วันพุธที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2553

นู้ดคนดังจีนว่อนทั่วเน็ต: คนบันเทิงผวาภัยกล้องถ่ายทะลุเสื้อผ้า

นู้ดคนดังจีนว่อนทั่วเน็ต: คนบันเทิงผวาภัยกล้องถ่ายทะลุเสื้อผ้า กลายเป็นเรื่องอื้อฉาวระดับชาติ เมื่อนักกีฬากระโดดน้ำซุปเปอร์สตาร์ “กัวจิงจิง” ต้องตกเป็นเหยื่อของกล้องอินฟราเรด ที่สามารถถ่ายภาพบันทึกวิดีโอ ทะลุไปถึงผิวกายใต้ร่มผ้าของสาว ๆ ที่ร้ายแรงไปกว่านั้น เหตุที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงเป็นแค่พฤติกรรมของพวกลามกอนาจาร แต่เป็นเรื่องที่ทำกันเป็นธุรกิจ กับการขายภาพนู้ดด้วยกล้องชนิดพิเศษของสาว ๆ คนดัง ผ่านเว็บไซต์ที่ตั้งอยู่นอกประเทศ

กัวจิงจิง ราชินีนักกระโดดน้ำวัย 28 ปีเจ้าของ 4 เหรียญทองโอลิมปิก ต้องตกเป็นเหยื่อของ 'กล้องถ่ายทะลุเสื้อผ้า' เมื่อวันที่ 10 ต.ค. ปรากฏคลิปนู้ดของเธอ ซึ่งมีความยาวประมาณ 7 นาที ที่ถ่ายทำระหว่างการแข่งขันครั้งหนึ่งด้วยเทคนิคพิเศษ และถูกเผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ต ในเว็บไซต์แห่งหนึ่ง ขณะที่ยังมีคลิปทำนองเดียวกันของนักกีฬากระโดดน้ำคนอื่นจากหลาย ๆ ชาติเผยแพร่ออกมาด้วยถึง 15 คลิป

Today's News สื่อจากประเทศไต้หวัน ได้วิเคราะห์ภาพดังกล่าวดูแล้ว พร้อมสันนิษฐานว่าคลิปชุดนี้น่าจะถูกบันทึกโดย 'คนใน' ผู้เกี่ยวข้องกับสถานที่จัดการแข่งขันหรือทีมนักกีฬา โดยสังเกตจากมุมภาพและระยะห่างของการถ่ายทำ ที่ไม่น่าจะมาจากกลุ่มผู้ชม

หลังเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น กัวจิงจิง ไม่ได้ออกมาปรากฏตัวต่อสาธารณะ แต่ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปทางแฟนหนุ่มของเธอ เพื่อสอบถามถึงเรื่องนี้ โดยแฟนหนุ่มของนักกีฬาสาวคนดังกล่าวว่า "เหตุการณ์ยังไม่ได้มีการพิสูจน์ความจริงใด ๆ ผมคงไม่สามารถตอบคำถามแบบนี้ได้ พวกเธอเป็นตัวแทนของชาติ รัฐบาลควรเข้ามาจัดการกับปัญหาพวกนี้ ผมเองไม่สะดวกใจที่จะแสดงความคิดเห็นเลยจริง ๆ"

ไม่ใช่เพียงคนลามก แต่ทำกันเป็นธุรกิจ

ไม่ใช่เพียง กัวจิงจิง เท่านั้นที่ต้องถูกล่วงละเมิดด้วยเทคโนโลยีการถ่ายภาพ แต่มีการเปิดเผยว่าพฤติกรรมดังกล่าวทำกันแบบธุรกิจโดยพ่อค้าจอมลามก ที่เปิดเว็บไซต์ไว้ในสหรัฐฯ และอ้างว่ามีภาพจากกล้องถ่ายละทุเสื้อผ้าของนักแสดงสาวจากทั้ง ฮ่องกง, จีนแผ่นดินใหญ่ และไต้หวัน สำหรับจำหน่ายจำนวนมาก

ตามข้อมูล เว็บไซต์ลามกอนาจารดังกล่าวซึ่งต้องสมัครสมาชิกเท่านั้น ถึงเข้าดูเนื้อหาต่าง ๆ ได้ จดทะเทียบในประเทศสหรัฐอเมริกา และเปิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2006 แล้ว โดยในเว็บไซต์มีการอ้างถึงกฎหมายของสหรัฐฯ ว่าเนื้อหาทั้งหมดในเว็บไซต์เหมาะสมสำหรับผู้มีอายุ 18 ปีขึ้นไปเท่านั้น โดยเป็นคำเตือนที่เขียนขึ้นถึง 3 ภาษา ได้แก่ อังกฤษ, จีน และญี่ปุ่น

อย่างไรก็ตามถึงแม้จะเป็นเว็บไซต์ที่จดทะเบียนกันในสหรัฐฯ แต่เนื้อหาส่วนใหญ่ล้วนเกี่ยวข้องกับคนดังชาวจีน, ฮ่องกง และไต้หวัน ซึ่งผู้สื่อข่าวยังคงไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า ภาพของคนดังหลาย ๆ คนในเว็บไซต์เป็นของจริงหรือไม่

โดยเว็บไซต์ฉาวอ้างว่ามีภาพวาบหวิวที่บันทึกด้วยเทคโนโลยีประเภทนี้ ของคนดังจากแวดวงต่าง ๆ ทั้ง นักร้อง, ดารา, นางแบบ, พิธีกร หรือสาวพริตตี้ในงานต่าง ๆ พร้อมอ้างว่าพวกเขามีภาพนู้ดเต็มตัวซึ่งจะเผยให้เห็นถึง 'สามจุดสงวน' ของคนดังสาว ๆ ขายกันในราคา 10 เหรียญสหรัฐฯ โดยลูกค้าสามารถเข้าชมภาพแบบออนไลน์ หรือดาวโหลดมาเก็บไว้ที่บ้านก็ได้

นอกจากนักกีฬาชื่อดังระดับโลกอย่าง กัวจิงจิง แล้วเว็บไซต์ยังอ้างว่ามีภาพในลักษณะเดียวกันนี้ของคนดังอีกมายมาย อาทิ ฟานปิงปิง, หลี่ปิงปิง สองนางเอกจากจีนแผ่นดินใหญ่ ขณะที่ดาราสาวชื่อดังอย่าง เฉินฮุ่ยหลิน, เสอซื่อมั่น, โจวฮุ่ยหมิ่น, หลี่ซานซาน อยู่ในรายชื่อของหมวดหมู่ Coming Soon (เร็ว ๆ นี้)

ดาราผวาภัยกล้องทะลุเสื้อผ้า

ณ ขณะนี้สถานการณ์ต่าง ๆ ยังควบคุมไม่ได้, ยังไม่มีการพิสูจน์ความจริง และยังไม่มีการดำเนินการกับผู้ประกอบธุรกิจลามกอนาจารรายนี้แต่อย่างใด จนกลายเป็นความหวั่นวิตกและหวาดระแวง สำหรับดาราสาวหลาย ๆ คนในวงการบันเทิงจีน

