วันอังคารที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2553

New Hyundai ix20 รถอเนกประสงค์ขนาดเล็ก ฝาแฝด Venga เตรียมพาตัวเองไป Paris Motor Show

New Hyundai ix20 รถอเนกประสงค์ขนาดเล็ก ฝาแฝด Venga เตรียมพาตัวเองไป Paris Motor Show Hyundai ก็เป็นค่ายรถยนต์อีกรายหนึ่งที่เตรียมส่งรถรุ่นใหม่อย่าง ix20 รถอเนกประสงค์ขนาดเล็กที่มีคู่แข่งกลายๆคือ Honda Jazz และ Toyota Yaris ไปร่วมงานและเปิดตัวที่ Paris Motor Show ซึ่งจะเริ่มขึ้นในวันที่ 30 เดือนนี้ ix20 ได้รับการออกแบบและพัฒนาขึ้นที่ศูนย์วิจัยและพัฒนายุโรปในประเทศเยอรมันนี โดยในเรื่องของรูปลักษณ์ Hyundai ได้หยิบยืมมาจาก Kia Venga โดยทำการเปลี่ยนแปลงบางส่วนทั้งภายในและภายนอก โดยด้านหน้าใช้แผงกระจังแบบ 6 เหลี่ยมที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรถเอสยูวีประจำค่าย ix35 หรืออีกชื่อหนึ่งก็คือ Tucson นอกจากนั้นยังเปลี่ยนแปลงในส่วนของไฟท้าย ครอบกระจกข้าง และล้ออัลลอย ทำให้ ix20 ดูแตกต่างขึ้นมาทันที
สำหรับภายในแล้ว ไม่มีการปรับเปลี่ยนอะไรมากมายนัก ยกเว้นพวงมาลัย หน้าปัดแบบ 2 มาตรวัดขนาดใหญ่ ระบบปรับอากาศ ชุดเครื่องเสียง และแผงข้างะประตูดีไซน์ใหม่ Hyundai ix20 จะมีเครื่องยนต์ทางเลือกที่เป็นทั้งเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล ขนาด 1.4 และ 1.6 ลิตร โดยจะเริ่มมีจำหน่ายในฤดูใบไม้ร่วงปีหน้าครับ

ที่มา: Hyundai,autospinn

มารูติ-ซูซูกิช่วยโฟล์คพัฒนารถเล็ก


มารูติ-ซูซูกิช่วยโฟล์คพัฒนารถเล็ก มารูติ ซูซูกิ อินเดีย ผนึกกำลังกับโฟล์คสวาเกนในการช่วยพัฒนารถยนต์ไซส์เล็กราคาประหยัดสำหรับขายในอินเดีย ซึ่งรถยนต์รุ่นนี้ยังไม่มีการเปิดเผยชื่อรุ่น แต่คาดว่าจะมีราคาต่ำกว่า 400,000 รูปี หรือ 8,600 เหรียญสหรัฐฯ หรือ 270,000 บาท
มารูติ อัลโต


หนังสือพิมพ์ Financial Express รายงานว่า ความช่วยเหลือในครั้งนี้เป็นผลมาจากการที่โฟล์คสวาเกน อาศัยช่องทางจากการที่ถือหุ้นอยู่ในซูซูกิจำนวน 19% เข้ามาสานต่อเพื่อทำให้โปรเจ็กต์ของตัวเองสัมฤทธิ์ผล โดยโฟล์คฯ มีความต้องการที่จะรุกตลาดรถยนต์ราคาประหยัดในอินเดีย แต่ขาดแคลนองค์ความรู้ และพื้นฐานทางวิศวกรรมในการที่จะเข้ามาช่วยในการบีบต้นทุนให้รถยนต์รุ่นนี้ถูกลงจนอยู่ในระดับที่สามารถแข่งขันได้ นั่นก็เลยทำให้มีความจำเป็นที่จะต้องอาศัยความร่วมมือจากทางซูซูกิ และมารูติ ซึ่งเป็นพันธมิตรกับทางซูซูกิ มอเตอร์ คอร์ปอเรชัน

ตามสัญญาของความร่วมมือในครั้งนี้ ทางมารูติจะได้รับประโยชน์จากโครงการนี้ตอบกลับคืนด้วย เพราะทางแบรนด์ดังของเยอรมนีจะเข้าไปร่วมในการช่วยพัฒนาเครื่องยนต์ดีเซล หรือไม่ก็อาจจะให้หยิบยืมเครื่องยนต์ดีเซลของโฟล์คสวาเกนส่งให้กับทางมารูติไปต่อยอดในการพัฒนา

