วันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2554

อึ้ง “นาธาน” เล่นของ

อึ้ง “นาธาน” เล่นสกปรกทำของใส่ โดนัท,เฮียฮ้อ,เอกชัย,แหม่ม พัชริดาฯลฯ
ผงะหลักฐานเด็ดโผล่ “นาธาน” เล่นสกปรกทำของใส่ โดนัท มนัสนันท์ , เฮียฮ้อ ,เอกชัย ,แหม่ม พัชริดา ,ต้น ลาวัณย์ - หน่อย จำนรรค์ ผู้บริหารเจเอสแอล และต่อพงษ์ เศวตามร์ บก.ข่าวบันเทิงASTV ผู้จัดการออนไลน์ เพื่อให้รักและเมตตาตนเอง ด้าน “ครูแหม่ม” เผยนักร้องจอมลวงโลกชอบและเชื่อเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว

ถึงจะเข้าคุกคดีฉ้อโกงเงิน “น้ามด” สิทธิพร โคตรอุดมพร สบายก้นไปแล้วเพราะไม่ต้องวิ่งหนีเจ้าหนี้ให้เมื่อย แต่เรื่องราวของ “นาธาน โอร์มาน” อดีตนักร้องลวงโลกก็ยังไม่จบเพียงแค่นั้น เมื่อ “ต้อม” อุทัย โคตรอุดมพร ลูกชายของน้ามดได้เข้าไปรื้อค้นข้าวของนาธานที่เอามาทิ้งไว้ที่บ้าน เพื่อหาหลักฐานมาใช้ประกอบคดี ปรากฏว่านอกจากจะเจอเอกสารสำคัญที่ใช้ในการเอาผิดนาธานได้แล้ว ก็ยังไปเจอกล่องปริศนาที่พอเปิดออกมาถึงกับผงะ เพราะในกล่องนั้นมีกระดาษที่ถูกม้วนด้วยด้ายขาวมัดรวมกันไว้ ในลักษณะเหมือนทำไสยศาสตร์

เมื่อแกะออกดูก็พบภาพของ โดนัท มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล , เอกชัย ศรีวิชัย ,แหม่ม พัชริดา วัฒนา ดาราและนักร้องชื่อดัง ,เจ๊ฉอด สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา ผู้บริหารเอไทม์ , ต้น ลาวัณย์ กันชาติ ,หน่อย จำนรรค์ ศิริตัน สองผู้บริหารเจเอสแอล เฮียฮ้อ สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ผู้บริหารค่ายอาร์เอสกับ สุจีรา เชษฐโชติศักดิ์ ภรรยา,แพท พัทริกา ลิปตพัลลภ ช่างภาพและนักเขียนนิตยสารดิฉัน และต่อพงษ์ เศวตามร์ บรรณาธิการข่าวบันเทิง ASTV ผู้จัดการออนไลน์ และผู้อำนวยการช่องซูเปอร์บันเทิง

โดยด้านหลังภาพของ ต้น ลาวัณย์ ,หน่อย จำนรรค์ ศิริตัน ,เอกชัย ศรีวิชัย ,สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา ,เฮียฮ้อ สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ กับภรรยาจะมีการวาดภาพที่เป็นรูปคน 2 คน โดยคนแรกเขียนว่าชื่อ “นาทาน” ส่วนคนที่สองไม่ได้เขียนชื่อ แต่ภาพของคนที่สองนั้นจะมีการวาดภาพหัวใจตรงกลาง และลากเส้นจากหัวใจไปยังภาพที่เขียนชื่อว่านาทาน และมีการเขียนอักขระ

แต่ภาพของโดนัท มนัสนันท์ , แหม่ม พัชริดา วัฒนา , แพท พัทริกา ลิปตพัลลภ และต่อพงษ์ เศวตามร์ จะมีการวาดภาพข้างหลังที่แตกต่างจากภาพของคนอื่นๆ คือ จะไม่มีการวาดภาพคนแต่จะมีการเขียนอักขระและวาดเป็นภาพสี่เหลี่ยมลักษณะเหมือนยันต์ ซึ่งต้อมก็ได้เปิดเผยถึงเรื่องนี้ว่า.....

“ตอนที่นาธานทะเลาะกับพ่อครูแหม่ม ก่อนที่เขาจะออกไปจากบ้านเขาก็เอาของมาฝากไว้ที่บ้านผม แต่พอมีเรื่องคดีเขาก็ไม่กลับมาเอาของอีกเลย ผมก็เลยไปค้นหาหลักฐานเผื่อจะมีอะไรที่เกี่ยวข้องกับคดีของแม่บ้าง และก็ไปเจอกระเป๋าใบนี้ก็จะเจอเอกสารต่างๆ พวกบัตรเครดิตและก็บุคแบงค์ของน้าแอ๊ะ(นันทนาพร พรายแสง)และก็สำเนาบัตรประชาชนของเขาและก็ใบเปลี่ยนชื่อ แต่ที่เห็นแล้วตกใจก็คงจะเป็นกล่องๆ หนึ่งที่แกะออกมาแล้วเป็นกระดาษที่มีรูปภาพของโดนัท , ต้น ลาวัณย์ กันชาติ ,หน่อย ,เอกชัย ศรีวิชัย ,สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา ,เฮียฮ้อกับภรรยา,แหม่ม พัชริดา วัฒนา ,แพท พัชริกา ลิปตพัลลภ และต่อพงษ์ เศวตามร์ พันด้วยด้ายสีขาวมัดรวมกัน และด้านหลังของแต่ละภาพก็จะมีการเขียนอักขระ เราก็ตกใจว่าเขาเล่นของขนาดนี้เลยหรอ ก็หาชื่อแม่ว่ามีหรือเปล่าแต่ปรากฏว่าไม่มี แม่ก็ตกใจเหมือนกันกลัวจะมีชื่อตัวเอง”

ด้าน “ครูแหม่ม” พิสมัย ศรีกระบุตร ก็ได้พูดถึงเรื่องดังกล่าวว่า เห็นแล้วรู้สึกขนลุกและเป็นห่วงคนที่อยู่ในรูปอยากจะให้ไปทำบุญ พร้อมทั้งเผยว่าคนที่อยู่ภาพล้วนเป็นคนที่เกี่ยวข้องกับนาธาน และตลอดระยะเวลาที่รู้จักนาธานมาเป็น 10 กว่าปี นาธานค่อนข้างมีความสนใจและเชื่อในศาสตร์ลี้ลับ
“คนที่อยู่ในภาพส่วนใหญ่จะเป็นคนที่เกี่ยวข้องกับนาธาน อย่างเฮียฮ้อกับภรรยาก็เคยสนับสนุนเขา และเขาก็ค่อนข้างสนิทสนมกับภรรยาเฮียฮ้ออยู่ช่วงหนึ่ง ยังเคยจะไปออกแบบที่พักให้ภรรยาเฮียฮ้อ จนกระทั่งพี่ชิ(อนุชา ลังประเสริฐ) ที่เคยสนับสนุนเขาและก็คัดเลือกเขามาเป็นนักร้องมีเรื่องกับเขา และนาธานเขาก็แบบวาทศิลป์ดีและเขาก็สนิทสนมกับภรรยาเฮียฮ้อ ก็ยุให้คนนั้นทะเลาะกับคนนี้ตอนนั้นพี่ชิก็เลยมีผลกระทบเรื่องงาน”