นักแสดงสาวคุณแม่ลูกหนึ่งเฉินฮุ่ยหลิน เป็นอีกคนที่กล่าวแสดงความไม่พอใจต่อเรื่องนี้ "เป็นเรื่องโง่มาก ๆ ฉันหวังว่าจะไม่มีใครเสียเวลาไปทำเรื่องแบบนี้" เช่นเดียวกับนักแสดงสาวชาวไต้หวัน หยางเฉิงหลิน และนักร้องสาว เจียงยั่วหลินที่กล่าวต่อภัยมืดครั้งนี้ว่า "ฉันไม่คิดว่าเฉพาะดาราหญิงที่กลัวการแอบถ่ายแบบนี้นะคะ แต่พวกผู้ชายก็กลัวกันมาก"

อดีตมิสฮ่องกงปี 1996 หลีซานซาน ที่ถูกอ้างชื่อว่าจะมีภาพหวิวด้วยกล้องทะลุเสื้อผ้าของเธอให้ชมในเร็ว ๆ นี้ กล่าวอย่างมีอารมณ์โดยเฉพาะกับคำวิจารณ์ที่ว่า ปกติดาราสาว ๆ ก็ชอบแต่งกายอวดหุ่นกันเป็นปกติอยู่แล้ว จึงไม่น่าจะวิตกกังวลอะไรกับเรื่องแบบนี้ ... "ต่ำมาก ๆ กับเรื่องแบบนี้ เราแค่อยากแต่งตัวสวย ๆ กันเท่านั้น แต่คนต่ำ ๆ พวกนี้กลับพยายามแอบถ่ายภาพพวกเรา ถึงแม้ว่าสุดท้ายแล้วภาพถ่ายและวิดีโอต่าง ๆ อาจจะเป็นของปลอม แต่ฉันก็ยังรู้สึกว่าตนเองถูกล่วงละเมิด มันแทบไม่ต่างอะไรกับการถูกข่มขืนเลยค่ะ ฉันคิดว่ารัฐบาลต้องอะไรแล้ว ปกป้องความเป็นส่วนตัวของเราบ้าง"

เช่นเดียวกับสองนักแสดงสาวจากทีวีบี อู่หย่งเว่ย และเฉินหมิ่นจือ ที่คิดว่า ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่ว่าผู้หญิงแต่งตัวเซ็กซี่หรือวาบหวิวแค่ไหน เพราะปกติเสื้อผ้าล้วนออกแบบให้มีการปิดบังส่วนต่าง ๆ ของร่างกายอยู่แล้ว “มันน่าโมโหมากค่ะ ผู้หญิงไม่ควรจะถูกล่วงละเมิดแบบนี้” สองสาวกล่าว

เจิ้งต๊ะไว นักสืบฮ่องกงออกมาให้ข้อมูลถึงเรื่องนี้ว่า กล้องถ่ายทะลุเสื้อผ้าไม่ใช่ของใหม่ แต่ถูกใช้มานานนับ 10 ปีแล้ว และไม่ใช่ขั้นตอนที่ยุ่งยากอะไรหากคิดจะทำ เพียงแค่เป็นเจ้าของกล้องที่มีอ็อปชั่นการถ่ายด้วยอินฟราเรด และฟิลเตอร์ ก็สามารถถ่ายภาพใต้ร่มผ้าของสาว ๆ ได้แล้ว

"มันเป็นขั้นตอนง่าย ๆ ที่ไม่ได้ต้องการเทคนิคขั้นสูงส่งอะไร" นักสืบรุ่นใหญ่กล่าว พร้อมแนะนำว่า กล้องจะไม่สามารถถ่ายผ่านเสื้อผ้าที่ทอด้วยเส้นใยบางชนิด เช่น ผ้าฝ้ายได้ แต่จะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพกับเสื้อผ้าที่ทำจากไนลอน หรือชุดว่ายน้ำ เขายังเตือนไปถึงสาว ๆ ว่าการระแวดระวังตนเอง และสังเกตคนที่จดจ่ออยู่กับกล้อง ในสถานที่อย่างสระว่ายน้ำ ถือเป็นการป้องกันตัวเองอันดับแรกที่ทำได้ทันที
นักกระโดดน้ำซุปเปอร์สตาร์ "กัวจิงจิง" ที่ถูกยกย่องให้เป็นสมบัติของชาติ
เว็บไซต์อ้างว่ามีภาพแอบถ่ายของดาราสาวอีกหลายคน พร้อมวางจำหน่ายทางอินเตอร์เน็ตในเร็ว ๆ นี้
อู่หย่งเว่ย, เฉินหมิ่นจือ: "มันไม่ได้เกี่ยวกับว่าผู้หญิงแต่งตัวเซ็กซี่หรือวาบหวิวแค่ไหน ผู้หญิงไม่ควรจะถูกล่วงละเมิดแบบนี้”"
เจียงยั่วหลิน, หยางเฉิงหลิน: "ฉันไม่คิดว่าเฉพาะดาราหญิงที่กลัวการแอบถ่ายแบบนี้นะคะ แต่พวกผู้ชายก็กลัวกันมาก"
หลี่ซานซาน: "สุดท้ายแล้วภาพถ่ายและวิดีโอต่าง ๆ อาจจะเป็นของปลอม แต่ฉันก็ยังรู้สึกว่าตนเองถูกล่วงละเมิด"
ที่มา โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

“เป๊ก” ยันเรื่อง “พิ้งกี้” เป็นอดีต ด้านฝ่ายหญิงเตรียมประกาศอำลาวงการคืนนี้

“เป๊ก” โร่แจ้งความหามือคนปล่อยคลิป ยันเรื่องทุกอย่างเป็นอดีตที่ผ่านมาแล้ว ลั่นขอรับผิดคนเดียว ขอโทษธัญญ่าและครอบครัว ขอโทษ “พิ้งกี้” ที่ทำให้เสียหาย และขอโทษครอบครัวตนเองที่ต้องมาโดนวิพากษ์วิจารณ์ในอินเตอร์เน็ต บ่นชีวิตครอบครัวกำลังจะดีอยู่แล้ว ไม่น่าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นเลย ด้านพิ้งกี้เตรียมประกาศอำลาวงการยุติปัญหาทุกอย่าง
หลังจากที่มีคลิปเสียงการทะเลาะกันระหว่าง “เป๊ก สัณชัย เองตระกูล” กับภรรยา “ธัญญ่า ธัญญาเรศ เองตระกูล” หลุดว่อนอินเทอร์เน็ต จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ว่า ฝ่ายชายมีการใช้คำพูดที่รุนแรงเกินไป ล่าสุด เป๊ก สัณชัย ก็ได้เดินทางไปที่กองปราบปรามเพื่อเข้าแจ้งความดำเนินคดีตามหาผู้ปล่อยคลิปและระงับการเผยแพร่ โดยมี พ.ต.ต.จตุพร งามสุวิชชากุล เป็นผู้รับเรื่อง

