วันอาทิตย์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2553

"เอเค-โมลเดอร์" นำร่วมรอบ 3 สวิงเชลล์ฯ

"เอเค-โมลเดอร์" นำร่วมรอบ 3 สวิงเชลล์ฯ["เอเค" ยิ้มได้เมื่อขึ้นมานำร่วม]แอนโธนีย์ คิม และ ไบรซ์ โมลเดอร์ ขึ้นมานำร่วมกันที่ 10 อันเดอร์พาร์ หลังผ่านการดวลวงสวิงเชลล์ ฮุสตัน โอเพน เป็นวันที่สาม

กอล์ฟพีจีเอทัวร์ รายการเชลล์ ฮุสตัน โอเพน ชิงเงินรางวัลรวม 5.8 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 195 ล้านบาท) ที่สนามเรดสโตน กอล์ฟ คลับ ทัวร์นาเมนต์ คอร์ส ระยะ 7,457 หลา พาร์ 72 ในเมืองฮัมเบิล รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมาดำเนินถึงการแข่งขันในรอบสาม

ปรากฏว่า แอนโธนีย์ คิม เก็บเพิ่มอีก 3 อันเดอร์พาร์จาก 5 เบอร์ดี เสียคืนไป 2 โบกี สกอร์รวมขยับเป็น 10 อันเดอร์พาร์ ขึ้นมานำร่วมกับ ไบรซ์ โมลเดอร์ ผู้นำหลังจบวันที่สอง ซึ่งได้มาอีก 1 อันเดอร์พาร์จาก 4 เบอร์ดี เสียไป 3 โบกี โดยหลุมสุดท้ายก้านเหล็กชาวอเมริกันวัย 31 ปี โชคดีเหลือหลายเมื่อตีตกน้ำ แต่ยังอุตสาห์เก็บพาร์ได้สำเร็จ ซึ่งทั้งคู่ขึ้นหน้า วอห์น เทย์เลอร์ กับ โจ โอกิลวี อยู่สองสโตรก["โมลเดอร์" แอบหวังแชมป์แรก ]
ภายหลังการแข่งขัน เอเค ซึ่งรอบนี้ตีหลุดแฟร์เวย์ถึง 11 จาก 14 หน แต่ยังดีที่ช็อตแก้ไขทำได้ดี ออกมาให้สัมภาษณ์ "ผมบอกกับแคดดีว่า ถ้าผมตีไม่สมบูรณ์แบบก็ขอให้ห่างจากน้ำสัก 50 หลา ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ผมมีความสุขที่ยังขึ้นมาเป็นผู้นำ การตีบางช็อตมีโชคเข้ามาเกี่ยวข้อง และผมก็ยังสร้างช็อตดีๆ ได้ด้วย รู้สึกว่าตัวเองมีทัศนคติที่ดีในปีนี้"

ด้าน โมลเดอร์ ซึ่งรอแชมป์แรกในพีจีเอ ทัวร์ กล่าวถึงการเซฟพาร์หลุมสุดท้ายระยะ 14 ฟุต "โชคดีที่พัตเตอร์ช่วยให้ผมยังเป็นผู้นำ ผมรู้ว่าตัวเองสามารถทำอะไรแบบนี้ได้ ผมต้องการแบบนี้ และผมก็คงเป็นคนโกหกหากบอกว่าไม่หวังแชมป์ มันไม่ใช่แค่ยิ่งใหญ่ แต่มันเป็นอะไรที่มากกว่านั้น"

ส่วนผลงานของนักกอล์ฟที่น่าสนใจรายอื่นๆ ลี เวสต์วูด (อังกฤษ) อยู่ที่ 5 ร่วมกับ เจฟฟ์ แม็คเกิร์ต และ แกรม เดเลท มีคนละ 7 อันเดอร์พาร์ พาแดรก แฮร์ริงตัน ชาวไอริชยังได้ลุ้นแชมป์ เมื่อสกอร์รวมตุนไว้ 6 อันเดอร์พาร์ รั้งที่ 8 ร่วมกับ จัสติน เลนนาร์ด, ชาร์ล ชวาร์ทเซล (แอฟริกาใต้), แมตต์ คูชาร์, เควิน ซัทเธอร์แลนด์, โอมาร์ อูเรสติ และ คาเมรอน เพอร์ซี ขณะที่ ฟิล มิคเคลสัน รวมทั้ง ยาง ยอง อึน (เกาหลีใต้) มีคนละ 1 อันเดอร์พาร์ อยู่ในอันดับ 31 ร่วม ด้าน เออร์นีย์ เอลส์ ฟอร์มหลุดเกินไป 3 โอเวอร์พาร์ รูดไปอยู่ที่ 62 ร่วม