“อย่างพี่แหม่ม พัชริดานี่ก็ให้ความรักความเมตตานาธานมาก เมตตาตั้งแต่เป็นนักร้องฝึกหัดเขาจะสงสารนาธาน เขาเหมือนครูแหม่มสงสารนาธาน นี่นาธานยังเคยเล่าให้ฟังเลยนะว่า แม่ของพี่แหม่มเขาเอ็นดูนาธานยังเคยเอาผ้าห่มมาให้ที่คอนโดเลย ส่วนมากนาธานเขาจะเจอแต่คนดีๆ คอยช่วยเหลือเขานะ อย่างเจเอสแอลก็เอาเขาไปออกรายการกับน้องอ้อมดักแด้ แต่ที่หนักก็คือไปหลอกเขาเรื่องถ่ายหนังต่างประเทศจนเขาเอาไปออกรายการ”

“กับโดนัทนี่ก็ได้ยินนาธานเล่าว่าเขาสนิทกันเคยไปเนปาลด้วยกัน เขายังเคยเอาชื่อของโดนัทมาสร้างเครดิตให้กับตัวเอง เขาเคยไปบอกเพื่อนน้องต้อม(ลูกน้ามด) ว่า จะไปนอนที่คอนโดของโดนัท ส่วนกับเอกชัยเขาก็เมตตาสงสารนาธานเหมือนผู้ใหญ่สงสารเด็กเพราะนาธานตัวคนเดียว ก็ให้ความช่วยเหลือ แต่พอมารู้เรื่องจริงก็ออกไปเลย”

“คนที่อยู่ในรูปส่วนใหญ่จะเป็นดาราหรือเป็นคนที่มีชื่อเสียง อย่างคุณต่อพงษ์เขาก็มีชื่อเสียงนะ แต่ตอนแรกที่เห็นรูปจำไม่ได้ แล้วก็มาคิดถึงตอนที่ไปงานซูเปอร์บันเทิงก็เลยจำได้ว่าเป็นคุณต่อพงษ์ ก็งงว่าเอามาทำไมเพราะแกไม่ใช่ดารา แต่พอคิดถึงข่าวของนาธานที่ผู้จัดการนำเสนอ ก็เลยเข้าใจเลยว่าทำไมเขาถึงโดน เพราะข่าวของผู้จัดการแน่และก็จริง แล้วถ้าเล่นใครมันเรื่องจริงไง”

“ที่ผู้จัดการไปแฉเขาเปิดเผยความจริงมันคมชัดลึกมากเลย ที่เหนือไปกว่านั้นก็คือมันจริง ซึ่งตอนแรกเราไม่เชื่อเลยเพราะภาพลักษณ์นาธานเขาน่ารักช่วยเหลือคน แต่ข่าวของผู้จัดการจุดประกายเรื่องจริงขึ้นมา เป็นการเปิดโปงความจริงทั้งหมด ทำให้เขาคงจะแค้นก็เลยทำเรื่องพวกนี้ใส่”

“ครูแหม่มรู้จักเขามาเป็น 10 ปีรู้ว่าเขาจะชอบและเชื่อเรื่องพวกนี้มาก เขายังเคยบอกผู้มีพระคุณของเขาเลยแต่ขออนุญาติไม่เอ่ยชื่อนะว่าเป็นใคร เขาก็บอกว่าผู้มีพระคุณของเขาเป็นพญานาคอยู่ที่เชียงคาน เคยเป็นเจ้าหญิงอยู่ที่เชียงคานอะไรพวกนี้ แล้วก็เคยเห็นเขาพกพวกของขลังคล้ายๆ พระเป็นเม็ดกลมๆ ดำๆ คือวัยอย่างเขาไม่น่าจะเชื่อของพวกนี้ แต่เขาเชื่อ เวลาเขาจะทำอะไรก็จะดูฟ้าดูดินก่อน”

“พอมาเห็นแล้วตกใจรีบถามน้องต้อมมีชื่อพี่แหม่มไหม ปรากฏว่าเป็นคนละแหม่ม คิดว่าที่ไม่มีคงเป็นเพราะว่าตอนนั้นยังอยู่ข้างเขาอยู่ ใครมาบอกอะไรเรื่องนาธานก็ไม่เชื่ออันนี้เดาเอานะ กับน้ามดก็เหมือนกันที่ไม่มีอาจจะเป็นเพราะตอนนั้นยังดีกับเขาอยู่ พอมาเห็นของพวกนี้แล้วขนลุก รีบไปรื้อดูที่บ้านมันมีแบบนี้ซุกไว้ที่ไหนหรือเปล่าก็ไม่มี แล้วก็นึกไปถึงคนที่อยู่ในรูปจะเดือดร้อนไหม ผู้หลักผู้ใหญ่ก็เลยบอกว่า ใครที่ทำของทำอะไรมาเราต้องเอาลอดขาก่อนเลย ครูแหม่มก็เอามาลอดขาเลย ถึงไม่มีเราก็ลอดไว้ก่อนเพราะไม่อยากให้ใครมาเป็นอะไร”

“ก็อยากจะให้คนที่มีรูปอยู่ในนี้ไปทำบุญทำทานเยอะๆ สิ่งดีๆ จะได้มาช่วยนำพาเรา คนเราเวลาเดือดร้อนก็จะนึกถึงพระก่อน อย่างวันที่ขึ้นศาลน้ามดไปเจอหน้านาธานปรากฏว่านาธานก็ไม่มองหน้า น้ามดก็นั่งท่องพุทโธๆ ในใจ ครูแหม่มก็กดโทรศัพท์บริจาควัดพระบาทน้ำพุ ก็จะมีเสียงพระมาให้พรเรา จะช่วยดับความร้อนในจิตใจเรา ก็อยากจะให้ทุกคนทำบุญเยอะๆ ยิ่งใครที่มีรูปในนี้ก็อยากจะให้ไปทำบุญจะได้เป็นสิริมงคล ของอย่างนี้ไม่เชื่ออย่าลบหลู่”

“แต่นาธานนี่ไม่รู้ยังไง ใครเจอเขาก็รัก อย่างที่บ้านของครูแหม่มตอนที่ดูข่าวเรื่องพี่เต็ม(สมาน สุขเสริม)ก็ไม่ชอบนะ แต่พอเห็นตัวจริงนาธานก็อดสงสารไม่ได้ ทำไมเขาน่ารักอย่างนี้ เป็นคนที่เอนเตอร์เทนคร๊าบๆ จะเลี้ยงยายไปตลอดชีวิต น้ามดก็จะเลี้ยงจะสร้างบ้านให้ใหม่ มาอยู่ใหม่ๆ ก็จะกวาดบ้านเก็บขยะซึ่งจริงๆ นาธานเขาไม่ชอบสิ่งเหล่านี้หรอก แต่อันไหนที่เป็นผลประโยชน์เขาจะทำ วันนั้นก็ซื้อเหล้าไปให้แฟนน้ามด 3 ขวดบอกว่าไปเดินแบบมาได้ เพื่อที่จะให้แฟนน้ามดยอมเซ็นต์ให้เอาที่ไปจำนอง แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เงินนาธานหรอกเป็นเงินน้ามดนี่แหละ”