โดย เป๊ก สัณชัย ใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมงในการให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนจะออกมาเปิดเผยถึงเรื่องราวดังกล่าว ยอมรับว่า คลิปเสียงที่หลุดออกไปนั้นเป็นเสียงของตนจริง ซึ่งขณะนั้นทะเลาะกับธัญญ่าภรรยาสาวคนดัง และต้องขอโทษด้วยที่มีการใช้คำพูดหยาบคาย เนื่องจากคิดถึงลูก ไม่ได้เจอหน้าลูกนานแล้ว อย่างไรก็ตาม ในภายหลังก็ได้มีการปรับความเข้าใจกันเรียบร้อยแล้ว

“วันนี้ผมได้มาแจ้งความเกี่ยวกับเรื่องคลิป ทางตำรวจเขาไม่ได้ให้ผมพูดอะไร เราก็ปล่อยให้เขาดำเนินไปตามขั้นตอน ก็อยากจะให้ระงับการเผยแพร่สื่อและหาคนที่ปล่อยคลิปคนแรก คือคลิปนี้มันเป็นคลิปที่ผมพูดจริงๆ เป็นคลิปที่ผมทะเลาะกับธัญญ่าก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับครอบครัวนะครับ ตอนนั้นเวลานั้นมันมีอารมณ์ที่แบบคิดถึงลูก ผมไม่ได้เจอลูกมานานแล้ว มันเป็นอารมณ์ชั่ววูบที่ทำให้ผมโมโหขึ้นมา ผมก็ยอมรับผิดว่า พูดจาไม่ดีหยาบคายนิดหน่อย...ก็ไม่นิดหน่อยหรอกครับเยอะเลย และก็ลามไปถึงแม่เขาด้วย ผมก็ต้องขอโทษธัญญ่าและคุณแม่ของธัญญ่าด้วย”

“แต่จริงๆ คลิปต่างๆ หรือข่าวต่างๆ ที่ออกมา มันเป็นเรื่องราวที่ผ่านมานานมากแล้ว อย่างน้อยๆ ก็ประมาณ 4 - 5 เดือนขึ้นไป ซึ่งจากวันนั้นจนถึงวันนี้ผมได้แก้ปัญหาไปจนหมดแล้ว ผมรู้ว่าผมผิดเคยออกมาพูดแล้ว และได้แก้ปัญหาทุกอย่างแล้ว ถ้าย้อนไปเมื่อสองอาทิตย์ที่แล้ว ผมก็พึ่งจะได้ไปหาธัญญ่าที่อเมริกามา ก็คุยกันดีทุกอย่างแล้ว กับคุณแม่ก็คุยกันดี แต่พอมีคลิปนี้เกิดขึ้นมันก็จะย้อนให้มามีปัญหาอีกครั้งหนึ่ง”

ปฏิเสธยังไม่ได้ฟังคลิปอื่นๆ
“คลิปอื่นๆ ผมยังไม่ได้ฟัง อย่างไรก็แล้วแต่ผมก็ต้องขอโทษครอบครัวน้องเขาด้วยที่ทำให้มีข่าวเสียหายแบบนี้เกิดขึ้นมาอีกครั้งนะครับ และก็จริงๆ แล้วเนี่ยคนที่ผิดก็คือผมคนเดียว เรื่องราวมันก็น่าจะจบไปตั้งนานแล้ว ถึงวันนี้ก็ไม่รู้ว่า มีคนไม่หวังดีเอาข่าวเรื่องพวกนี้มาบอกทำไม ตอนนี้ธัญญ่าก็เครียดจนไม่สบาย เส้นเลือดฝอยตาแตก ผมคงต้องลางานและกลับไปหาเขาอาทิตย์หน้า”

“ผลกระทบเรื่องนี้มาถึงครอบครัวผมด้วย คุณพ่อผมเนี่ยโดนว่าทางอินเตอร์เน็ตเต็มไปหมดเลย ซึ่งท่านไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วยเลย ส่วนน้องเขาซึ่งมีหน้าที่การงานที่ดีเป็นนักแสดงสังกัดช่อง 3 มีผู้จัดช่อง 3 ดูแลเป็นคนมีความสามารถก็น่าจะมีอนาคตที่ดี แต่ก็มีข่าวลือว่าจะถูกถอดออก ผมก็ไม่รู้ว่าอนาคตน้องเขาจะเป็นยังไงก็ต้องขอโทษครอบครัวเขาด้วย และผมก็อยากให้คนที่ไม่ประสงค์ดีและให้ข่าวมาตลอดเวลาเนี่ยพอเถอะครับ เพราะมันล่วงเกินมานานแล้ว มันน่าจะจบไปตั้งนานแล้ว ผมเองก็ได้เดินหน้าต่อไปกับครอบครัว ทางน้องเองจะได้ทำงานทำการของเขาไป ไม่งั้นจะมีผลกระทบหลายด้าน”

“ส่วนกับคนที่ปล่อยคลิปจริงๆ ผมก็ไม่ได้อยากเอาเรื่องอะไรกับเขามากมาย แต่อยากจะให้สื่อต่างๆ ที่ลงคลิปผมอยู่ช่วยระงับ มันน่าเกลียดมันเป็นเรื่องในครอบครัวสามีภรรยากัน แต่ถ้าจะมีคลิปหลุดออกมาอีกผมก็คงต้องดำเนินคดีครับ ผมก็ได้แจ้งเอาไว้แล้ว และอย่างที่บอกก็ต้องขอโทษทุกคนที่เกี่ยวข้องให้ข่าว ไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อคุณแม่ผมเองที่โดนว่าในอินเตอร์เน็ต คุณพ่อคุณแม่ของธัญญ่า ตัวธัญญ่าเองที่ต้องไม่สบาย ตัวน้องเองที่อนาคตเรื่องการงานจะเป็นยังไง ผมก็ต้องขอโทษจริงๆ ครับ ผมบอกแล้วว่า ผมยอมรับผิดคนเดียวขอให้เรื่องมันจบดีกว่า”

จากนั้นผู้สื่อข่าวก็ได้ถามถึงสถานภาพทางครอบครัวขณะนี้เป็นอย่างไรบ้าง เจ้าตัวก็ตอบคำถามเพียงสั้นๆ ก่อนจะขอตัวเดินทางกลับ
“ดีครับ...แต่มันจะเละก็เพราะไอ้ข่าวที่ออกมานี่แหละครับ ก็ต้องขอโทษทุกๆ คนด้วยนะครับ”

ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

วันอังคารที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2553

"นางเอก ธ." กับ "แม่ พ." (ตอน2)

"นางเอก ธ." กับ "แม่ พ." (ตอน2)