ข่าวนี้มีความเป็นไปได้สูงมาก เพราะในช่วงปลายเดือนนี้ทางด้านนายโอซามุ ซูซูกิ ประธานของซูซูกิ มอเตอร์ คอร์ปอเรชัน มีแผนการเดินทางไปยังอินเดีย และตามกำหนดการนี้มีการเผยว่า จะเข้าประชุมกับผู้บริหารของโฟล์คสวาเกนด้วยเช่นกัน

นอกจากการผลิตรถยนต์ราคาประหยัดรุ่นนี้แล้ว แหล่งข่าวภายในของโฟล์คฯ ยังเปิดเผยอีกว่า ทั้งหมดจะยังมีอีก 3 โปรเจ็กต์ใหญ่ในการทำงานร่วมกัน ซึ่งก็มีทั้งในแง่ของการร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์, การผลิต และความร่วมมือในด้านต่างๆ ที่ยังไม่มีการระบุอย่างชัดเจนในตอนนี้
ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

วันศุกร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2553

เฟียสต้า เปรี้ยวโดนใจ "พลอย หอวัง"

เฟียสต้า เปรี้ยวโดนใจ "พลอย หอวัง" สำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆ "พลอย หอวัง"เธอบอกกับเราว่ามีความสุขกับชีวิตตอนนี้มากทั้งการทำงานดีเจที่คลื่นฮ็อต 91.5 ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 20.30-23.00 น. และเป็นพิธีกรอีก 4 รายการ นอกเหนือจากงานวงการบันเทิงแล้วพลอยยังมีธุรกิจส่วนตัวเล็ก ๆ น้อย ด้วยการออกแบบเสื้อผ้าเอง ชื่อว่า “paloy” และฝากเพื่อนขายที่ร้านแถวสยาม ส่วนอนาคตสิ่งที่อยากทำคือ การเปิดโรงเรียนด้านครีเอทีฟ ในเรื่องของความคิด ซึ่งธุรกิจดังกล่าวมีการพูดคุยไว้บ้างกับพี่สาว “คริส หอวัง” และคาดว่าจะสามารถเปิดได้เร็ว ๆ นี้

สำหรับเรื่องรถยนต์สาวพลอยบอกว่าตอนนี้ขับฮอนด้าแจ๊ส และ ฮอนด้า ซิตี้เพราะเป็นรถคันเล็กเหมาะกับตัวเธอ ที่สำคัญราคาไม่สูงมากและเหมาะสมกับการใช้งานในเมือง แต่ไม่นานมานี้หลังจากที่เธอได้เห็นฟอร์ด เฟียสต้า รู้สึกประทับใจตั้งแต่ครั้งแรกเห็น
"ฮอนด้าเป็นรถที่้บ้านค่ะ ผลัดกันใช้กับคุณแม่ พี่คริส แต่ส่วนใหญ่พลอยจะขับซิตี้มากกว่า พอมาเห็นฟอร์ด เฟียสต้าแล้วพลอยว่าเป็นรถที่อุปกรณ์ภายในครบครันมากๆ คือมีระบบบลูทูธและระบบสั่งการด้วยเสียงซึ่งพลอยว่าในรถราคาระดับนี้ถือว่าคุ้มนะคะ คิดว่าเป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่จะซื้อรถคันใหม่อีกสักคันหนึ่ง แต่พลอยคงต้องศึกษารายละเอียดแล้วปรึกษากับที่้บ้านก่อนค่ะ"

นอกจากการเลือกซื้อรถใหม่ในอนาคตของสาวพลอยแล้ว เธอบอกว่ายังมีรถในฝันอีกคันคือนิสสัน ฟิกาโร่ เพราะเป็นรถคันเล็กๆที่มีเสน่ห์เหลือล้นและไม่ค่อยมีใครใช้ในบ้านเรา อีกทั้งเป็นรถหายากถ้ามีโอกาสเป็นเจ้าของคงจะเอามาแต่งให้สวยเข้ากับเสื้อผ้าที่ออกแบบเอง

ส่วนเรื่องการขับรถพลอยบอกว่าเธอขับรถไม่เร็วเพราะกลัวเกิดอุบัติเหตุ เวลาอยู่ในรถถือว่าเป็นโลกส่วนตัว นอกจากเปิดเพลงฟังระหว่างขับ ยังชอบอ่านหนังสือเวลารถติดด้วย