“ใครที่เห็นนาธานแล้วจะรักทุกคน อย่างกับครูแหม่มเห็นครั้งแรกเขายกมือไหว้บอกตัวเองกำพร้าพ่อแม่เป็นลูกครึ่งเนปาลอยู่กับย่า เจอกันครั้งหน้าก็บอกย่าตายแล้วตอนนี้อยู่คนเดียวเราก็สงสาร เขาจะอ่อนน้อมถ่อมตนมากแต่ลับหลังปากร้ายมาก”

อย่างไรก็ตามเพื่อความกระจ่าง ทีมข่าวบันเทิง EXCLUSIVE ผู้จัดการออนไลน์ ได้นำเอาภาพที่มีการลงอักขระดังกล่าวไปสอบถาม “ครูสอนศาสนาอิสลาม” คนหนึ่งในอำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นอำเภอที่นาธานเคยหนีตำรวจคดี “แม่บ้านเต็ม สมาน สุขเสริม” ไปอาศัยอยู่กับชาวอิสลามที่นั่น โดยในครั้งนั้นแหล่งข่าวที่อยู่ใกล้กับบ้านที่นาธานไปพักอยู่นั้น ได้เปิดเผยว่า นาธานมาทำพิธีอาบน้ำล้างซวยและทำพิธีกรรมบางอย่างที่บ้านหลังนั้นด้วย

ซึ่งทันทีที่ครูสอนศาสนาอิสลามเห็นภาพดังกล่าวก็บอกว่า เป็นการทำพิธีกรรมเพื่อให้ได้รับความเมตตาทำให้คนในภาพรักและหลง ซึ่งอักขระดังกล่าวนั้นก็คือ ภาษามลายู ที่มักจะใช้กันใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
“อันนี้เป็นภาษามาเลย์หรือมลายู ที่มีภาพคนสอง คนหนึ่งเขียนภาษาไทยว่า นาทาน ส่วนอีกคนเขียนเป็นภาษามลายู บางภาพก็เขียนเป็นภาษามลายูว่าผู้หญิง บางภาพก็เขียนเป็นภาษามลายูว่าผู้ชาย และก็มีการเขียนโยงหัวใจไปยังภาพที่ชื่อว่านาทาน ก็คือทำให้รักทำให้เมตตา”

ส่วนภาพและสัญลักษณ์ต่างๆ ที่อยู่ข้างหลังภาพของ โดนัท มนัสนันท์ , แหม่ม พัชริดา วัฒนา , แพท พัทริกา ลิปตพัลลภ และ ต่อพงษ์ เศวตามร์ ที่มีลักษณะเหมือนการลงยันต์นั้น ครูสอนศาสนาอิสลามได้อธิบายความหมายไว้ว่า เป็นการเขียนยันต์เพื่อความเมตตาของอิสลามเช่นกัน
“อันนี้ที่เป็นรูปกากบาทเป็นเหมือนผ้ายันต์อย่างหนึ่ง เหมือนทำยันต์เพื่อความเมตตาไม่ใช่การแช่ง เป็นยันต์อย่างหนึ่งของอิสลามเขียนเพื่อให้หลงรัก ส่วนตัวอักษรนี่อ่านไม่เป็นภาษาเพราะเขียนเป็นตัวอักษรพยัญชนะเหมือนเขียน ก ข ฃ ค ”

“ลักษณะการเขียนแบบนี้ไม่เคยเห็นในพิธีกรรมของอิสลาม แต่ว่าเคยเห็นในตำราบางเล่ม คือถ้าต้องการชอบหรือหลงรักใครซักคนก็ต้องทำแบบนี้และก็ต้องพยายามสวดวิงวอน แต่อันนี้ทำขึ้นเองไม่ได้ต้องเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญชำนาญ”

“พอทำแล้วสำหรับบางคนก็จะมีการห้ามในเรื่องต่างๆ เช่น ห้ามลอดราว หรือแบบถ้าทำแบบนี้แล้วใส่กระเป๋าเอาไว้แล้วแต่ถ้าจะเข้าห้องน้ำต้องเอาออกไม่งั้นมันจะเสื่อม มันก็จะไม่เกิดประโยชน์ไม่ได้ผล สวดเท่าไหร่ก็ไม่ได้ผล ส่วนคนที่ถูกทำก็จะมารักคนที่ทำหรือบางครั้งถึงขั้นหลงใหล ขึ้นอยู่กับการสวดด้วย”

“คนที่สวดก็คือคนที่ทำ คือนาธานอาจจะไม่ได้สวดเองแต่ให้คนที่ทำพิธีเป็นคนสวดให้และก็ให้ซองขาวไป ถึงของสิ่งนี้จะอยู่กับนาธานแต่คนที่ทำพิธีก็สามารถสวดให้ได้ อย่างสมมติผมเป็นหมอแล้วคุณเป็นนาธาน ก็บอกว่าเขาชอบคนนั้นคนนี้ให้หมอทำให้หน่อยสิ แล้วก็ให้หมอช่วยสวดให้หน่อยมันก็เป็นไปได้”

“การทำแบบนี้ไม่ใช่เป็นการทำให้ผู้หญิงมาหลงรักผู้ชาย หรือผู้ชายหลงรักผู้หญิง แต่ทำให้ผู้ชายมาหลงรักผู้ชาย ผู้หญิงหลงรักผู้หญิงด้วยกันก็ได้ คนที่ถูกทำก็มีผลก็คือทำให้หลงรักคนที่ทำ แต่จะไม่เป็นแบบสรีระเปลี่ยนแปลงหรือหน้าตาหมองคล้ำ จริงๆ แล้วอันนี้ก็ถือว่าเป็นด้านดีเพราะทำให้คนรักไม่ได้ทำให้คนเกลียด แต่ถ้าเป็นพวกหมอเขมรทำให้คนเกลียดสรีระก็อาจจะเปลี่ยนแปลง แต่อิสลามไม่มีทำด้านนั้น”

“แต่ส่วนมากคนอิสลามเขาไม่ใช้กันหรอก คนที่ใช้ก็คือหมอดูหมอทำของอะไรต่างๆ อิสลามเขาไม่ทำกันหรอก แต่ก็มีอิสลามบางคนที่ศึกษาเรื่องนี้โดยเฉพาะ มันเป็นตำราที่มีไว้ศึกษาเท่านั้นว่ามันมีอยู่ แต่เขาจะไม่เอามาใช้กันเพราะทำลำบากทำยาก”

“ถามว่าเหมือนการทำเสน่ห์หรือเล่นของแบบของไทยหรือเปล่า ก็ต้องบอกว่ามีส่วน(เหมือนการทำไสยศาสตร์ของไทยหรือเปล่า) ก็มีส่วน คือตำรานี้มันมีแต่เขาไม่ทำกัน ศึกษาค้นคว้าแต่ไม่ทำกัน ตำราตัวนี้ไม่มีตัวอย่างให้ดูเพราะคนที่ศึกษาพวกนี้จะต้องเป็นพวกหมอดูหรือพวกเล่นของ”