ธ : มีอะไรกันได้ยังไงเค้ายังคบกันอยู่เลยยังมีอะไรกันอยู่เลยค่ะ

แม่ พ. : (ขึ้นเสียง) อะไรก็เค้าก็อยู่กับเราตลอดเวลา จะให้มีอะไรกันได้ยังไง

ธ : แม่ เค้าไม่ได้อยู่กับญ่าตลอดเวลาน่ะ ณ ที่เค้ามารับลูกสาวเราไปโรงพยาบาล แม่รู้หรือเปล่า หรือว่าแม่รับรู้ทุกอย่าง และเมื่ออาทิตย์ที่แล้วเค้าออกไปทานข้าวกัน แต่เค้าชวนพี่เจเจตรินไปด้วย แต่พี่เจไม่ออก และพี่จ.ก็บอกแล้วว่า รับไม่ได้กับการกระทำนี้ แม่รู้หรือเปล่า

แม่ พ. : กี้เป็นคนชวนป.ออกไปทานข้าว

ธ : ไม่ใช่ เค้าออกออกไปทานกันอยู่แล้ว พี่ป. กับพ.อยู่ด้วยกันและ ก็โทรมาชวนพี่เจออกไป

แม่ พ. : ไม่รู้เรื่อง อันนี้ไม่รู้เรื่อง

ธ : ค่ะ จริงๆ แล้วคุณการกระทำนี้มันอยู่ที่ลูกแม่ด้วยว่าไม่หยุด... ถ้าไม่หยุดไม่เป็นไร ทั้งพี่ป.และพ. ไม่เป็นไร เดี๋ยว ธ.จะหลีกทางให้ จริงๆ ก็เค้าคบกันเปิดเผย จดทะเบียนเลยก็ได้เด่วจะหย่าให้

แม่ พ. : ไม่เอาหรอกจ้า คุณเอาไปเถอะ คุณมีลูกด้วยกันแล้ว ไม่ใช้ว่าเราต้องการอย่างนั่นอย่างนี้ แม่ก็อยากทำมาหากิน แม่ก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไรเหมือนธ. แม่ก็มีศีลธรรม น้องก็มีศีลธรรม

ธ : ถ้ามีศีลธรรมเค้าไม่ทำตั้งแต่แรกหรอกค่ะแม่

แม่ พ. : เอ่อ... จะว่ายังไงก็ว่าไปเถอะ มันก็ผิดไปแล้ว มันก็แล้วไปแล้ว แม่ก็ไม่รู้ว่าเค้ารู้สึกยังไงกันหรอก เอาอย่างนี้โอเค เราให้ทำมาหากินกันดีกว่า ธ.ก็ดูเป๊กให้ดีๆ ก็แล้วกัน อย่าให้มันไปไหนได้

ธ : ค่ะไม่เป็นไรหรอค่ะแม่ตอนนี้เค้าจะไปไหนก็เรื่องของเค้าแหละ แต่ว่า คือ ญ.ก็พยายามทำดีที่สุดแล้ว ถ้าพิ้งกี้กับพี่ป.ค้าจะรักกันจะคบกันไม่เป็นไร ก็ขอให้บอกกัน อย่ามาแอบๆ ซ่อนๆ

แม่ พ. : โอ…ไม่ได้มีแอบมีซ่อนอะไรหรอก แต่ว่าบางสิ่งบางอย่างที่มันออกไปเนี่ย บางทีมันเกินไป อย่างคุณถุงยางนักข่าวก็บอกว่า ธ.เป็นคนบอก ลูกเราไม่เคยเข้าร้านไม่เคยไปอะไร ถือก็ไม่เคยถือ
ธ : ไม่นะ…ธ.ไม่เคยบอกนักข่าวแม่..ธ.แค่เล่าให้เพื่อนธ.ฟังคนนึง ว่าธ.เจอถุงยางเป็น product of india

แม่ พ. : นักข่าวถามเราอย่างนั่นอย่างนี้ นักข่าวเอามาจากไหนเรื่องถุงยงถุงยาง

ธ : ธ.ว่า ถ้าจะให้มันจบด้วยดี บอกลูกสาวแม่ เลิกยุ่งกับสามีธ.ล่ะกัน หรือถ้ายังอยากยุ่งก็ไม่เป็นไร ธ.จะหลีกทางให้ แล้วก็คบกันไปเลย เปิดเผยกันไปเลย ถ้าจะให้ดี แม่และพ.ไม่ต้องติดต่อพี่ป.เลยจะดีกว่า จะขอบคุณมาก ธ.จะไม่มีการกล่าวถึงกันอีกเลยค่ะ

แม่ พ. : ช่วยบอกป.ด้วยก็แล้วกัน ก็แค่นั่นแหละ

ธ : ไม่เป็นไรค่ะ ไม่มันอยู่ที่ตัวลูกสาวแม่ด้วย ถ้ายืนยันที่จะไม่รับโทรศัพท์ หรือไม่โทรหา ทุกอย่างมันก็จะจบ ถึงแม้ผู้ชายเค้าจะเอา แต่ว่าเราไม่เอาซะอย่าง นึกออกไหมค่ะ มันก็ขึ้นกับตัวผู้หญิงสำคัญด้วย

แม่ พ. : มันไม่มีอะไรแล้ว
ธ : ก็ขอให้จริงล่ะกัน

แม่ พ. : มันไม่มีอะไรแล้ว จบก็จบไปแล้ว แม่ก็ขอ ว่าต่างคนต่างอยู่ก็แล้วกัน

ธ : ก็อย่างนั่นก็ต่างคนต่างอยู่ แม่ก็ไม่ควรที่จะมาโทรหาพี่ป. พ.ก็ไม่ควรจะโทรหาพี่ป.แบบนี้

แม่ พ. : แม่ไม่โทรหรอก แม่แก่แล้ว แม่จะถามจะทำไม เห็นเค้าพูดความจริงกันหรือเปล่า แม่จะถามว่า จะมาอาลัยอาวรณ์ หรือจะมาติดต่อ หรืออะไร ความจริงเราคนแก่แล้ว และอะไรกันอยู่ ช่วยหยุดๆ กันด้วยเถอะ

ธ : งั้นก็ขอร้อง ว่าไม่ต้องติดต่อกันแล้วน่ะค่ะ ทุกอย่างจะได้จบดีๆ ไม่อยากมีปัญหากับคัย แล้วก็อยากให้ครอบครัว พ่อ แม่ ลูก อยู่ด้วยกัน หรือ ถ้าพ. อยากได้ก็บอกล่ะกันไม่ใช่มาหลบๆ ซ่อนๆ แบบนี้ เพราะธ.ก็รู้สึกสกปรกที่จะต้องนอนกับสามีเราที่ไปมีอะไรกับผู้หญิงคนอื่น

แม่ พ. : ทำไมพูดแรงอย่างนี้

ธ : ก็ลูกแม่เค้ามีอะไรกับพี่ป.ง่ะ

แม่ พ. : ทำไม่พูดไม่ให้เกียรติ

ธ : ก็ไม่ให้เกียรติได้ยังไงก็เค้ามายุ่งมานอนกับสามีเราเค้าก็ไม่ให้เกียรติเราเหมือนกันน่ะ

แม่ พ. : จะพูดอะไรก็พูดไปเถอะ

ธ : ค่ะ..... ก็ขอร้องว่าไม่ต้องโทร ไม่ต้องติดต่อกับพี่ป.แล้ว ก็เลิกแล้วต่อกันล่ะกัน น่ะค่ะ ขอร้อง.....หรือถ้าหากว่ายังจะคบกันอยู่ก็ไม่เป็นไรก็บอกมาล่ะกัน
ที่มา sanook

คลิปเสียงใหม่คลิปเสียง “ธ.“ ซัด “แม่พ.“ ยังมาอีก...(ถอดเสียงตอนที่ 1)

คลิปเสียงใหม่คลิปเสียง “ธ.“ ซัด “แม่พ.“ ยังมาอีก...นี่แรงทั้งแม่ทั้งลูก(ถอดเสียง)
ครได้ฟังคลิปสาวสูงวัยกันแล้วบ้าง...