ที่มา http://www.manager.co.th/Sport/ViewNews.aspx?NewsID=9530000046529

"เวนเกอร์" ชู "เบนด์ทเนอร์" สุดอันตราย

"เวนเกอร์" ชู "เบนด์ทเนอร์" สุดอันตราย
อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ออกโรงชมเชย นิคลาส เบนด์ทเนอร์ เป็นกองหน้าสุดอันตราย หลังโขกประตูชัยช่วงทดเจ็บช่วยต้นสังกัดเฉือน วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส 1-0 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา"เบนด์ทเนอร์" โขกนำชัยให้ปืนใหญ่
อาร์เซนอล ได้ลุ้นแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดีอีกเฮือก หลังเปิดเอมิเรตส์ สเตเดียม เบียดชนะ "หมาป่า" วูล์ฟแฮมป์ตัน 1-0 โดยนัดนี้ทีมเยือนเหลือ 10 คน โดยที่ คาร์ล เฮนรี โดนไล่ออกในนาทีที่ 66 จากการเสียบหนักใส่ โทมัส โรซิคกี อย่างไรก็ตาม นิคลาส เบนด์ทเนอร์ ถูกเปลี่ยนลงมาเป็นซูเปอร์ซับโขกลูกเปิดของ บาการี ซานญา เข้าไปในช่วงต่อเวลาพิเศษนาทีที่ 4 ช่วยให้ "ปืนใหญ่" รั้งอันดับ 3 ของตาราง ตามหลัง "สิงห์บลูส์" เชลซี จ่าฝูงอยู่ 3 แต้ม ขณะที่โปรแกรมเหลือให้โม่แข้งอีก 5 นัด
หลังเกม อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือชาวฝรั่งเศส ออกมาให้สัมภาษณ์กับ "บีบีซี" สื่อของอังกฤษ "ชัยชนะหลังการลุยศึกยูฟา แชมเปียนส์ ลีก เป็นสิ่งที่เราพอใจเสมอ ด้วยสปิริต ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และหัวจิตหัวใจที่แข็งแกร่งในทีมของเรานั่นเหลือเชื่อยิ่ง"
นอกจากนี้ กุนซือชาวฝรั่งเศสยังกล่าวชมเชย เบนด์ทเนอร์ หอกทีมชาติเดนมาร์ก "เมื่อ นิคลาส เข้าฝักเขาถือเป็นศูนย์หน้าที่อันตรายเสมอ และผมก็เชื่อว่าเขานั้นเติบโตเต็มที่แล้ว"
ด้าน มิค แม็คคาร์ธีย์ กุนซือ "หมาป่า" กล่าวเช่นกัน "เราเหลือผู้เล่น 10 คนเมื่อเหลืออีกสัก 20 นาที ผมไม่คิดว่าเราควรจะได้รับผลเช่นนั้น เพราะผมเห็นว่าเขา (เฮนรี) เข้าที่บอล การเหลือผู้เล่นน้อยกว่าถือเป็นเรื่องที่เล่นตลกจริงๆ อย่างไรก็ตาม อาร์เซนอล เล่นได้ดีกว่าเรา มีโอกาสมากกว่าเรา ครองบอลได้เหนือกว่าลูกทีมของผม ทั้งนี้ทั้งนั้นการปราชัยในนาทีสุดท้ายถือเป็นเรื่องที่น่าเจ็บใจยิ่ง"

ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

"เซอร์" ฉุนไลน์แมนไม่เห็น "ดร็อก" ล้ำหน้า

"เซอร์" ฉุนไลน์แมนไม่เห็น "ดร็อก" ล้ำหน้า
เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ออกอาการฉุนขาดไลน์แมนที่ไม่เห็นจังหวะล้ำหน้าของ ดิดิเยร์ ดร็อกบา ทำให้ "ผีแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกเป็นฝ่ายปราชัยต่อ เชลซี พร้อมกับหล่นจากจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก อังกฤษ"สิงห์บลูส์" มาเฮถึงถิ่น "ผีแดง"
แมนฯ ยูไนเต็ด ปราชัยคาถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ให้แก่ "สิงห์บลูส์" เชลซี 1-2 ในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยทีมเยือนจากลอนดอนได้ประตูจากลูกไขว้ยิงของ โจ โคล ตั้งแต่นาทีที่ 20 จากนั้น ดิดิเยร์ ดร็อกบา หลุดไปกระทุ้งให้ต้นสังกัดนำห่าง แม้เจ้าถิ่นได้ เฟรเดริโก มาเคดา หอกดาวรุ่งตีไข่แตกไล่มา แต่สุดท้ายก็ไม่ทันการ ทำให้ "ผีแดง" หล่นมารั้งอันดับ 2 โดยตามหลัง เชลซี อยู่ 2 แต้ม ขณะที่โปรแกรมโค้งสุดท้ายเหลืออีกเพียงแค่ 5 นัด
ภายหลัง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด ออกมาบ่นการทำหน้าที่ของไลน์แมนที่พลาดมหันต์ไม่เห็นจังหวะ ดร็อกบา ล้ำหน้าก่อนจะหลุดเข้าไปซัดบอลผ่านมือ เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ "ผมไม่เข้าใจการทำหน้าที่ของไลน์แมนที่อยู่ตรงนั้นแท้ๆ ไม่มีใครใกล้เหตุการณ์ไปกว่าเขาอีกแล้ว ดังนั้นจึงถือว่าเขาก่อความผิดพลาดขึ้น ในเกมใหญ่ขนาดนี้ คุณต้องการกรรมการที่มีคุณภาพ เราไม่ต้องการแบบพวกเขาในวันนี้เลย เพราะมันเป็นการทำหน้าที่ๆ ย่ำแย่มากๆ"นอกจากนี้ บรมกุนซือชาวสกอตติช ยอมรับว่าตั้งแต่เห็นชื่อ ไมค์ ดีน เป็นเชิ้ตดำในเกมดังกล่าว ก็รู้สึกไม่สบายใจแล้ว "ไม่รู้เหมือนกันเมื่อผมเห็น ไมค์ ดีน ผมก็กังวลใจขึ้นมาทันที ผมยอมรับว่าเป็นแบบนั้น หลายคนวิจารณ์การทำหน้าที่ของเขา แต่ผมไม่อยากจะพูดอะไรมาก"

อีกทั้ง ท่านเซอร์ ยอมรับว่าโอกาสแชมป์ไปตกอยู่ในมือ เชลซี เรียบร้อยแล้ว "เชลซี อยู่ในจุดที่ดีที่สุด ณ เวลานี้ ไม่มีข้อสงสัย พวกเขาขึ้นหน้าเรา 2 แต้ม ขณะที่โปรแกรมเหลืออีกแค่ 5 นัด แถมพวกเขายังมีประตูได้-เสียที่ดีกว่าเราอีก อย่างไรก็ดี ผมมั่นใจว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะมีการตอบสนองที่ดีขึ้น เราสามารถเก็บชัยทั้ง 5 นัดที่เหลือ ทว่าเราคงชวดแชมป์ ถ้าเชลซีสามารถชนะได้ทุกเกมที่เหลือ พวกเขาก็จะคว้าแชมป์"

ด้าน คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือ "สิงห์บลูส์" กล่าวบ้าง "ยังไม่มีการตัดสินอะไรทั้งนั้นจากแมตช์นี้ เรายังคงต้องมุ่งมั่นกันต่อไป แต่เราก็มีความสุขกับการมาชนะที่นี่ เพราะสิ่งสำคัญคือทำให้เราได้ความมั่นใจ ตอนนี้โอกาสเราน่าจะมีมากกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด สำหรับการลุ้นแชมป์ลีก แต่ยังมีเกมให้เล่นกันต่อในอีก 5 นัด"

"ส่วนการทำหน้าที่ของผู้ตัดสิน ผมไม่เคยพูดถึงการทำหน้าที่ของพวกเขาระหว่างฤดูกาล และตอนนี้ผมก็ไม่ต้องการพูดเช่นกัน" กุนซือชาวอิตาเลียนทิ้งท้ายผ่าน "รอยเตอร์ส" สื่อชั้นนำ


ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

ข่าว: เสื่อม! เสื้อแดงจัดโคโยตี้ปลุกม็อบ กลางแยกราชประสงค์

ข่าว: เสื่อม! เสื้อแดงจัดโคโยตี้ปลุกม็อบ กลางแยกราชประสงค์

รอบดึก เสื้อแดงชุมนุมแยกราชประสงค์คึก เปิดโชว์เต้นโคโยตี้

บรรยากาศการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงที่บริเวณแยกราชประสงค์ช่วงคืนที่ผ่านมา มีการชุมนุมมีคนหนาแน่นเป็นกลุ่ม ๆ กลุ่มละประมาณ 300-400 คน โดยมีกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนเปิดเพลงจากรถกระบะและเต้นรำอย่างสนุกสนาน ซึ่งได้มีผู้ชุมนุมหญิงสาวขึ้นไปเต้นในลักษณะโคโยตี้บนหลังรถกระบะและท้ายรถกระบะอีกด้วย

รายงานข่าวแจังว่า โคโยตี้ที่เต้นบนรถมีทั้งหญิงแท้และหญิงเทียม โดยมีการเปิดทั้งเพลงสากลและรำเซิ้งเพลงท้องถิ่น แต่ละจุดมีทั้งติดป้ายชูว่าเป็นเสื้อแดงจากภาคใด ทำให้บรรยากาศชุมนุมเฮฮามาก เพราะเสื้อแดงไม่สนใจการปราศรัยบนเวที แต่หนมาสนใจโคโยตี้แทน

อย่างไรก็ตาม การเต้นโคโยตี้ของคนเสื้อแดงโดยมีหญิงสาวขึ้นไปบนรถกระบะที่ติดเครื่องเสียง เปิดเพลงเสียงดังทั่วทั้งสี่แยก โดยบนรถกระบะที่หลังคารถจะมีผู้หญิงเต้นคู่ผู้ชาย ส่วนที่ท้ายกระบะก็มีหญิงสาวนุ่งสั้นใส่เสื้อแดงเต้นยั่วยวน นอกจากนี้ยังมีการเปิดเสื้อโชว์สะดือ สร้างความคึกครื้นให้กับกลุ่มวัยรุ่นเสื้อแดงเกือบ 200 คน ที่ยืนล้อมอยู่ใกล้รถ

อนึ่ง บริเวณแยกราชประสงค์มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความเป็นสิริมงคลและปกป้องคุ้มครองรวมทั้งเป็นที่สักการะของผู้คนที่อาศัยทำงานและผู้แวะ เวียนผ่านมาในย่านนี้ อาทิ 1.พระอินทร์ ท้าวองค์อมรินทราธิราช 2. พระตรีมูรติ 3. ท้าวมหาพรหม 4. พระนารายณ์ทรงสุบรรณ 5. พระลักษมี 6. พระพิฆเนศ

ที่มา http://news.mthai.com/general-news/72175.html

ผลบอล ลาลีกา : บาร์ซ่า คืนชีพ!ยำบิลเบา4-1คืนฝูง

บาร์เซโลน่า (Barcelona) - แอธเลติก บิลเบา (Athletic Bilbao)

ผลบอล ลาลีกา
บาร์เซโลน่า 4 – แอธเลติก บิลเบา 1
บาร์เซโลน่า เกมนี้เก็บนักเตะเอาไว้ซัดกับ อาร์เซนอล ในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก นัดสอง โดยมีคาร์เลส ปูโยล และเคาร์ด ปิเก้ ลงประจำการแนวรับ เนื่องจากทั้งคู่จะติดโทษแบนกลางสัปดาห์ ขณะที่ บิคตอร์ บัลเดส, ลีโอเนล เมสซี่ และแม็กซ์เวลล์ เป็นอีก 3 รายที่ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงเกมนี้ ส่วน เปโดร, ชาบี และเธียร์รี่ อองรี นั่งสำรอง
เริ่มเกมมาในช่วงแรก บาร์เซโลน่า ขึงเกมรุกเข้าใส่ตามคาด แต่กว่าจะมาได้โอกาสจะๆครั้งแรกต้องรอถึงนาทีที่ 21 จากลีโอเนล เมสซี่ แต่จังหวะแป บอลโดนไม่เต็มเท้า บอลไหลผ่านหน้าประตูไปอย่างน่าเสียดาย