ซึ่งเป็นที่สังเกตว่าบุคคลที่อยู่ในภาพนั้นส่วนใหญ่จะเคยเกี่ยวข้องและออกมาปกป้อง “นาธาน” กรณีลวงโลกโกอินเตอร์และโกงเงิน “แม่บ้านเต็ม สมาน” ไม่ว่าจะเป็น โดนัท มนัสนันท์ , เอกชัย ศรีวิชัย , แหม่ม พัชริดา ส่วน ต้น ลาวัณย์ กันชาติ ,หน่อย จำนรรค์ ศิริตัน ผู้บริหารเจเอสแอล , สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา ผู้บริหารเอไทม์ เฮียฮ้อ สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ผู้บริหารอาร์เอสและภรรยาก็ล้วนเคยมีความสัมพันธ์อันดีและให้ความช่วยเหลือนาธาน จะมีก็แต่ ต่อพงษ์ เศวตามร์ บรรณาธิการข่าวบันเทิง ASTV ผู้จัดการออนไลน์ และผู้อำนวยการช่องซูเปอร์บันเทิงที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับนาธาน ส่วน พัทริกา ลิปตพัลลภ ช่างภาพและนักเขียนนิตยสารดิฉันนั้น ยังไม่ปรากฏว่ามีความเกี่ยวข้องกับนาธานอย่างไร
"ต้อม" ลูกน้ามด ยกกระเป๋าของ "นาธาน" มาให้ดู
ภาพต้น ลาวัณย์-หน่อย จำนรรค์ สองผู้บริหารเจเอสแอล กับ เอกชัย ศรีวิชัย ถูกมัดไว้ด้วยด้ายขาว
ภาพด้านหน้า "ต้น ลาวัณย์" ผู้บริหารเจเอสแอล กับภาพด้านหลังที่มีการทำไสยศาสตร์เพื่อให้รักหลง "นาธาน" เป็นภาษามลายู
ภาพด้านหน้า "หน่อย จำนรรค์" ผู้บริหารเจเอสแอล กับภาพด้านหลังที่มีการทำไสยศาสตร์เพื่อให้รักหลง "นาธาน" เป็นภาษามลายู
ภาพด้านหน้า "เอกชัย ศรีวิชัย" กับภาพด้านหลังที่มีการทำไสยศาสตร์เพื่อให้รักหลง "นาธาน" เป็นภาษามลายู
ภาพด้านหน้า "เฮียฮ้อกับภรรยา" และภาพด้านหลังที่มีการทำไสยศาสตร์เพื่อให้รักหลง "นาธาน" เป็นภาษามลายู
ภาพด้านหน้า "เจ๊ฉอด" กับภาพด้านหลังที่มีการทำไสยศาสตร์เพื่อให้รักหลง "นาธาน" เป็นภาษามลายู
ภาพด้านหน้า "โดนัท มนัสนันท์" กับภาพด้านหลังที่มีการทำไสยศาสตร์เพื่อให้รักหลง "นาธาน" เป็นภาษามลายู
ภาพด้านหน้า "ต่อพงษ์" บก.บันเทิงผู้จัดการรายวัน กับภาพด้านหลังที่มีการทำไสยศาสตร์เป็นภาษามลายู
ภาพด้านหน้า "แพท พัทริกา" ช่างภาพนักเขียนดิฉันกับภาพด้านหลังที่มีการทำไสยศาสตร์เป็นภาษามลายู
ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

'เต้ย' ขอเป็นตัวเอง ไม่ต้องเหนื่อยเฟค

ถ้าถามหนุ่ม ๆ ว่านักแสดงวัยรุ่นหญิงคนไหนที่น่ารักสดใสโดนใจ หนุ่ม ๆ หลายคนก็มักจะพร้อมใจกันตอบว่าสาวคนนั้นคือ เต้ย–จรินทร์พร จุนเกียรติ ที่เรารู้จักกันดี เต้ย มีทั้งผลงานโฆษณา ภาพยนตร์ ละคร และงานพิธีกร แต่ถึงจะลองงานในวงการบันเทิงเกือบครบทุกด้านแล้ว แต่หลายคนกลับมองว่ายังไม่สามารถจดจำเต้ยในบทบาทที่ต่างไปจากบทสาววัยรุ่นใส ๆ เท่าไหร่นัก งานนี้ “ดาวต่างมุม” จึงขอนั่งคุยกับเต้ยแบบสบาย ๆ ไล่เรียงตั้งแต่ก้าวแรกในวงการมาจนถึงปัจจุบัน เต้ยโตขึ้นและมีมุมมองในการทำงาน และการใช้ชีวิตยังไงบ้าง ที่สำคัญเรื่องหัวใจที่หนุ่ม ๆ หลายคนอยากรู้ซะเหลือเกิน

@@@เข้าวงการมาได้กี่ปีแล้ว?

“เต้ยเข้าวงการมาประมาณ 5 ปีแล้ว เต้ยว่ามันก็เร็วเหมือนกันนะ ถามว่าชินกับวงการหรือยังเหมือนมันก็เพิ่งจะเริ่มรู้สึกว่ามันโอเค สนุก เพราะตอนเด็ก ๆ ยังเกร็ง ที่ต้องมาเจอคนเยอะ ๆ ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง เต้ยเป็นคนขี้เล่นไม่รู้ว่าเล่นแบบนี้ไปคนอื่นจะอะไรหรือเปล่า แต่สุดท้ายก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ทำให้รู้ว่าจริง ๆ เราไม่ต้องคิดมากเราเป็นในสิ่งที่เราเป็นดีที่สุด เราไม่ได้คิดอะไรไม่ดีกับใคร ฉะนั้นทุกคนรอบข้างเราจะเข้าใจเราไปเอง ไม่ต้องคิดมาก คิดเผื่อแทนใคร”

@@@แสดงว่าตอนเข้ามาแรก ๆ เรามีความกลัว กลัวในเรื่องของอะไรบ้าง?

“ไม่กลัวเรื่องข่าวหรืออะไรนะ เหมือนกับว่าก่อนที่จะเข้ามาวงการเต็มตัว เต้ยโดนวิจารณ์ว่าทำศัลยกรรมในอินเทอร์เน็ตค่ะ คือช่วงนั้นยังเป็นช่วงที่คนยังรับไม่ค่อยได้กับดาราที่ทำศัลยกรรม ซึ่งตอนนั้นเต้ยไม่ได้ทำอะไรเลยจริง ๆ สาบานได้ว่าแค่ดัดฟัน ก็จะโดนกระแส ทุกอย่างให้ประสบการณ์ที่ดีกับเต้ยตลอด ตอนนั้นยอมรับเสียใจจริง ๆ แต่พอเราโตขึ้นมา 3-4 ปีผ่านไปก็มองกลับไปเป็นเรื่องที่เล็กจริง ๆ แต่เข้าใจอะไรที่เจอกับตัวเองมักเป็นเรื่องใหญ่เสมอ ตอนนี้เต้ยไม่เคยรู้สึกแย่หรืออะไรเลยที่เจออย่างนั้น มองย้อนกลับไปดีใจซะอีกที่เจอแบบนั้นเพราะมันสอนเรา ทำให้เราแกร่งขึ้นค่ะ”

@@@บางคนยังจดจำเราในฐานะนักแสดงไม่ได้เท่าไหร่รู้สึกยังไง?