"การที่เราเป็นคนเมืองทำให้ชินกับสภาพรถติดบางครั้งมันต้องทำใจค่ะ อย่างพลอยเองพยายามไม่เครียดถ้าจะออกไปไหนต้องวางแผนล่วงหน้าเลยเพื่อไม่ให้เสียเวลา แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้อาศัยเปิดเพลงฟังไปเรื่อยๆ เพราะเป็นดีเจจะได้ลองฟังเพลงใหม่ๆบ้างหรืออ่านหนังสือแฟชั่นฆ่าเวลา...คิดซะว่าอย่างไรก็ต้องถึงที่หมายเพียงแค่ช้าไม่กี่นาทีค่ะ"

มาถึงคำถามทีเด็ดของเราซึ่งสาวพลอยรีบตอบทันทีว่า "ตุ๊กตาหน้ารถเหรอค่ะ ยังไม่มีเลยอยากได้คนที่รู้ใจเราจริงๆแต่มีเข้ามาเรื่อยๆไม่รีบค่ะค่อยๆศึกษากันไปถ้าเลือกผิดเดี๋ยวมาเสียใจทีหลังอีกแย่เลย..."

ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

ฮอนด้าปล่อย “ซีวิค Modulo” แต่งสปอร์ตรอบคัน

ฮอนด้าปล่อย “ซีวิค Modulo” แต่งสปอร์ตรอบคัน เมื่อ “ฮอนด้า ซีวิค” เข้าสู่ปลายอายุโปรดักต์ ก็ต้องหาอะไรใหม่ๆมากระตุ้นตลาด ล่าสุด บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว ซีวิค รุ่น “Modulo” มาพร้อมชุดอุปกรณ์ตกแต่งสไตล์สปอร์ต Modulo ที่จัดมาเป็นพิเศษเฉพาะรุ่นนี้เท่านั้น

ฮอนด้า ซีวิค รุ่น “Modulo” มีให้เลือก 2 สี คือ สีขาวทาฟเฟต้า (ภายในสีดำ) และสีดำคริสตัล (มุก) (ภายในสีเบจ) มาพร้อมชุดตกแต่งสปอร์ต Modulo รอบคัน ให้ความโฉบเฉี่ยว ด้วยกระจังหน้าสเกิร์ตหน้า สเกิร์ตข้างและสเกิร์ตหลังดีไซน์ใหม่แบบสปอร์ต เพิ่มความโดดเด่นสะดุดตาด้วยสปอยเลอร์หลัง และล้ออัลลอยด์ Modulo ขนาด 16 นิ้ว ดีไซน์ใหม่ที่มีให้เลือก 2 สีตามสีของตัวรถ พร้อมป้ายสัญลักษณ์ “Modulo” ด้านท้ายรถ
ภายในห้องโดยสาร แต่งเติมเสริมเท่ด้วย แป้นวางเท้าแบบสปอร์ต พร้อมพรมปูพื้น และป้ายสัญลักษณ์ “Modulo” ระบุรหัสเฉพาะคัน (Serial Number) ไว้ที่บริเวณแผงคันเกียร์

ฮอนด้า ซีวิค “Modulo” มีเฉพาะรุ่นเครื่องยนต์ i-VTEC ขนาด 1.8 ลิตร ให้กำลังสูงสุด140 แรงม้า ที่ 6,300 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 174 นิวตันเมาตร ที่ 4,300 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด

โดยแบ่งขาย 2 รุ่น คือ E AT AS ราคา 956,600 บาท และรุ่น E AT AS (Navi) ราคา 1,011,600 บาท (ราคาเพิ่มขึ้นแต่ละรุ่นประมาณ 42,000 บาท)
ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

ฮุนไดเลื่อนขาย 'ไอ10' ลุ้นไทยประกอบ 'เอลันตร้า'