แต่พอมาถึงนาทีที่ 27 บาร์ซ่า ก็มาได้ประตูขึ้นนำจนได้ จากจังหวะที่ เมสซี่ ครองบอลอยู่หน้ากรอบเขตโทษ แล้วจ่ายทะลุช่องไปให้กับ อบิดัล ทางด้านซ้ายตบกลับเข้ากลับผ่านหน้าประตู หลุดไปเสาสองที่มี เจฟเฟรน วิ่งมาชาร์จเข้าไปไม่มีเหลือ บาร์ซ่า ขึ้นนำ 1-0 แล้ว

นาทีที่ 34 บิลเบา น่าจะได้ประตูเสมออย่างยิ่ง จากจังหวะที่ทำเกมบุกขึ้นไปทางฝั่งซ้าย ก่อนที่จะเปิดบอลเลียดไปเสาไกลให้กับ ยอเรนเต้ แต่เจ้าตัวกลับแปข้ามคานชนิดหมดลุ้นไปเลย

นาทีที่ 36 โบยาน เคร์กิซ ได้จังหวะหลุดเข้าซัดด้วยขวาในกรอบเขตโทษ แต่บอลติดเซฟของ กอร์คา อิไรซอซ ที่ยืนปิดเสาแรกไว้ได้ แต่อีก 3 นาทีต่อมา โบยาน ก็มามีชื่อบนสกอร์บอร์ดจนได้ หลังจากหลุดทะลุเข้าไปรับบอลจากการจ่ายอันสวยงามของ ปูโยล ที่เติมขึ้นสูง ก่อนจะโชว์ความนิ่ง ยิงหลอกผู้รักษาประตูทีมเยือนล้มไปผิดทาง ส่งบอลเข้าเสาแรกสวยงาม 2-0 ก่อนจะจบ 45 นาทีแรก ด้วยสกอร์นี้

มาต่อครึ่งหลัง บิลเบา ที่เกมนี้เป็นรองเปิดฉากสู้ทันที และมาได้ลุ้นจากจังหวะเตะมุม เป็น โทเกโร่ ที่เพิ่งเปลี่ยนตัวลงมาได้พุ่งโขก กำลังจะเสียบเสาแรกแต่ บัลเดส ปัดออกไปได้ทัน

จากนั้น เกมเริ่มผลัดกันรุก และรับมากขึ้น จนกระทั่งนาทีที่ 59 โบยาน เคร์กิซ ก็มาบวกประตูที่สองของตัวเอง หลังจาก อบิดัล เติมจากซ้ายมา แล้วจ่ายบอลให้กับ โบยาน ได้ดึงจังหวะเข้าขวา แล้วซัดเต็มข้อ ส่งบอลพุ่งเข้าไปชนิดที่ อิไรซอซ ไปไม่ทัน 3-0

พอโดนนำห่าง บิลเบา เริ่มตอบโต้หนักๆบ้าง แล้วก็เป็น ยอเรนเต้ อีกครั้งที่ได้โขกคนเดียวโล่งๆที่เสาสอง แต่กดบอลไม่ลง โด่งข้ามคานไปอีกรอบ ก่อนที่จังหวะถัดมา ทีมเยือนจะมาโดนลงโทษ เมื่อ เปโดร ที่ลงมาเป็นตัวสำรอง ได้บอลทางขวา ก่อนจะลากไปเปิดเลียดเข้ากลางให้ ลีโอเนล เมสซี่ แปจังหวะเดียวส่งบอลลอดขา อิไรซอซ เข้าไป 4-0

ท้ายเกม บาร์ซ่า เริ่มผ่อนเกม และนาทีที่ 77 บาร์เซโลน่า ก็โดนจนได้ เมื่อ เยสเต้ ได้บอลทางซ้าย ก่อนจะแทงขึ้นไปข้างหน้าถึง ซูซาเอต้า หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปแปสวนตัว บัลเดส 4-1