“ส่วนใหญ่เต้ยชอบได้แต่บทเดิม (หัวเราะ) จะได้บทใส ๆ แต่มีที่ฉีกออกไปที่เห็นได้ชัดคือละคร “ชิงชัง” อีกเรื่องคือหนังสั้นทางช่อง 3 เรื่อง “มั่นใจคนไทยหนึ่งร้อยคนเกลียดเมธาวี” นี่เป็นผลงานที่เต้ยชอบมาก ๆ เลย มันฉีกไปเลย ถามว่าเต้ยเบื่อมั้ยกับการเล่นอะไรแบบนี้มันก็สามารถเล่นได้แหละ แต่ก็อยากลองอะไรใหม่ ๆ บ้าง แล้ว “ชิงชัง” เป็นดราม่า ซึ่งเต้ยยังทำได้ไม่ดีหรอก แต่ว่ารู้สึกดีที่ได้เล่นบทอื่น ๆ บ้าง อย่างเมธาวีเนี่ยชอบมาก”

@@@ถ้าให้เลือกได้เราอยากลองบทไหน?

“เลือกไม่ได้จริง ๆ แต่ถ้าได้ลองดูบทแล้ว น่าสนใจก็ลอง แต่ให้บอกว่าอยากเล่นแบบไหนไม่รู้เลย ถ้าสนุก ๆ คอมเมดี้ขำ ๆ กัด ๆ ร้าย ๆ นิดนึง แต่ไม่ใช่ร้ายน่ากลัวก็น่าสนุกดีนะ แต่เดี๋ยวจะได้เล่นละครคล้าย ๆ ลูกสาวกำนันมีบทบู๊ด้วย กำลังอยู่ในขั้นคุย ๆ ค่ะ เชื่อว่าน่าจะได้เห็นกันแต่ยังไม่รู้ว่าเมื่อไหร่นะคะ”

@@@เคยกลับมาดูผลงานการแสดงของเราบ้างมั้ยว่าโตขึ้นบ้างหรือเปล่า?

“เต้ยว่าจริง ๆ ยังต้องฝึกอีกเยอะเลยค่ะ การทำงานแบบนี้มันต้องมีสมาธิ เต้ยเป็นคนสมาธิสั้น เต้ยยอมรับ คือจะไม่อยู่เฉย ขี้ลืมด้วยนิดนึง เลยคิดว่ายังต้องฝึกอีกเยอะเลย”

@@@แล้วจริง ๆ เราฝันอยากเป็นนักแสดงตั้งแต่แรกเลยมั้ย?

“ไม่เลยค่ะ เต้ยเหมือนเด็กทั่วไปที่ตอนนั้นเป็นกระแส ไปแคสต์งานหาเงิน จริง ๆ เลยเต้ยอยากทำธุรกิจของตัวเอง หรือไปเรียนด้านดีไซน์ แต่พอพลิกมาอยู่ในวงการแล้วรู้สึกรักแล้ว รู้สึกเราได้อะไรจากวงการนี้เยอะมากค่ะ เป็นคนชอบท่องเที่ยวก็ได้เที่ยวจากวงการนี้ ถ้าไม่ได้ทำงานตรงนี้ก็อาจจะไม่มีโอกาสไป บ้านเต้ยไม่ใช่บ้านที่มีฐานะขนาดนั้น แต่เราได้ไปอังกฤษ ฝรั่งเศส อิตาลี ญี่ปุ่น เกาหลี มีความสุขมาก แล้วล่าสุดก็ทำงานกับพี่ย้ง-ทรงยศ เป็นรายการท่องเที่ยวไม่เหมือนใคร ไม่มีพิธีกร ไม่มีสคริปต์อะไรทั้งสิ้น ไม่มีข้อมูลความรู้เกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยว เหมือนถ่ายหนัง จะพูดอะไรก็พูดเป็นตัวเอง เทปแรกเราพาเขาไปทะเลแหวก ไปถึงดันมีพายุเราไม่รู้มาก่อน แต่เราก็ถ่ายแบบว่าสถานการณ์นั้นน่ากลัวยังไง คนดูเองก็จะรู้สึกว่าได้ไปเที่ยวกับพวกเต้ยจริง ๆ ค่ะ”

@@@เรื่องการเรียนล่ะเป็นยังไงบ้าง มีผลกระทบอะไรมั้ย?

“มีผลกระทบแน่นอน มันก็มีกระท่อนกระแท่น เต้ยก็พยายามจะให้จบพร้อมเพื่อน ๆ พยายามมาก ๆ เลยค่ะ แล้วเพื่อนที่มหาวิทยาลัยก็น่ารักมาก ทุกคนช่วยกัน วันนี้ต้องส่งงานโน่นนี่นะ ทุกคนน่ารักช่วยเราตลอดค่ะ เต้ยเคยดร็อปเรียนไปครึ่งเทอมตอนถ่ายหนังเรื่อง “กาลิเลโอ” เพราะฉะนั้นต้องตามให้ทัน แล้วก็มีบางวิชาที่เวลาเรียนไม่ครบก็ต้องดร็อปไปก่อน แต่จากที่เต้ยมานั่งเช็ก ดูแล้วจะพยายามทำให้ทัน ต้องทันค่ะสาธุ (ยิ้ม)”

@@@การวางตัวในวงการบันเทิงล่ะ มีวิธีการดูแลตัวเองยังไงบ้าง?

“เป็นตัวของตัวเองค่ะ อย่าไปทำความเดือดร้อนให้ใคร การมีคาแรกเตอร์ที่มาจากธรรมชาติเป็นตัวเองมันสบายที่สุดแล้ว แต่ว่าก็ต้องมีบ้างเจอใครถ้าเป็นตัวเองจนเกินไปก็ไม่ได้ ต้องรู้กาลเทศะ ทำอะไรก็คิดถึงตัวเอง คุณพ่อคุณแม่ก่อน แต่จริง ๆ เต้ยก็ทำตัวปกติเหมือนคนทั่วไปนะ อยากไปไหนก็ไป ไปคนเดียวก็ไปก็คิดว่าไม่แต่งหน้าไม่มีใครจำได้หรอก (หัวเราะ) แต่ก็มีคนจำได้ ก็ตกใจมากจำได้ยังไง คือเต้ยแต่งหน้ากับไม่แต่งหน้านี่คนละคนเลย ไม่แต่งนี่หมวยโล้นมาก เต้ยว่าการที่เราเป็นตัวเราทำไปเถอะ อยากทำอะไรก็ทำไป ดีกว่าที่มาแอบ ๆ ทำอะไรที่เป็นตัวเรามันจะสบายใจที่สุดนะ”

@@@ถามถึงเรื่องความรักบ้าง ตอนนี้มีคนมาจีบหรือยัง?