ฮุนไดเลื่อนขาย 'ไอ10' ลุ้นไทยประกอบ 'เอลันตร้า' ค่ายรถเกาหลี “ฮุนได” เดินหน้าลุยตลาดเก๋งเต็มตัว หลังทำใจ “โซนาต้า” ไม่เกิด ล่าสุดเจรจาบริษัทแม่ขอขึ้นไลน์ผลิต “เอลันตร้า โฉมใหม่” โดยว่าจ้างธนบุรีประกอบรถยนต์เหมือนเดิม คาดถ้าเป็นไปตามแผนจะเริ่มผลิตได้กลางปี 2554 แถมทำราคาท้าชน “ฮอนด้า ซีวิค” และ “โตโยต้า อัลติส” ส่วนเก๋งเล็กรุ่น “ไอ10” ต้องเลื่อนการเปิดตัวจากปลายปีนี้ ไปเป็นต้นปีหน้า เพราะตัดสินใจรอตัวไมเนอร์เชนจ์ ที่รูปลักษณ์สดใหม่โดนใจกว่า ส่วนจะเป็นการนำเข้ามาจากมาเลเซีย หรืออินเดียต้องลุ้นกันอีกที แต่ก่อนที่ฮุนไดจะตีปีกกับ 2 เก๋งรุ่นใหม่ ปลายปีในงานมอเตอร์เอ็กซ์โปเตรียมเสริมทัพรถอเนกประสงค์ “แกรนด์ สตาร์เร็ก” ราคาเฉียด 2 ล้านบาท หวังขายคู่ไปกับ “เอช1” และช่วยปั้นยอดขายรวมทั้งปี ทะลุ 3,000 คัน
หลังทำใจกับเก๋งขนาดกลางรุ่น “โซนาต้า” โดยประกาศหยุดการผลิตที่โรงงานธนบุรีประกอบรถยนต์ และเลิกทำตลาดในรูปแบบแมสโปรดักต์ชันไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา กอปรกับปัญหาต่างๆที่ได้รับตั้งแต่เริ่มลุยธุรกิจในไทยตลอด 3 ปี ดูเหมือนไม่ได้ทำให้ “ฮุนได มอเตอร์ไทยแลนด์” ท้อถอย แถมยังกลายเป็นบทเรียนสำคัญ ที่ค่ายรถเกาหลีนำกลับมาวิเคราะห์โครงสร้างองค์กร รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทย จนตั้งหลักลงตัวพร้อมสู้ศึกด้วยแผนพิมพ์เขียวรถยนต์ฉบับใหม่

“เราเชื่อในศักยภาพของฮุนได ซึ่งเป็นค่ายรถยนต์ใหญ่ระดับท็อป 5 ของโลก ส่วนการทำตลาดในไทยจะเดินหน้าอย่างเต็มที่ โดยเน้นสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าด้วยบริการหลังการขาย และความพอใจสูงสุด ขณะเดียวกันเตรียมเสริมรถยนต์รุ่นใหม่ เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง”
นั่นคือคำกล่าวของ “โยชิซึมิ คุราตะ” ประธานบริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด ที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจ และพร้อมสู้ศึกในสมรภูมิเดือด ขณะเดียวกัน “บิ๊กบอส คุราตะ” ยังตั้งเป้ายอดขายรวมทุกรุ่นปีนี้ไว้กว่า 3,000 คัน หรือเติบโตกว่า 60% เมื่อเทียบกับปี 2552

จากตัวเลขเป้าหมาย 3,000 คันที่ฮุนไดตั้งไว้ ไม่น่าจะมีปัญหาในบั้นปลาย เพราะยอดขายสะสม 7 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-ก.ค.2553) ทำได้ถึง 1,582 คันแล้ว และแน่นอนว่าพระเอกของฮุนได ประเทศไทย ปัจจุบันต้องยกให้ “เอช 1” (H1) รถตู้นำเข้าจากประเทศเกาหลีใต้ ที่ครองสัดส่วนยอดขายกว่า 70% จากฮุนไดทุกรุ่น

ด้วยจุดเด่นด้านสมรรถนะของเครื่องยนต์ดีเซลอันทรงพลังแถมประหยัดน้ำมัน บวกกับความสะดวกสบาย อเนกประสงค์ ขณะเดียวกัน ราคาอยู่ระดับล้านต้นไปถึงล้านกลางๆ จึงโดนใจนักธุรกิจ คนรักครอบครัว ซื้อหามาวิ่งกันเกลื่อนถนน

เมื่อ “เอช1” ได้การตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี ฮุนไดไม่รอช้ารีบต่อยอดความสำเร็จ เตรียมเปิดตัว “แกรนด์ สตาร์เร็ก” (Grand Starex) รถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่งรุ่นใหม่ มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลCRDi 2.5 ลิตร โดยนำเข้ามาจากประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งจะได้สิทธิประโยชน์ตามข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน หรืออาฟต้า