เมื่อวานเพื่อนเจ๊เจ๋อจัดส่งเป็นคลิปมาให้ฟังแล้วค่ะคุณขา


เออ...อยากจะบอกเลยว่างานนี้ คุณแม่น้องพ.ก็แรงไม่ต่างคุณลูกเลยค่ะ


ไม่แปลกใจว่าทำไม่ไม่สะทกสะท้อนกับกระแสสังคมเลย เพราะคุณแม่กับคุณลูกคู่นี้เค้าอย่างหนาค่ะคุณขา


ว่าแต่เห็นว่าตอนนี้อยู่อินเดีย ไงคราวนี้กลับมาเมืองไทยไม่ต้องซื้อถุงยางมาฝากเจ๊เจ๋อเหมือนซื้อฝากผัวชาวบ้านนะจ๊ะ


ไม่ไหวจะเคลียร์....น้ำหวาน ระบำดวงดาวตัวจริง


---------------------------------------



"นางเอก ธ." กับ "แม่ พ." (ตอน1)

ธ : ฮัลโหล

แม่ พ. : ธ.แม่ขอคุยกับป.นิดนึง

ธ : ไม่ทราบมีธุระอะไรคะ

แม่ พ. : แม่จะถามว่า นักข่าวโทรมาหาลูกเนี่ย เรื่องอะไร แม่จะถามว่ามันยังไม่จบอะไรอีกเหรอ จะถามแค่นี้ ว่ามันอะไรยังไง

ธ : เรื่องอะไรยังไม่จบคะ

แม่ พ. : คุยก็ไม่ได้คุย อะไรก็ไม่ได้อะไร.........

ธ :ไม่จริงหรอกคะเเม่ คือลูกแม่กับพี่ป.เค้าก็ยังมีอะไรกันอยู่ แล้วก็...ยังคบกันอยู่ เพราะฉะนั้นเนี่ยมัน มันจะคุยไปมันก็ไม่มีอะไรดีขึ้นหรอกคะ

แม่ พ. : ไม่ใช่ แม่จะบอกว่า ไม่ได้ให้ติดต่อแล้ว ไม่ได้ให้คุยแล้ว ฉะนั้นก็ขอให้ไปทำมาหากินเถอะ อยากบอกว่า ......( แกะไม่ออก)

ธ : ไม่ แม่ควรจะบอกลูกสาวแม่นะคะ ว่าควรจะยุ่งกับสามีของคนอื่นได้เเล้ว เพราะว่าที่ผ่านมาเนี่ยมันก็มากเกินพอแล้ว

แม่ พ. : ก็ไม่ได้ยุ่งอะไรหรอก

ธ : ไม่ได้ยุ่งเค้าพึ่งมารับลูกสาวธ.ไป... โรงพยาบาลด้วยกัน ล่าสุดก็เพิ่งไปทานข้าวกัน แล้วก็มีถุงยางแบบใช้...จากอินเดียมาให้พี่เป็กเนี่ย ธ.ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าคืออะไร

แม่ พ. : คือถุงยางเนี่ย ปรักปรำที่สุดเลย พ.ไม่เคยเข้าร้านไม่เคยอะไรเลย ว่าเรื่องซื้อถุงยงถุงยางเนี่ย แม่ขอเถอะมันหยาบคายเกินไปหละ

ธ : เฮ้อ........(ถอนหายใจ)

แม่ พ. : ไม่เคยซื้อถุงยางจากอินเดีย อินเดียที่ไหนมีถุงยางขาย แล้วเค้าไม่เคยเข้าร้าน

ธ :product of india คะแม่ มันซื้อที่ไหนก็ได้ ในประเทศอินเดียเนี่ย

แม่ พ. : มันไม่มี...ธ. คุณถุงยางจากอินเดียเนี่ย ไม่ได้ใช้ตรงไหนก็ได้

ธ :แล้วเดี๋ยวนะคะ นี่โทรหาพี่ป.เรื่องอะไรอะคะ

แม่ พ. : เรียกป.มาคุยกับแม่หน่อยสิ เรื่องถุงยงถุงยางอะไร มันเอาไปให้ได้ไง ..

ธ : เอาไปให้คะแม่ ทุกวันนี้เค้าก็ยังมีอะไรกันอยู่ตลอดเวลา แม่ไม่รู้เลยเหรอ

แม่ พ. : เค้าอยู่กับแม่ตลอด มีตลอดเวลามีตรงไหน

ธ :โอ้ยแม่ ไม่ได้อยู่กับแม่ตลอดเวลาหรอกคะ แล้วตอนที่เค้ามารับลูกสาวธ.ไปโรงบาลด้วยกัน แม่รู้หรือเปล่า แล้ว...ล่าสุดเค้าก็ไปทานข้าวกันมา แม่รู้หรือเปล่า

แม่ พ. : (มีเสียงพูดตลอดเเต่จับใจความไม่ได้ เเต่ยังย้ำปฎิเสธเรื่องถุงยางอยู่)

ธ : เอาอย่างงี้ดีกว่านะคะ ธ.ว่า...ให้ลูกสาวแม่ออกไปจากชีวิตสามีของ ธ.ซะทีเถอะ ไม่ต้องโทรมาแล้ว เรื่องราวมันจะได้จบซะที

แม่ พ. : พ.เค้าไม่โทรแล้ว แม่ไม่อยากจะพูดว่านักข่าวเค้าโทรมาหา เค้าจะถามหลายเรื่อง

ธ :ก็นั้นหละคะ ทั้งแม่แล้วก็พ. ธ.ว่าออกไปจากชีวิตพี่ป.เค้าซะทีเถอะ สงสารลูกธ.บ้างเถอะคะ ขอร้อง

แม่ พ. : เค้าไม่เคยไปยุ่งกับ( ไม่แน่ใจ) คุณเลยคุณธ. คุณมีลูกแล้ว

ธ :ไม่คะแม่ แม่ก็รู้อยู่ว่าลูกสาวแม่ทำอะไรอยู่............มันไม่จบซะทีเข้าใจไหมคะ ซึ่งธ.ก็แบบนิ่งมานานแล้ว แล้วก็แบบไม่อยากมีปัญหากับใคร