“จริง ๆ มันก็มีคุยกันบ้างนะคะ แต่ว่าตอนนี้ไม่ได้คุยกับใครแล้ว ไม่มีเลย อยู่แบบนี้เต้ยว่ามันสบายที่สุด เต้ยอยู่คนเดียวไม่ได้คบกับใครเป็นเรื่องเป็นราวมาปีกว่าแล้ว แต่ใครเข้ามาก็รู้จักเอาไว้คุยกันไปในฐานะพี่น้องก็ได้ แต่ตอนนี้คืออยู่อย่างนี้ดีแล้วค่ะ แฮปปี้ บางทีเวลาคนเรามีความรักมันจะสูญเสียอะไรบางอย่าง เต้ยต้องเรียนแล้วก็ทำงาน ถ้ามีแฟนปุ๊บเต้ยอาจจะแบ่งเวลาไม่ถูกก็ได้ แต่พออยู่อย่างนี้ได้มีเวลา เราไม่ต้องรีบไปไหน หรือเรียนก็ได้เต็มที่กับมัน อาจเป็นเพราะว่าอยู่ตรงนี้สักพักหนึ่งจนรู้สึกดีแล้ว”

@@@ข่าวกับพี่ฌอห์น จินดาโชติ ล่ะมาเล่นละครคู่กันก็มีข่าวว่ากิ๊กกันออกมาเขามีท่าทีมาจีบเรามั้ย?

“กับพี่ฌอห์นรู้จักกันมานานมาก เต้ยเล่นรับเชิญหินกลิ้งก็เจอพี่เขา พี่เขาเป็นคนที่น่ารักดี มีความเป็นผู้ใหญ่ให้คำปรึกษาได้ แต่เราก็เป็นพี่น้องกัน เรื่องจีบมั้ยเต้ยก็ไม่รู้เหมือนกัน (ยิ้ม) เราก็ใช้ชีวิตของเราไปแหละเนอะ แล้วก็เปิดโอกาสให้แต่ละคนได้เจออะไร เอาจริง ๆ อันนี้ไม่ได้พูดตามประสาดาราหรืออะไรนะคะ เต้ยรู้สึกว่าอายุเพิ่งจะ 21 หนทางยังอีกไกลมากก็เลยเป็นพี่น้องกันไปไม่ได้เสียหายอะไร ก็เป็นมิตรภาพที่ดีค่ะ”

@@@จริง ๆ มุมมองความรักของเต้ยล่ะเป็นยังไง?

“มันเปลี่ยนไปนะคะ จากตอนที่เต้ยเป็นเด็กอยู่มัธยมก็เป็นเรื่องสำคัญ ตามประสาผู้หญิงวัยรุ่นมีแฟน ชอบคนนี้ แต่พอโตขึ้นมาตอนนี้ด้วยความที่เราทำงานยังฝันที่จะเจอคนที่ใช่อยู่แต่ยังไม่เจอ แต่เป็นใครนิสัยยังไงตอนนี้ไม่รู้แล้ว คือมันแล้วแต่ว่าเราจะเข้ากันได้มั้ยมากกว่า ส่วนสเปกน่ะ สูง ขาว ตี๋ หล่อ อันนี้ตอนเด็ก ๆ แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว เอาหน้าตาพอดูได้ เต้ยชอบผู้ชายที่เป็นคนมองโลกในแง่ดีแบบอารมณ์ดีน่ะค่ะ นิ่ง ๆ แต่แอบกวน ๆ นิดนึง แต่ว่ายังไม่เจอ (ยิ้มเขิน ๆ)”

@@@อนาคตในวงการบันเทิงของเรา เรามองว่ายังไงต่อไปบ้าง?

“จะพยายามทำให้มันดีขึ้นเรื่อย ๆ ต้องมีการพัฒนาไปในทางที่ดีเนอะ ถ้าให้พูดแบบฝัน ๆ หน่อยอยากทำอะไรควบคู่กัน ถ้ามีงานในวงการบันเทิงต่อยอดไปเรื่อย ๆ ก็ยังจะทำอยู่ ก็จะดูว่าอันไหนเหมาะสมกับเรา อันไหนไม่เหมาะสมกับเรา วงการบันเทิงทุกคนก็น่าจะรู้ว่าไม่ได้เป็นอาชีพที่มั่นคงมีขึ้นลงได้ตลอด เต้ยอยากทำธุรกิจหรืออะไรที่เราชอบจริง ๆ แล้วมีความสุขกับมันก็อยากทำ เต้ยชอบอะไรเกี่ยวกับหนังหรือถ่ายภาพ หรือออกแบบตกแต่งบ้าน ทำอะไรพวกนี้แล้วมีความสุข แต่เต้ยก็ยังไม่ได้มีเป็นชิ้นเป็นอันว่าอยากทำอะไร แต่รู้ว่าชอบแนว ๆ นี้ค่ะ”

@@@สุดท้ายฝากอะไรถึงแฟน ๆ ที่ติดตามผลงานเราอยู่มั้ย?

“ฝากติดตามรายการ “ซิสเตอร์เดย์” นะคะ แล้วก็มีรายการแฮงค์โอเวอร์ไทยแลนด์ ทางแทรเวลแชนแนล ทรู ช่อง 73 แล้วเดี๋ยวเต้ยจะมีละครมาให้ดูแน่ๆ ก็อยากให้ลองติดตามกัน แล้วก็ขอขอบคุณที่ให้เสียงตอบรับ ก็คอยให้กำลังใจไม่ว่าจะเจอแค่แป๊บเดียวเวลาเต้ยไปงาน ซึ่งเขารู้อยู่แล้วพอเต้ยลงจากเวทีเต้ยก็ต้องกลับแล้ว แต่เขาก็มาน่ารักมาก ๆ ค่ะ”.