บิลเบา พอตีไข่แตกได้ ชักเริ่มสนุกบุกเข้าใส่เจ้าบ้านต่อ แถมเกือบได้ประตูตีตื้น ในอีกแค่ 2 นาทีถัดมา เมื่อ อิทัวราสเป้ ได้กระหน่ำด้วยซ้ายเต็มๆ แต่บอลไปติด บัลเดส ที่ใช้ขาเซฟหวุดหวิด จากนั้น นาทีที่ 89 บัลเดส ต้องออกแรงเซฟอีกครั้ง จากจังหวะยิงด้วยขวาของ อิทัวราสเป้ แต่นายทวารมือหนึ่งของบาร์ซ่า ก็ยังพุ่งไปปัดออกหลังไว้ได้ ช่วงเวลาที่เหลือ ไม่มีฝ่ายใดทำประตูเพิ่มได้ ทำให้จบ 90 นาที บาร์เซโลน่า เปิดบ้านเอาชนะแอธเลติก บิลเบา ไปได้ 4-1
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

บาร์เซโลน่า : บิคตอร์ บัลเดส, ดิมิโตร ชีกรินสกี้, เคราร์ด ปิเก้, เอริค อบิดัล, คาร์เลส ปูโยล, เซร์จิโอ บุสเกตส์ (ชาบี น.54), แม็กซ์เวล, ยาย่า ตูเร่ (โจนาธาน น.76), เจฟเฟรน ซัวเรซ (เปโดร น.60), โบยาน เคร์กิซ, ลีโอเนล เมสซี่

แอธเลติก บิลเบา : กอร์คา อิไรซอซ, เฟอร์นานโด อโมเรเบียต้า, มิเกล ซาน โจเซ่, เดล คัมโป, อันโดนี่ อิราโอล่า, ฆาบี มาร์ติเนซ, คาร์ลอส เกร์เปกี, เฟอร์นานโด ยอเรนเต้ (อิทัวราสเป้ น.70), ซูซาเอต้า, อิกอร์ กาบิลอนโด้ (เยสเต้ น.45), ดาวิด โลเปซ (โทเกโร่ น.45)

ผลบอล ลาลีกา คู่อื่นวันเสาร์

เรอัล ซาราโกซ่า ชนะ มาลาก้า 2-0

เซบีญ่า ชนะ เตเนริเฟ่ 3-0



ที่มา http://www.mthai.com/

ผลบอลฟุตบอลอังกฤษ : ปืนรอดตัว!เบนด์ทโขกวูล์ฟส1-0น.94 เรือใบ6-1

ผลบอลฟุตบอลอังกฤษ : ปืนรอดตัว!เบนด์ทโขกวูล์ฟส1-0น.94 เรือใบ6-1 พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
อาร์เซนอล 1 – วูล์ฟแฮมป์ตัน 0

เริ่มเกมครึ่งแรก “ปืนใหญ่” เป็นฝ่ายบุกเข้าใส่ทันที ก่อนจะมาได้ลุ้นจากจังหวะที่ ธีโอ วัลค็อตต์ ใช้ความเร็วกระชากเข้ากรอบเขตโทษ แล้วเปิดให้กับ เอดูอาร์โด้ ดา ซิลวา ซัดด้วยขวา แต่ มาร์คัส ฮาห์นีมันน์ ปัดออกหลังหวุดหวิด

นาทีที่ 10 วูล์ฟส ที่ต้องการแต้มเพื่อลุ้นหนีตกชั้น มาสบโอกาสนอกเขตโทษจากไมเคิล แมนเซียนน์ แต่บอลเหินข้ามคานไป ถัดมา 2 นาที อาร์เซนอล พลาดโอกาสทำประตูขึ้นนำอีกครั้งเมื่อ ธีโอ วัลค็อตต์ ไหลบอลให้กับ บาการี่ ซานญ่า ที่วิ่งเติมเข้ามาในเขตโทษ ก่อนยิงยัดเสาแรกไปติด มาร์คัส ฮาห์นีมันน์ ที่เซฟไว้ได้ด้วยขาเจ้าบ้านยังคงขึงเกมรุกเข้าใส่ นาทีที่ 22 ธีโอ วัลค็อตต์ ได้โอกาสวอลเล่ย์ด้วยซ้ายหน้าเขตโทษ บอลพุ่งไปเสาไกลทว่ายังไม่ผ่านมือ มาร์คัส ฮาห์นีมันน์ ล้มตัวรับไว้ได้ นาทีที่ 34 “ปืนใหญ่” ได้ลุ้นอีก โรซิคกี้ ตอกส้นกลับหลังให้ เดนิลสัน วิ่งเข้ามาซัดด้วยขวา แต่บอลพุ่งหลุดกรอบไปไกล