ธ :เออ.....ไม่เป็นไรหรอกคะแม่ ธัญญ่าว่าแม่กับ พ.ก็ไม่ต้องคุยกับพี่ป.แล้วหละ คือปล่อยให้เราใช้ชีวิตครอบครัวของเราเถอะนะคะ เดี๋ยวก็จะไปอเมกากันแล้ว อยากไปแบบสบายไม่อยากทะเลาะกันเรื่องนี้ มันไม่ไหวแล้ว มันปวดหัวคะ

แม่ พ. : เราไม่อยากให้ลูกเราไปยุ่งเลย เราขอทำมาหากิน เมื่อทำมาหากินไม่ได้เราก็ลำบาก เค้าไม่ยุ่งหรอก

ธ :ไม่........... คือถ้าอยากให้ลูกสาวแม่ทำมาหากินได้เนี่ย ก็ให้เค้าเลิกยุ่งกับสามีธ.ซะที แต่งงานมีลูกกันขนาดนี้ จดทะเบียนมันผิดศีลธรรมนะคะ

แม่ พ. : เค้าไม่ได้ยุ่งอะไรหรอก เค้าหาผัวของเค้าเองได้ แม่ไม่อยากพูดหรอกธ. ไม่ต้องกลัวว่าเค้าจะหาผัวไม่ได้หรอก

ธ :ก็นั่นแหละ ธ.ก็เลยงง... เค้าคงหาได้เยอะ เค้าคงหาผัวได้เยอะ เเต่ทำไมต้องมายุ่งกับผัวธ. ธ.ไม่เข้าใจ เนี่ยแหละคือประเด็นสำคัญ

แม่ พ. : ตรงลงว่าเรื่องของเรื่องคือ BB ที่ผัวธ. BB ......

ธ :ไม่คะ คือทั้งคู่แหละ ธ.ว่าต้องรู้จักคำว่าศีลธรรม สะกดกันเป็นหรือเปล่า เเต่ถ้าเกิดเลิกไม่ได้ก็ไม่เป็นไร จะยกให้ แต่ขอร้องว่าอย่ามายุ่งกับลูกสาวธ.

ธ :แม่ ....แม่เป็นเมียหลวง ธ.ว่าแม่คงเข้าใจนะคะ ถ้าเเม่แบบ... สามีแม่ไปยุ่งกับผู้หญิงคนอื่นแม่จะรู้สึกยังไง

แม่ พ. : เข้าใจ แม่เข้าใจ แม่ถึงได้สอน ป.อยู่ตลอดเวลา

ธ : แม่สอนพี่ป. แม่สอนลูกสาวแม่ด้วยดีกว่านะคะ ธ.ว่า

แม่ พ. : พ.นะไม่ต้องไปสอนหรอก เค้ารู้

ธ :เค้ารู้แต่เค้ายังยุ่งอยู่เลยอะแม่

แม่ พ. : เนี่ยถึงบอกว่าอยากจะคุยกับป.

ธ :ไม่เป็นไรคะ ธ.ขอร้อง ทั้งแม่แล้วก็กี้ไม่ต้องคุยกับพี่ป.แล้ว ไม่ต้องโทรมาแล้วนะคะ ขอร้อง

แม่ พ. : ไม่พูดก็ไม่พูดก็ได้ อะไรก็ได้ โอเคแต่แม่ขอร้องว่าอย่าระราน ขอให้จบ

ธ :ใคร...ใคร แม่มาขอธ.เนี่ยนะ แม่ต้องบอกให้ลูกสาวแม่ให้เลิกยุ่งกับสามีธ.ก่อน แล้วเลิกยุ่งกับลูกสาวธ.ด้วย ไม่ต้องมายุ่งแบบ มาแตะเนื้อต้องตัว มันสกปรกเกินไปที่จะมาแตะต้องตัวลียา คือ จะเเตะต้องพี่ป.ไม่เป็นไร เเตะต้องธ.ไม่เป็นไร แต่ขอร้อง..ลูกนี่ยังบริสุทธิ์ อย่าเอาสิ่งสกปรกมาแตะต้องลูกสาวธ. ธ.ขอร้องจริงๆคะ
ที่มา sanook

สอบแฟน-เพื่อนตั้ง3ปมฆ่านางแบบFHM

ฆ่านางแบบเซ็กซี่ "เอฟเอชเอ็ม" ปี 2008 หมกคอนโดหรูกลางกรุง สุดโหดผ้าห่มกดหน้าก่อนลั่นไกสังหาร ตำรวจคาดถูกฆาตกรรมอำพรางหลังพบพิรุธหลายประเด็น เตรียมตามตัวแฟนหนุ่ม หลังพบมีปากเสียงกันหลายครั้ง พร้อมตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด
เหตุการณ์สะเทือนขวัญนางแบบสาวจากเวทีประกวดเอฟเอชเอ็มปี 2008 ถูกฆ่าหมกคอนโดหรูกลางกรุง เปิดเผยเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 11 ตุลาคม พ.ต.ท.บรรหาร นิติอมรกุล พนักงานสอบสวน สบ 3 สน.ห้วยขวาง รับแจ้งจากแม่บ้านคอนโดกลางกรุง รีสอร์ท ถนนรัชดาภิเษก ซอย7 แขวงและเขตห้วยขวาง กทม.ว่า มีผู้หญิงเสียชีวิตอยู่ภายในห้อง เลขที่ห้อง 20/31 ชั้น 4 คอนโดกลางกรุง รีสอร์ท ถนนรัชดาภิเษก ซอย7 แขวงและเขตห้วยขวาง หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 รับทราบ จากนั้นจึงเดินทางไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยกำลังตำรวจ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

เมื่อไปถึงห้องที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบศพ น.ส.ศศิธร อ่อนวิมล อายุ 28 ปี หรือปิ๊ก อยู่บ้านเลขที่ 22 ซอยสุรนารายณ์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา เบื้องต้นทราบว่าผู้ตายเป็นนางแบบเอฟเอชเอ็มปี 2008 ได้รับรางวัลขวัญใจช่างภาพ เข้ารอบ 1 ใน 10 ของการประกวด "Gril Next Door" ของนิตยสารเอฟเอชเอ็ม อีกทั้งยังเคยชนะรางวัลการประกวดอีกหลายเวที และยังเป็นนางแบบโฆษณาหลายชิ้นด้วยกัน โดยผู้ตายนอนเสียชีวิตอยู่บนเตียงนอน สวมชุดนอนสีดำบางๆ มีผ้าห่มคลุมจนถึงหน้าอก ส่วนที่บริเวณข้อศอกขวา พบอาวุธปืนลูกโม่ ขนาด .38 ตกอยู่ 1 กระบอก จากการตรวจสอบพบบริเวณขมับขวาของผู้ตายมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 จำนวน 1 นัด ตรวจสอบภายในห้องไม่พบร่องรอยการรื้อค้นแต่อย่างใด เบื้องต้นคาดว่าผู้ตายหน้าจะเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 3-4 วัน โดยภายในห้องนอนยังคงเปิดแอร์อยู่ด้วย