คนกลาง : เรื่อง / สุรเชษฎ์ วัชรวิศิษฎ์ : ภาพ
ที่มา เดลินิวส์

วันจันทร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2554

ปฏิบัติการ"ไฟเขียว"ไอ้โม่งสั่งเสียบปลั๊ก..ตู้ม้า ลุยเล่นต่อ

เสียงชาวบ้านบ่น เสียงชาวบ้านร้อง มันหนาหู ว่า “ตู้ม้า” โผล่เกลื่อนเมืองแล้วพี่น้อง ชุกชุมยิ่งกว่ายุง พึ่ง ตำรวจก็ยังเฉย โทรแจ้งก็ยังนิ่ง ร้องแล้วร้องอีก ก็ไม่มีใครช่วยขจัดปัดเป่า ดังนั้นที่ คนแวดวงสีกากี ที่ออกมาเป่าประกาศกับสังคมสม่ำเสมอว่า ไม่มีตู้มันคงใช่ไม่ได้แล้ว เพราะเมื่อ นายกฯ ออกมาคำราม หรือ สื่อมวลชน นำเสนอครั้งหนึ่ง จะมีผู้รับผิดชอบออกมาอ้างว่า ท้องที่ไหนที่เรื่องอบายมุข ผกก.ต้องรับผิดชอบ แต่ก็ไม่เห็นใครกลัว คาดมีไฟเขียวจาก ไอ้โม่งผู้มีอำนาจ ทั้ง นักการเมือง ตำรวจใหญ่ ค่อยให้ท้ายเป็นอีแอบ เก็บเกี่ยวเงินเปิดสัมปทานตู้ ดังสุภาษิต ปากว่าตาขยิบ ก็เป็นจริงใช่ไม่ครับ
ความจริงวันนี้ต้องปรากฏ ปฏิบัติการถอนทุนคืน ก็เริ่มต้น แฉกันชนิดขุดรากถอนโค่นกันไปเลย คนเมืองหลวง เขาโวยว่าพื้นที่ นครบาล เริ่มไฟเขียวแล้ว หลังจากติดไฟแดงมาระยะหนึ่ง เพราะนายกฯ เป่าประกาศทางทีวีตู้เกลื่อน เลยนักเลงถอดปลั๊กขนตู้หนีไปเก็บโกดัง เท่าที่มีข้อมูลว่า เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ไอ้โม่งกินเงินตู้ม้า เปิดไฟเขียว สั่งเสียบปลั๊ก วางตู้แล้วทั้ง ฝั่งพระนคร ฝั่งธนฯ มีมูลว่า ขบวนการนี้มี นักการเมืองคนดัง มีเอี่ยว ร่วมหัวกับ ท่านรองสีกากีเม็ดมะยม ปฏิบัติการลุยหาผลประโยชน์ ขนาดบาง บก. รองผู้การฯใหม่ ดูแลงานด้านอบายมุข ลงทุนเป็นหน้าเสือควบคุมดูแล จัดสรรโควต้า แบ่งปันผลประโยชน์กันลงตัว
ในขณะที่ สน.ท้องที่ ผู้กินกับจัดหนัก ทั้งแบ่ง ทั้งออม รวบ งานนี้ลูกน้องแฉเองครับท่าน อาทิ สน.สวนดังกลางเมือง ยังเหมือนเดิม ไม่มีทุกข์ร้อนใดๆ วางตามใจทั้ง ผับ-บาร์ โต๊ะสนุก ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม มาครั้งนี้ภารกิจกระชับพื้นที่ ยึดครองบัญชี ด้วยบารมีเพื่อนฝากมา สงสัยจะเป็นกระเป๋าจ่ายแทน โพกัสไปที่ สน.วัด-ทุ่ง- พระ และ สน.ถนนดัง ใช้วิธีแอบซุก โต๊ะสนุก ตรอก ซอย ชุมชน แล้วแต่จะตบตากัน หนักหน่อยเล่นกันซึ่งหน้า วางกันทุกซอกซอย ก็รอคอยกันมานาน อดยากปากแห้ง
ขณะท้องที่ บก.ตัวเลข อื่นๆ มีหมด เจ้าของตู้รายใหญ่ ได้รับความไว้วางใจจาก อีแอบ ให้เปิดซองประมูลสัมปทาน เพราะลงขันจัดหนักเลข 7 หลัก ต่อมาพื้นที่ยอดฮิตต้อง ภาค 1 งานนี้ เฮี่ยดังคอนถม ได้รับฉันทมติ ทำมาหารับประทานได้ นนท์ ปทุม ปากน้ำ กรุงเก่า หระรี่ จัดไปเต็มๆแบ่งเค๊กไป คาดคงไม่นาน ชาวบ้านสุดทน ถ่ายคลิป มาแฉความเน่าของสีกากี ปล่อยปะละเลย ขอแนะนำถ้าพึ่งพา ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ไม่ได้ผล ให้หันไปพึ่ง สื่อมวลชน เดียวจะช่วยกันแฉแหลกรายวัน เอาชนิดเรื่องเล่าเช้าเย็น กระหนำส่ง SMS ข้อความ ผ่านรายการโทรทัศน์ ดูสิสีกากีรายไหน นั่งติดบ้างให้มันรู้ไป
กูรูสีกากี
ที่มา เดลินิวส์

“อนันดา-หนูนา”คว้าดารานำ

“อนันดา-หนูนา” คว้าดารานำ “เวทีสุพรรณหงส์” ด้าน“ชั่วฟ้า ดินสลาย”กวาด 5 รางวัลใหญ่

ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยา บีช จ.ชลบุรี วันที่ 6 มี.ค.สมาคมสมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งชาติ มีการประกาศรางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ “สุพรรณหงส์ ครั้งที่ 20” ภายใต้คอนเซ็ป “ ไทย ฟล์มส์...เดอะ ลีดเดอร์ ออฟ ครีเอทีฟ อิโคโนมี่” โดยนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการภาพยนตร์ และวีดีทัศน์แห่งชาติ เดินทางมาเป็นประธาน มีนายอิทธิพล คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา พร้อมชาวพัทยาให้การต้อนรับ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก เหล่าคนในวงการบันเทิงพร้อมใจเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ดาราผู้หญิงส่วนใหญ่จะแต่งตัวเน้นสวยงาม ไม่แต่งวาบหวิวโชว์สัดส่วนเหมือนที่ผ่านมามากนัก สำหรับรางวัลสุพรรณหงส์ครั้งที่ 20 มีทั้งสิ้น 16 รางวัล ได้แก่ 1.รางวัลการสร้างภาพพิเศษยอดเยี่ยม ได้ บริษัท กันตนา แอนิเมชั่น สตูดิโอ จำกัด หนังเรื่องอินทรีแดง 2.เทคนิคการแต่งหน้ายอดเยี่ยม จากหนังเรื่อง 9 วัด 3.ออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม ได้ภาพยนตร์ “ชั่วฟ้า ดินสลาย” 4.รางวัลกำกับศิลป์ยอดเยี่ยม ภาพยนตร์ “ชั่วฟ้า ดินสลาย” 5. ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม หนังเรื่อง ซามูไรอโยธยา
6. เพลงประกอบยอดเยี่ยม ได้ เรา สอง สาม คน 7. บันทึกเสียงและผสมเสียงยอดเยี่ยม หนังเรื่องลุงบุญมีระลึกชาติ 8. ลำดับภาพยอดเยี่ยม จากหนัง “ชั่วฟ้า ดินสลาย” 9. ถ่ายภาพยอดเยี่ยม จาก สวรรค์บ้านนา 10.บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม หนังเรา สอง สาม คน 11.รางวัลผู้แสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม ทราย เจริญปุระ จากหนังเรื่องนาคปรก 12. ผู้แสดงสมทบชายยอดเยี่ยม ได้ สะอาด เปี่ยมพงศ์สานต์ จากนาคปรก 13. ผู้แสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ตกเป็นของหนูนา-หนึ่งธิดา โสภณ จากหนัง “กวน มึน โฮ”14. ผู้แสดงนำชายยอดเยี่ยม ได้แก่ อนันดา เอเวอริ่งแฮม จากภาพยนตร์ “ชั่วฟ้า ดินสลาย” 15. ผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ได้อุรุพงศ์ รักษาสัตย์ จากหนัง “สวรรค์บ้านนา” และ 16. ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ตกเป็นของบริษัทสหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด หนังเรื่อง “ชั่วฟ้า ดินสลาย”