“แกรนด์ สตาร์เร็ก” พัฒนาบนพื้นฐานเดียวกันกับรุ่น “เอช1” แต่สำหรับการทำตลาดในไทยจะวางตำแหน่งสินค้าสูงกว่า ด้วยการตกแต่งรูปลักษณ์ให้โดดเด่นทันสมัย ภายในหรูหราระดับวีไอพี พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน สนนราคาอยู่ที่ 1.7-1.8 ล้านบาท แพงกว่า “เอช 1” ตัวท็อปที่ปัจจุบันขายอยู่ 1.47 ล้านบาท ส่วนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการจะมีขึ้นในงาน “มอเตอร์เอ็กซ์โป 2010” เดือนธันวาคมนี้
แผนการรุกตลาดไทยยังไม่หยุดเพียงแค่นี้ เพราะฮุนไดมีทีเด็ดกับรถยนต์นั่งขนาดเล็ก ที่หลายโมเดลประสบความสำเร็จมาแล้วทั่วโลก เช่นเดียวกับ “ไอ10” (i10) รถระดับ เอ-เซกเมนต์ ตัวถังแฮตช์แบ็ก 5 ประตู ขนาดกะทัดรัด เครื่องยนต์มีให้เลือกทั้งขนาด 1.1 ลิตร 66 แรงม้า และ 1.2 ลิตร 88 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา และเกียร์อัตโนมัติ ซึ่ง “โยชิซึมิ คุราตะ” เคยประกาศว่าเตรียมจะนำเข้ามาเปิดตลาดไทยช่วงปลายปีนี้

อย่างไรก็ตาม ความคืบหน้าล่าสุดจากฮุนได มอเตอร์ ไทยแลนด์ยังไม่ได้ข้อสรุปว่า จะนำเข้า “ไอ10” มาจาก “อินเดีย” ซึ่งเป็นฐานการผลิตใหญ่ หรือประเทศเพื่อนบ้าน “มาเลเซีย” ขณะเดียวกันเก๋งเล็กรุ่นนี้ได้เปิดตัวทำตลาดมาเกือบ 3 ปี ดังนั้นจึงใกล้ถึงเวลาที่ต้องกระตุ้นความสดใหม่ด้วยการไมเนอร์เชนจ์แล้ว

ผลสุดท้ายฮุนได มอเตอร์ไทยแลนด์ ตัดสินใจรอทำตลาดรุ่นปรับโฉมทีเดียว ตลอดจนรอฟังความชัดเจนจากฮุนไดบริษัทแม่ และประเทศที่ทำการป้อนรถให้ ซึ่งถ้าเป็นการนำเข้ามาจากมาเลเซีย จะสามารถทำราคา “ไอ10” สู้กับคู่แข่ง หรือมีโอกาสเห็นรุ่นเริ่มต้นขาย 4แสนบาทปลายๆได้เช่นกัน ดังนั้นด้วยปัจจัยที่กล่าวมาทำให้ฮุนไดต้องเลื่อนแผนการเปิดตัว “ไอ10” ไปเป็นต้นปีหน้า
นอกจากนี้ฮุนไดยังมองเห็นศักยภาพของตลาดรถยนต์นั่งเมืองไทยที่ขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ โดยกลุ่ม เอ และบี-เซกเมนต์ จะเป็นหน้าที่ของ “ไอ10” แต่ในส่วน ซี-เซกเมนต์ หรือกลุ่มคอมแพกต์ ค่ายรถจากเกาหลีก็พยายามหาโปรดักต์มาตอบสนองความต้องการตลาดเช่นกัน

ฮุนได “เอลันตร้า” (อาวันเต้) รถขนาดคอมแพกต์ยอดนิยม กับยอดขายรวมทั่วโลกมากกว่า 6 ล้านคัน ภายในระยะเวลาทำตลาด 20 ปี ซึ่งโมเดลโฉมใหม่ เจเนอเรชันที่ 5 เพิ่งเปิดตัวทำตลาดในประเทศบ้านเกิดเมื่อกลางปีที่ผ่านมา

สำหรับประเทศไทย “โยชิซึมิ คุราตะ” เคยโยนหินถามทางการทำตลาด “เอลันตร้า” มาหลายครั้ง ขณะเดียวกันยังศึกษาความเป็นไปได้ตั้งแต่ 2 ปี ก่อน ในการนำเข้ามาจากประเทศมาเลเซียซึ่งขณะนั้นยังเสียภาษีนำเข้า 5% แต่สุดท้ายแล้วเมื่อดูจากสภาพตลาด คุณภาพโปรดักต์ เมื่อเทียบกับคู่แข่ง แถมต้องนำเข้าทั้งคัน จึงเชื่อว่ายังไม่เหมาะสมในการทำธุรกิจ
ล่าสุดฮุนได มอเตอร์ไทยแลนด์ คิดการใหญ่ไม่ง้อมาเลเซีย ยืนยันจะขอผลิต “เอลันตร้า โฉมใหม่” จากบริษัทแม่ประเทศเกาหลี โดยชูศักยภาพอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และตัวเลขยอดขายต่อปีที่กำลังทะยานพุ่ง ซึ่งกรณีบริษัทแม่ตอบตกลง ก็เตรียมจ้างพันธมิตรอย่าง “ธนบุรีประกอบรถยนต์” ให้ขึ้นไลน์ผลิตช่วงกลางปี 2554 ทันที