จากการสอบปากนางรัตนา แค้วนบ้านเจ้า อายุ 41 ปี แม่บ้านของคอนโดดังกล่าว ระบุว่า ก่อนพบศพนางแบบเซ็กซี่รายนี้ ผู้เช่าที่อยู่ห้องติดกันได้มาบอกว่า ห้องด้านข้างมีกลิ่นเหม็นโชยออกมาเป็นระยะๆ ดังนั้นจึงประสานงานไปยังช่างทำกุญแจ เพื่อให้มาเปิดห้อง ทั้งนี้เมื่อเปิดประตูเข้าไปในห้องถึงกับผงะ เนื่องจากได้กลิ่นเหม็นเน่าอย่างรุนแรง ต่อมาเมื่อเข้าไปตรวจสอบจึงพบศพผู้ตายนอนอยู่บนเตียง จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ

ด้าน พล.ต.ต.สุเมธกล่าวว่า จากการตรวจสอบสภาพศพผู้ตายพบพิรุธหลายประเด็นด้วยกัน เบื้องต้นจากการวิเคราะห์คล้ายกับการจัดฉาก เพราะหากผู้ตายต้องการจะยิงตัวตายไม่น่าจะมีเขม่าดินปืนติดอยู่ที่ผ้าห่ม แต่จากการตรวจสอบพบเขม่าดินปืนถึง 2 จุดด้วยกัน ซึ่งหากคดีนี้เป็นการฆาตกรรมจริง คาดว่าคนร้ายอาจจะเอาผ้าห่มปิดหน้าผู้ตาย จากนั้นจึงลงมือสังหารเหยื่อ แต่เพื่อความกระจ่างชัดต้องให้นิติวิทยาศาสตร์ตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งว่าเป็นรอยเปื้อย หรือเป็นเขม่าดินปืนกันแน่

พ.ต.ท.จารุภัชร ทองกมล รอง ผกก.สส.สน.ห้วยขวาง กล่าวว่า สาเหตุการเสียชีวิตของผู้ตายเชื่อว่า เป็นการฆาตกรรมอย่างแน่นอนเพราะพบพิรุธหลายจุด โดยเฉพาะบริเวณหน้าท้องมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืน 1 นัด และจากการสอบปากคำแม่บ้านทราบว่า ก่อนหน้านี้ผู้ตายมีปากเสียงกับแฟนหนุ่มบ่อยครั้ง โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาเห็นผู้ตายนั่งร้องไห้ อย่างไรก็ตาม ทราบว่าผู้ตายซื้อรถฮอนด้าฟรีด 1 คัน ป้ายแดงจอดอยู่ชั้นล่างด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งดำเนินการสอบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิตต่อไป

อย่างไรก็ตามในชั้นการสอบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน ซึ่งคงต้องรอให้ตรวจสอบพยานหลักฐานต่างๆ อย่างละเอียดเสียก่อน รวมทั้งตรวจสอบกล่องวงจรปิดด้วย ซึ่งคาดว่าถ้าเป็นการฆาตกรรมจริง กล้องวงจรปิดจะสามารถจับภาพของคนร้ายไว้ได้ แต่ต้องขอตรวจสอบภาพจากกล้องก่อน

นายภีรพัฒน์ กาญจนสุดา อายุ 28 ปี น้องชายของแฟนหนุ่มผู้เสียชีวิตเดินทางมาพร้อมกับมือเบสวงแคลช กล่าวว่า ทราบว่าปิ๊กเสียชีวิตจึงเดินทางมาที่ สน.ห้วยขวาง ส่วนพี่ชายคือนายณัฐวุฒิ กาญจนสุดา อายุ 31 ปี เคยคบหากับผู้ตายมาประมาณปีกว่า แต่เลิกราประมาณ 1 เดือน จากนั้นไม่ได้ติดต่อกันอีก โดยพี่ชายทำธุรกิจเปิดร้านขายอาหารหลังเซ็นทรัล บางนา

"ผมรู้จักปิ๊กเป็นอย่างดี ซึ่งนิสัยส่วนตัวเขาเป็นคนร่าเริง ดังนั้นเชื่อว่าไม่มีทางที่ปิ๊กจะฆ่าตัวตาย เชื่อว่าเป็นฆาตกรรมอย่างแน่นอน ขณะนี้พี่ชายทราบเรื่องแล้ว แต่ยังเสียใจร้องไห้ มารดายังไม่ให้ออกมา ส่วนแฟนใหม่ของปิ๊กไม่ทราบว่าเป็นใคร ผมรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น" นายภีรพัฒน์กล่าว

ตร.สอบแฟน-เพื่อตั้ง3ปมฆ่านางแบบFHM

เมื่อเวลา 19.00 น.พ.ต.อ.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบก.น.1 เปิดเผยหลังจากทำการเรียกสอบปากคำเพื่อนผู้ตายและนายณัฐวุฒิ กาญจนสุดา อายุ 31ปี แฟนหนุ่มของผู้ตายแล้วว่า เบื้องต้นนายณัฐวุฒิให้การเป็นประโยชน์อย่างมากว่า ไม่ได้พบกับผู้ตายมากว่า 2 อาทิตย์แล้ว เนื่องจากทะเลาะกันสาเหตุเพราะตนชอบไปดื่มเหล้า จึงทำให้แฟนสาวเกิดความน้อยใจ หนีกลับไปอยู่ที่คอนโดฯเพียงลำพัง ส่วนตนก็ไม่ได้ตามไปขอคืนดีที่คอนโดฯเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะต้องช่วยแม่ขายอาหารอยู่ที่ร้านอาหาร ย่านบางนา และพักอยู่กับที่บ้าน แต่จะคุยกันทางโทรศัพท์ตลอดเวลา ซึ่งแฟนสาวก็มีการโต้ตอบกลับมาเป็นข้อความอยู่ ประเด็นนี้จึงไม่น่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้แฟนสาวคิดสั้นฆ่าตัวตายได้

พ.ต.อ.สุรพงษ์ กล่าวอีกว่า ส่วนเพื่อนผู้ตายที่เข้าให้ปากคำ เบื้องต้นยังไม่พบว่ามีใครต้องสงสัย แต่จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของอาคาร ขณะนี้พอจะรู้ตัวผู้ต้องสงสัยแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ตอนนี้กำลังอยู่ในระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียดเพื่อให้มีหลักฐานที่แน่นอนในการมัดตัวคนร้าย และจากการตรวจสอบการใช้โทรศัพท์ของผู้ตายทำให้ทราบว่า เมื่อวันที่ 7 ต.ค.เวลา 19.00 น.ยังพบข้อมูลการใช้โทรศัพท์ของผู้ตายซึ่งโทร.คุยกับเพื่อน จึงคาดว่าช่วงเวลานั้นผู้ตายยังมีชีวิตอยู่ ส่วนคนร้ายคาดว่าน่าจะเป็นคนรู้จักหรือใกล้ชิดกับผู้ตายอย่างแน่นอน ผู้ตายถึงยอมเปิดให้เข้าห้องได้ เนื่องจากภายในคอนโดฯดังกล่าวมีระบบการรักษาความปลอดภัยที่ดี การจะเข้าออกต้องใช้คีย์การ์ด