นอกจากนี้ในปีนี้สมาพันธ์ฯ ยังมีมติเลือกผู้ที่ได้รับรางวัล “สุพรรณหงส์เกียรติยศ ครั้งที่ 20” โดยกัน 2 คน คือนายเจริญ เอี่ยมพึ่งพร และนายสมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ ซึ่งพิจารณาจากคุณสมบัติของบุคคลที่อุทิศตนให้กับวงการภาพยนตร์ไทยและสังคมอย่างสม่ำเสมอ และเป็นบุคคลที่คนในวงการให้การยอมรับด้วย
ที่มา เดลินิวส์

วันเสาร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2554

สาวจีนดังทะลุเน็ตเกาหลีฯ งามหนอ งามเกิ๊น "คน" หรือ "หุ่น"

สื่อออนไลน์จีน เผย หวัง เจียหยุน นักเรียนสาววัยรุ่นจีน โด่งดังทำอินเทอร์เน็ตแดนกิมจิร้อนฉ่า เมื่อชื่อของเธอถูกสืบค้นมากเป็นอันดับหนึ่งเมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ทั้งหลายทั้งปวงมีที่มาจากภาพของเธอชุดหนึ่งได้เผยแพร่ไปในอินเทอร์เน็ต และมีชาวเน็ตบอกต่อปากต่อปาก และติดอันดับสุดยอดชื่อที่ถูกค้นหา ในเว็บเกาหลี เมื่อวันที่ 16 - 17 เดือนก.พ. ถึง 3.5 ล้านครั้ง

โดยเสียงวิพากวิจารณ์ส่วนใหญ่เป็นไปในทางประหลาดใจในใบหน้าของเธอ ที่แบ๊วแว้วเหมือนหุ่นตุ๊กตาเหลือเกิน หลายคนไม่เชื่อสายตา และกล่าวว่าคงสวยด้วยโฟโต้ช็อป สวมวิก หรือใส่เลนส์ตาโต และแต่งหน้าจัดจ้าน เหมือนเช่นที่เคยเห็นตามเทคนิกการแต่งหน้าขั้นเทพทั้งหลาย

ชาวเน็ตโสมขาวหลายคนบอกว่า อยากเห็นภาพอื่นๆ ของเธออีก บ้างแสดงข้อความชื่นชมประทับใจจนทะลุหน้าจอ อยากที่จะขอเป็นเพื่อน หรือไม่ก็จะสมัครเป็นแฟนคลับของเธอ ฯลฯ

รายงานข่าวให้ข้อมูลว่า หวัง เจียหยุน สูงประมาณ 164 ซม. หนัก 48 กิโลกรัม คนนี้ ชื่อของเธอถูกสืบค้น จนถึงวันที่ 17 ก.พ. นั้น เป็นจำนวนกว่า 3.5 ล้านครั้งไปแล้ว โดยมียอดสืบค้น 1.18 ล้านครั้ง ในวันที่ 17 เพียงวันเดียว สื่อฯ อ้างคำกล่าวของหวังเจียหยุน ว่า เธอเกิดที่เกาลูน ฮ่องกง และปัจจุบันอาศัยอยู่ที่เมืองเสิ่นเจิ้น มณฑลก่วงตง มีชื่อไอดีบล็อกฯ ของตนว่า “冰山” [bingshan, "iceberg"]

(ชมภาพชุดของ หวัง เจียหยุน - ภาพจาก sina.cn)




ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

วันอังคารที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2554

"นาธาน"จอมลวงโลกไม่มีใครช่วยหมดท่านอนคุก

“นาธาน”นอนคุกหาใครมาประกันตัวไม่ได้ หลังถูกน้ามดฟ้องฉ้อโกงเงินกว่า7แสน ศาลนัดไกล่เกลี่ยแต่หยิ่งขอต่อสู้คดี

เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่ศาลจังหวัดเลย ผู้สื่อข่าวรายงานว่าศาลได้พิจารณาคดีที่นางสิทธิพร โคตรอุดมพร หรือน้ามด แจ้งความดำเนินคดีกับนายนธัน โอมานันท์ หรือนาธาน โอมาน อดีตนักร้องชื่อดัง ข้อหาฉ้อโกงเงินจำนวน 702,800 บาท โดยนาธานเดินทางมาขึ้นศาลครั้งนี้ด้วย

โดยพนักงานอัยการเป็นโจทย์บรรยายคำฟ้องสรุปว่า เมื่อราวเดือน เม.ย.2553 ถึงวันที่ 25 พ.ย.2553 จำเลยได้หลอกลวงนางสิทธิพร ผู้เสียหายว่าสามารถจัดธุรกิจนำเที่ยวได้ทั่วโลก และจัดหาลูกค้านักท่องเที่ยวไปเที่ยวในที่ต่าง ๆ ได้ หากผู้เสียหายร่วมลงทุน จะได้กำไรเป็นเงินจำนวนมาก ความจริงการกระทำของจำเลย เป็นเพียงกลอุบายเพื่อให้ได้ไปเพื่อทรัพย์สินจากผู้เสียหาย โดยการหลอกลวงดังกล่าว ทำให้นางสิทธิพรผู้เสียหายหลงเชื่อ มอบเงินให้จำเลยไปหลายครั้ง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 702,800 บาท

ทว่าจำเลยให้การปฎิเสธ และจะหาทนายเอง ซึ่งศาลได้กำหนดนัดพร้อมในวันที่ 14 มี.ค.นี้เวลา 08.00 น. ต่อมาจำเลยได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวโดยไม่มีหลักประกัน ศาลจังหวัดเลยยกคำร้อง เนื่องจากเห็นว่ามูลค่าความเสียหายที่จำเลยหลอกลวงผู้เสียหายไป ป็นเงินจำนวนถึง 7 แสนกว่าบาท หากจำเลยประสงค์จะยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว ให้หาหลักประกันมายื่นต่อศาลต่อไป

จากนั้นศาลได้นำตัวนาธานจำเลย กับนางสิทธิพรผู้เสียหาย เข้าห้องไกล่เกลี่ยคดี โดยมีผู้พิพากษาศาลหัวหน้าศาลจังหวัดเลย ทำหน้าที่ผู้ไกล่เกลี่ย เบื้องต้นจำเลยประสงค์จะต่อสู้คดี ไม่ประสงค์จะไกล่เกลี่ยกับผู้เสียหาย ศาลเลยนำตัวจำเลยไปควบคุม เพื่อรอการยื่นขอประกันตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนาธานไม่ยอมไกล่เกลี่ยกับน้ามด และพยายามติดต่อกับคนรู้จัก เพื่อให้มาประกันตัว แต่ไม่สามารถติดต่อหรือหาใครมาประกันตัวได้ จนหมดเวลาทำการของศาล เจ้าหน้าที่เลยคุมตัวนาธานขึ้นรถ ไปควบคุมที่เรือนจำจังหวัดเลยต่อไป.

ที่มา เดลินิวส์