“เอลันตร้า” หรือ “อาวันเต้” โฉมใหม่ มากับรูปลักษณ์สปอร์ตโฉบเฉี่ยว กับตัวถังซีดาน4 ประตู ประกบเครื่องยนต์เบนซินไดเรกต์อินเจกชัน หรือ GDI 4 สูบ ทวินแคม 16 วาล์ว 1,600 ซีซีในรหัส Gamma ให้กำลังสูงสุด 140 แรงม้า ที่ 6,300 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 17.5 กก.-ม. ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ และเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ สนนราคา14.9-16.5 ล้านวอน หรือ 415,000-544,000 บาท

...ต้องจับตา ฮุนได ในประเทศไทย ที่ดูแลตลาดโดย บริษัท โซจิทซึ คอร์ปอเรชั่น เทรดดิ้งเจ้าใหญ่ของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งนับจากนี้ไปจะมีความเคลื่อนไหวและความน่าตื่นตาตื่นใจไม่น้อยทีเดียว
ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

ยอดขายรถทั่วโลก “ทาทา มอเตอร์ส” โตอีก 36%


ยอดขายรถทั่วโลก “ทาทา มอเตอร์ส” โตอีก 36% ทาทา มอเตอร์ส กรุ๊ป รายงานว่าเดือนกรกฎาคม 2553 บริษัทฯ สามารถจำหน่ายรถยนต์รวมทั่วโลกได้ 90,646 คัน เพิ่มขึ้น36 % จากเดือนเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นยอดจำหน่ายรถยนต์ทาทา, ทาทา แดวู, ฮิสปาโน คาร์โรเซรา, จากัวร์, แลนด์โรเวอร์ และแบรนด์อื่นๆ ที่ทาทาเป็นผู้จัดจำหน่ายในประเทศอินเดีย ส่วนยอดจำหน่ายรวมช่วงเดือนเมษายนถึงกรกฎาคมปีนี้อยู่ที่ 339,824 คัน เพิ่มขึ้น 46 % จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ทาทาจำหน่ายรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ได้ 40,576 คันในเดือนกรกฎาคม 2553 เพิ่มขึ้น 30 % จากเดือนเดียวกันของปีก่อน ส่วนยอดจำหน่ายรวมช่วงเดือนเมษายนถึงกรกฎาคมอยู่ที่ 151,730 คัน เพิ่มขึ้น 38 % รถยนต์นั่งมียอดจำหน่าย 50,070 คัน เพิ่มขึ้น 42 % ส่วนยอดจำหน่ายรวมในเดือนเมษายนถึงกรกฎาคมมีจำนวน 188,094 คัน เพิ่มขึ้น 53 %

รถยนต์นั่งของทาทาและยี่ห้ออื่นๆ ที่ทาทาจัดจำหน่าย มียอดจำหน่ายรวม 30,684 คันในเดือนกรกฎาคม เพิ่มขึ้น 50 % ส่วนช่วงเดือนเมษายนถึงกรกฎาคมจำหน่ายได้ 111,555 คัน เพิ่มขึ้น 55 %

สำหรับรถยนต์จากัวร์และแลนด์โรเวอร์มียอดจำหน่ายทั่วโลก 19,386 คันในเดือนกรกฎาคม เพิ่มขึ้น 30 % แบ่งออกเป็นรถยนต์จากัวร์ 5,676 คัน เพิ่มขึ้น 26 % และแลนด์โรเวอร์ 13,710 คัน เพิ่มขึ้น 31% ยอดขายรวมของทั้งสองยี่ห้อช่วงเดือนเมษายนถึงกรกฎาคมมีจำนวน 76,539 คัน เพิ่มขึ้น 50 % แบ่งออกเป็นจากัวร์ 21,131 คัน เพิ่มขึ้น31 % และแลนด์โรเวอร์ 55,408 คัน เพิ่มขึ้น 59 %

ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์