นาทีที่ 37 บาการี่ ซานญ่า ได้เติมเกมขึ้นมา ก่อนจะเปิดบอลมาที่เสาแรกให้ มิคาเอล ซิลแวสตร์ ได้สับไกในกรอบเขตโทษ แต่บอลพุ่งเบาเข้าซอง มาร์คัส ฮาห์นีมันน์ ช่วงท้ายครึ่งแรก เจ้าบ้านยังขึงเกมรุกอย่างหนัก แต่ก็ยังทำอะไรผู้มาเยือนที่เกมนี้แพ็คเกมรับมาดีไม่ได้ จบ 45 นาทีแรก 0-0

มาต่อครึ่งหลัง เกมยังเป็นรูปแบบเดิม นาทีที่ 53 เอบูเอ้ เปิดบอลมาหน้าปากประตู เอดูอาร์โด้ ดา ซิลวา เบียดแนวรับทีมเยือนขึ้นโขกโดนไม่เต็ม บอลลอยขึ้นสูง ก่อนตกลงมา แล้วเป็น ดูดู้ ปรี่เข้าไปวอลเลย์เร็ว แต่บอลไม่ตรงกรอบ ถัดมา 4 นาที โรซิคกี้ ได้พาบอลขึ้นมาทางกราบขวา แล้วลากตัดเข้ากรอบเขตโทษ สับไกด้วยขวาทันที มาร์คัส ฮาห์นีมันน์ ตะครุบติดหนึบ

นาทีที่ 63 วูล์ฟแฮมป์ตัน มาได้โอกาสจบสกอร์บ้างจากจังหวะฟรีคิก แล้วก็เกือบได้ประตูเหมือนกัน เมื่อผู้เล่นทีมเยือนวิ่งหลอกจะยิงด้วยขวา แต่วิ่งข้ามบอลไป ก่อนจะเป็น เดวิด โจนส์ วิ่งเข้าไปปั่นด้วยซ้าย ทว่า มานูเอล อัลมูเนีย ไม่หลงทาง กระโดดรับเข้าซองไว้ได้อย่างไรก็ตาม เกมที่ วูล์ฟส เริ่มมีโอกาสตอบโต้ กลับต้องมาเสียเปรียบเรื่องผู้เล่นในอีก 2 นาทีต่อมา เมื่อ คาร์ล เฮนรี่ วิ่งเข้าไปหวังจะสไลด์บอล ในจังหวะที่ โรซิคกี้ กำลังพลิก แต่เข้าบอลช้า เล่นเอาดาวเตะเลือดเช็กตัวลอย ทำให้ผู้ตัดสินควักใบแดงไล่ออกจากสนามทันที

นาทีที่ 68 “ปืนใหญ่” ที่ทำเกมบุกได้มากกว่าอยู่แล้ว ขึงแนวรับทีมเยือนต่อทันที และเป็น วัลค็อตต์ จ่ายบอลทะลลุตัดหลังแนวรับทีมเยือนไปถึง โรซิคกี้ ซัดตามน้ำด้วยขวาทันที แต่ก็ยังติดเซฟ มาร์คัส ฮาห์นีมันน์ ออกหลังไปอีก 4 นาทีต่อมา นาสรี่ ที่เพิ่งถูกเปลี่ยนลงมา เปิดบอลเข้าไปให้ นิคลาส เบนด์ทเนอร์ ตัวสำรองอีกคน ได้โขกที่เสาสอง แม้บอลตรงกรอบ แต่น้ำหนักเบาเข้ามือ มาร์คัส ฮาห์นีมันน์