พ.ต.อ.สุรพงษ์ กล่าวด้วยว่า ดังนั้น เจ้าหน้าที่จึงให้น้ำหนักไปทางการก่อเหตุฆาตกรรมมากกว่าการฆ่าตัวตาย สำหรับประเด็นที่จะนำไปสู่การฆาตกรรมตอนนี้วางไว้อยู่ 3 ประเด็น คือ เรื่องปัญหากับแฟน เรื่องมรดกที่พ่อของผู้ตายเพิ่งเสียชีวิต แล้วทิ้งมรดกไว้ให้ผู้ตายซึ่งผู้ตายมีพี่น้องต่างมารดาอยู่ด้วย และเรื่องหนี้สินของผู้ตายที่ติดค้างอยู่จำนวนหนึ่งแต่ยังไม่สามารถชำระได้ อย่างไรก็ตาม ต้องให้ระยะเวลาในการทำงานกับเจ้าหน้าที่ คาดว่าไม่นานน่าจะได้ตัวคนร้ายรายนี้อย่างแน่นอน

ที่มา komchadluek

“พจน์”แฉอีกหลักฐานเด็ดเด็กไม่ใช่ลูก“ฟิล์ม”

“พจน์” โวมีหลักฐานเด็ดเด็กไม่ใช่เลือด“ฟิล์ม” รอชายหนุ่มชื่อย่อ “บ” เปิดตัวไขปริศนาฉาววงการบันเทิง วันนี้ (12 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 11 ต.ค.ที่ผ่านมา ในรายการแฉแต่เช้า ซึ่งมีดีเจมดดำ-คชาภา ตันเจริญ และดีเจกฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์ เป็นผู้ดำเนินรายการ ได้โทรฯ ติดต่อสัมภาษณ์ พจน์ อานนท์ โดยผู้กำกับชื่อดัง กล่าวยืนยันเสียงหนักแน่นว่า ตนเพิ่งได้รับหลักฐานมาจากโรงพยาบาลที่แอนนี่ไปตรวจครรภ์ รวมทั้งชายคนหนึ่งที่มีอักษรย่อ “บ” ซึ่งจะเป็นผู้ไขปริศนาทั้งหมดของเรื่องนี้และความจริงจะกระจ่างสู่สังคม ขณะนี้อยู่ในระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งจะบ่งบอกได้ว่า ตอนแอนนี่ไปตรวจครรภ์เดือน ส.ค.นั้น ยังไม่ตั้งครรภ์ แต่ไปตรวจอีกครั้งในเดือน ก.ย.พบว่าตั้งครรภ์แล้ว นอกจากนี้ ยังมีกรณีที่ฟิล์มเคยไปหาแอนนี่ที่คอนโดฯ แล้วเกิดมีปากเสียงทะเลาะกัน เนื่องจากเห็นดาราสาวอยู่กับนักร้องเกาหลี โดยคาดว่าข้อมูลทั้งหมดจะเปิดเผยได้ในสัปดาห์นี้
ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้โทรฯ สอบถามแอนนี่ โดยเจ้าตัวกล่าวด้วยเสียงสงบว่า ตนไม่ทราบว่าข้อมูลได้มาอย่างไร ตอนนี้ชีวิตของแอนนี่จะปิดรับข่าวสาร และของดไม่ออกความเห็นถึงเรื่องดังกล่าว ถ้าคิดว่าทำแล้วมีความสุขก็ทำไป แอนนี่ยินดีเพราะเราไม่สามารถไปห้ามไม่ให้ใครทำอะไรหรือคิดอะไรได้ ซึ่งการที่ออกมาขุดคุ้ยนั้น ไม่ว่าจะออกมากี่ร้อยกี่พันคนเราก็ห้ามอะไรไม่ได้อยู่ดี ตอนนี้แอนนี่ปล่อยวางแล้ว จะไม่โกรธและให้อภัย และไม่ขอพูดอะไรอีก อยากให้ทุกอย่างยุติลง “แอนนี่ขอขอบคุณบรรดาพี่ๆสื่อมวลชนที่ยังให้ความเมตตาแอนนี่และลูก หนูรู้สึกยินดีที่ได้รับการต้อนรับหลังจากเมื่อวานได้ไปร่วมงานเดินแฟชั่นโชว์ ตอนนี้ก็ได้รับการติดต่องานโชว์ตัวเข้ามาเรื่อยๆ แต่ยังไม่ได้รับการติดต่อเล่นละครแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามเมื่อวาน หนูได้ทราบว่าทางมูลนิธิเพื่อนหญิงได้จัดเสวนาในหัวข้อ “ ดีเอ็นเอ เพื่อใคร” ซึ่งรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้ไปร่วมงาน เนื่องจากติดงานเดินแบบ ส่วนเรื่องที่บรรดาสื่อมวลชนอยากรู้ว่ามีการฟ้องร้องใครบ้างนั้น อยู่ระหว่างการปรึกษาผู้ใหญ่ ขอเวลาที่เหมาะสมจะออกมาเปิดเผยเอง ส่วนกรณีเขียนพอกเก็ตบุ๊กนั้น ตอนนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อมา”
ทางด้านพจน์ อานนท์ ผู้กำกับชื่อดัง ได้ออกมาทวิตข้อความผ่านทางทวิตเตอร์หลังจากให้สัมภาษณ์ในรายการแฉแต่เช้าว่า “เจอแล้วหลักฐานจากโรงพยาบาลอาจไม่ใช่ลูกฟิล์มก็ได้...โปรดติดตามตอนต่อไป”
นายอิสสระ สมชัย รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวภายหลังเป็นประธานมอบเงินช่วยเหลือสงเคราะห์ครอบครัวประชาชนที่ประสบปัญหาทางสังคม ที่ จ.กาฬสินธุ์ ว่า ขอให้ทุกฝ่ายโดยเฉพาะบุคคลที่3 ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ยุติการขุดคุ้ยเรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องที่ไม่สมควร ก่อให้เกิดความเสียหาย เข้าใจผิดไปต่างๆ นานา ซึ่งการออกมาวิพากษ์วิจารณ์เข้าข่ายการละเมิดและหมิ่นประมาท ตนอยากวอนขอให้สังคมให้โอกาสทั้งฟิล์มและแอนนี่ สามารถดำรงชีวิตได้อย่างปกติ.
ที่มา เดลินิวส์