะ มันธ์” (นั่นคือเป็นนางแบบเปลือยในหน้าคู่กลางเล่ม ของนิตยสารเพลย์บอย) ฉบับประจำเดือนธันวาคม 2009

เฮฟเนอร์ ซึ่งก่อตั้งนิตยสารชื่อดังฉบับนี้ในปี 1953 เคยแต่งงานมาแล้ว 2 ครั้ง โดยเขาได้หย่าขาดจาก มิลเดรด วิลเลียมส์ ภรรยาคนแรกในปี 1959 และหย่ากับ คิมเบอร์ลีย์ คอนแรด ภรรยาคนที่สองของเขาเมื่อต้นปีนี้เอง บุรุษผู้เป็นที่รู้จักกันทั่วโลกในชื่อเล่นว่า “เฮฟ” ผู้นี้ มีชื่อเสียงโด่งดังจากการเรียกร้องเสรีภาพทางเพศ และสิทธิพลเมือง โดยนิตยสารเพลย์บอยนอกจากเลื่องลือในเรื่องภาพเปลือยของสาวๆ แล้ว ยังตีพิมพ์เรื่องจำนวนมากที่เป็นการท้าทายสงครามเวียดนาม และ ลัทธิแมคคาร์ธี อีกทั้งยังหนุนหลังสิทธิของชาวรักร่วมเพศ และการรณรงค์ให้การเสพกัญชาเป็นสิ่งถูกกฎหมาย

ที่มา เดลินิวส์