จากนั้น อาร์เซนอล แทบจะขึ้นมาเล่นเกมรุกกันทั้งทีม เพื่อหวังเอาประตูขึ้นนำให้ได้ แต่แนวรับทีมเยือนยังต้านทานไว้ได้ดี แต่ทว่าในช่วงนาทีที่ 94 เกมที่ทำท่าจะจบลงด้วยผลเสมอก็มีสกอร์เกิดขึ้นจนได้ เมื่อ ซานญ่า เปิดจากขวาเข้ามาหน้าประตู ก่อนจะเป็น เบนด์ทเนอร์ ที่สลัดตัวประกบเข้าโขกเหน่งๆ 6 หลา หมดปัญญาที่ ฮาห์นีมันน์ จะเซฟได้ 1-0

พอเสียประตูทั้งสองทีมเปิดฉากแลกหมัดกันอีกฝั่งละครั้ง โดย วูล์ฟส ได้บอมบ์เข้าไปกดดันเจ้าบ้าน แต่โดนโต้กลับ ทว่าแนวรุก อาร์เซนอล ที่ขึ้นไปก็ไม่สามารถทำประตูเพิ่มได้ สุดท้ายจบเกม 90 นาที อาร์เซนอล ชนะหวุดหวิด 1-0 เก็บเพิ่มเป็น 71 คะแนน ตามหลัง แมนฯยูฯ อันดับ 2 เพียง 1 คะแนน และ เชลซี อยู่ 3 คะแนน โดยเหลือการแข่งขันอีก 5 นัดสุดท้ายเท่านั้น

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม


อาร์เซนอล : มานูเอล อัลมูเนีย, บาการี่ ซานญ่า, โซล แคมป์เบลล์, โธมัส แวร์แมเลน, มิคาเอล ซิลแวสตร์, เอ็มมานูเอล เอบูเอ้, อเล็กซ์ ซง, โธมัส โรซิคกี้, ธีโอ วัลค็อตต์, เดนิลสัน, เอดูอาร์โด้ ดา ซิลวา

วูล์ฟแฮมป์ตัน : มาร์คัส ฮาห์นีมันน์, โรนัลด์ ซูบาร์, โจดี้ แคร็ดด็อก, คริสตอฟ เบอร์ร่า, จอร์จ เอโลโคบี, เควิน โฟลี่ย์, ไมเคิล แมนเซียนน์, คาร์ล เฮนรี่, เดวิด โจนส์, แม็ทธิว จาร์วิส, เควิน ดอยล์

ผลบอล พรีเมียร์ลีก คู่อื่นวันเสาร์

เบิร์นลี่ย์ แพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-6 (0-1 เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ น.4, 0-2 เคร็ก เบลลามี่ น.5, 0-3 คาร์ลอส เตเวซ น.7, 0-4 ปาทริค วิเอร่า น.20, 0-5 เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ น.45, 0-6 แว็งซ็องต์ กอมปานี น.58, 1-6 สตีเว่น เฟลทเชอร์ น.71)

เบิร์นลี่ย์ (Burnley) - แมนฯซิตี้ (Manchester City)

โบลตัน แพ้ แอสตัน วิลล่า 0-1 (0-1 แอชลี่ย์ ยัง น.11)

โบลตัน (Bolton) - แอสตัน วิลล่า (Aston Villa)

ปอร์ทสมัธ เสมอ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 0-0

ปอร์ทสมัธ (Portsmouth) - แบล็คเบิร์น (Blackburn)

สโต๊ค ซิตี้ ชนะ ฮัลล์ ซิตี้ 2-0 (1-0 ริคาร์โด้ ฟูลเลอร์ น.6, 2-0 เลียม ลอว์เรนซ์ น.90)

สโต๊ค ซิตี้ (Stoke City) - ฮัลล์ ซิตี้ (Hull City)

ซันเดอร์แลนด์ ชนะ สเปอร์ส 3-1 (1-0 ดาร์เรน เบนท์ น.1, 2-0 ดาร์เรน เบนท์ น.29 จุดโทษ, 2-1 ปีเตอร์ เคร้าช์ น.72, 3-1 เบาเดอไวน์ เซนเด้น น.86) *หมายเหตุ ดาร์เรน เบนท์ พลาดจุดโทษ 2 ครั้ง นาที 41, 62

ซันเดอร์แลนด์ (Sunderland) - สเปอร์ส (Tottenham Hotspur)
ที่มา http://sport.mthai.com/football/english/25303.html

แท็ก : Arsenal, ผลบอล, พรีเมียร์ลีก, ฟุตบอล, ฟุตบอลอังกฤษ, อาร์เซนอล